546.jpg
'ธนกร'แนะ รัฐบาลเดินหน้าโครงการ EEC ตามยุทธศาสตร์ชาติต่อเนื่อง  เผย ปี66 ยอดลงทุนแล้ว กว่า 2 แสนล้าน

'ธนกร'แนะ รัฐบาลเดินหน้าโครงการ EEC ตามยุทธศาสตร์ชาติต่อเนื่อง เผย ปี66 ยอดลงทุนแล้ว กว่า 2 แสนล้าน

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.16 น.

“ธนกร”แนะ รัฐบาลเดินหน้าโครงการ EEC ตามยุทธศาสตร์ชาติต่อเนื่อง  เผย ปี66 ยอดลงทุนแล้ว กว่า 2 แสนล้านพร้อมเสนอ ขยายผลพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใต้-ภูมิภาคอื่นเพิ่ม

นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 2.4 และ 3.2 ในปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ ซึ่งได้รับแรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดี ตามการใช้จ่ายในหมวดบริการ รวมทั้งแรงสนับสนุนจากการจ้างงานและรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้น และในระยะต่อไป เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวสมดุลมากขึ้น จากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องและภาคการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว

โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วจากร้อยละ 2.5 ในปี 2566 เป็นร้อยละ 4.2 ในปี 2567 เนื่องจากการดำเนินมาตรการทางการคลังและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และหนี้ภาครัฐบาลสุทธิอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่ภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่ไทยได้เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (EEC)มาอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ จึงขอให้รัฐบาลควรเน้นการลงทุนตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเห็นได้ชัดจากความสำเร็จของโครงการอีอีซี ที่ประสบความสำเร็จอย่างดี มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศ เพิ่มการผลิต การจ้างงานจำนวนมาก 

นายธนกร ยังระบุด้วยว่า ผลการลงทุนในอีอีซี ซึ่ง 9 เดือนที่ผ่านมา ปี 2566 ยื่นขอลงทุน 552 โครงการ เงินลงทุนรวม 231,660 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศหรือ FDI มีจำนวน 433 โครงการ หรือคิดเป็นร้อยละ 78 ของโครงการทั้งหมด มูลค่าเงินลงทุน 217,246 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 93 ของมูลค่าเงินลงทุนในพื้นที่อีอีซีทั้งหมด  และล่าสุด บอร์ด กพอ. ยังได้เห็นชอบ แผนภาพรวมพัฒนาพื้นที่ ตั้งเป้า 5 ปี (2566-2570) ให้เกิดเม็ดเงินลงทุน 5 แสนล้าน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของพื้นที่ อีอีซี (GPCP EEC) ขยายตัวร้อยละ 6.3 พร้อมอนุญาต EEC Visa โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญๆ ได้แก่ ได้รับ EEC Work permit อัตโนมัติ เสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา ณ อัตราคงที่ 17% อายุ VISA สูงสุด 10 ปี 

“จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญในการลงทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง โดยเร่งขยายพัฒนาเศรษฐกิจไปยังภาคอื่น ๆ ของประเทศให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำ

ส่งเสริมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมขั้นสูง นวัตกรรม และภาคส่วนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและการขยายโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น การปรับปรุงระบบลอจิสติกส์และการขนส่ง  ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนทั่วทั้งประเทศ เช่น การส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Corridor: SEC) ซึ่งได้มีการริเริ่มมาบ้างแล้ว ควรดำเนินการต่อไปให้สำเร็จโดยเร็ว ขยายไปยังภูมิภาคอื่นต่อไป” นายธนกร กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top