533.jpg
มติฝ่ายค้านไม่รับร่างพรบ.งบฯ’67  ‘สอดไส้-ไม่ตรงปก’  ตอบคำถามแบบขาดวุฒิภาวะ

มติฝ่ายค้านไม่รับร่างพรบ.งบฯ’67 ‘สอดไส้-ไม่ตรงปก’ ตอบคำถามแบบขาดวุฒิภาวะ

วันเสาร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มติฝ่ายค้านไม่รับร่างพรบ.งบฯ’67

‘สอดไส้-ไม่ตรงปก’

ตอบคำถามแบบขาดวุฒิภาวะ

แก้ปัญหาให้ปชช.ไม่ได้จริง

‘เศรษฐา’ย้ำกู้เงินแจก1หมื่น

ทำตาม‘ผู้ว่าฯธปท.’แนะนำ

พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติไม่รับร่างพ.ร.บ.งบฯปี’67 วาระแรก ซัด “สอดไส้-ไม่ตรงปก”เอาแต่ชงกันเองกินกันเอง ไม่ช่วยแก้ปัญหาประชาชนจริง รับอภิปรายจืด แนะปชช.รอดูอภิปรายดุเดือดในอนาคต “ชัยชนะ” ยันปชป.ทำตามมติวิปฝ่ายค้าน ไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบ’67 ชี้นายกฯประสบการณ์สภาน้อย

จับประเด็นไม่ถูก ลั่นสงสัยกินยาหมดอายุ บอกรมต.พาณิชย์ มีผลงานมากกว่าอดีต ‘จุรินทร์’โต้‘เศรษฐา’ไม่เป็นผู้ใหญ่ หลังเปรียบกับ‘ภูมิธรรม’ที่มาทำงานไม่ถึง4เดือน โวมีผลงานเด่นชัด เจรจาสหภาพยุโรป-UAE ทำอาร์เซปสำเร็จ เป็นFTAใหญ่สุดในโลก‘นายกฯ’น้อมรับอภิปรายงบ ชี้แม้ดุเดือดแต่เป็นการติเพื่อก่อ ย้ำกู้เงินแจกดิจิทัลทำตามคำแนะนำ‘ผู้ว่าฯ ธปท.’ยันรับฟังทุกฝ่าย


เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 5มกราคม2567 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พรบ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วาระแรก ต่อเนื่องเป็นวันที่3 โดยบรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียง สส.ที่ได้คิวอภิปรายในช่วงเช้า เข้ามาภายในห้องประชุมเพื่ออภิปรายตามลำดับเท่านั้น

คาดสภาฯโหวตร่างงบฯช่วง21.00น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวลาที่สภาฯ ใช้อภิปราย ร่างพรบ.งบฯ67 ใน 2วันแรก ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 30ชั่วโมง 24นาที แบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาไป 5ชั่วโมง 11นาที, สส.ฝ่ายรัฐบาล ใช้เวลารวม 10 ชั่วโมง 45นาทีและคงเหลือเวลาที่อภิปรายได้ 4ชั่วโมง 3นาที ขณะที่ฝ่ายค้าน ใช้เวลารวม 13ชั่วโมง 46นาที คงเหลือเวลาที่อภิปราย 6ชั่วโมง 13นาที ขณะที่เวลาของประธานในที่ประชุมใช้ไป 41นาที คงเหลือเวลา 2 ชั่วโมง 18นาที ทำให้การอภิปรายในวันสุดท้ายก่อนจะลงมติว่าจะรับหรือไม่รับหลักการแห่งร่างพ.ร.บ.งบฯ67 เหลืออีก 12ชั่วโมง 35นาที คาดว่าจะยุติการอภิปรายได้ก่อนเวลา 21.00น.จากนั้นจะเป็นการลงมติและตั้งกรรมาธิการฯเพื่อพิจารณาในวาระถัดไป

ก.ก.ซัดจัดงบกระชับอำนาจ-ก่อวิกฤต

เวลา 10.37น.น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า เมื่ออ่านเอกสารงบประมาณปี67 ทำให้รู้ว่า ไม่ว่าประเทศไทยจะเกิดวิกฤตอะไรขึ้น หน้าตางบประมาณไทยไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ถ้าปิดชื่อนายกรัฐมนตรีที่มาแถลงปีนี้ตนยังคิดว่า เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่เป็นไรถ้ารัฐบาลไม่รู้จะอธิบายว่าตรงไหนคือวิกฤต ตนมีคำตอบให้ คือ ผู้บริหารประเทศที่จัดงบแบบนี้คือจุดเริ่มต้นของความวิกฤต โดยมองเห็นว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาเชิงพื้นที่ กรุงเทพฯ รวยกว่าชนบท หัวเมืองใหญ่ได้รับการพัฒนามากกว่าหัวเมืองรอง แต่จากงบประมาณปี67 ที่จัดมานั้นตนขอตั้งคำถามว่า แล้วแบบนี้จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร

การจัดงบประมาณของท่านไม่มีเจตนาในการที่จะกระจายอำนาจ แต่ท่านต้องการกระชับอำนาจต่างหาก งบประมาณแต่ละปีเงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังมีงบประมาณอีกส่วนมาในรูปแบบของงบจังหวัดปีละประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนนี้ให้ผู้ว่าฯจังหวัดในการตัดสินใจใช้ โดยเป็นงบเพื่อนำมาพัฒนาท้องที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของจังหวัด และดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด แต่ถ้าไปดูไส้ในแล้วไม่ตอบโจทย์งานอะไรเหล่านี้เลย งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเป็นงบซ้ำซ้อน ส่วนเกินและไม่จำเป็น ซึ่งงบนี้เคยถูกปรับลดลงหลังช่วงโควิดและในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่พอมารัฐบาลเศรษฐา กลับเพิ่มเต็มเพดาน นั่นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลอยากเพิ่มกำลังอำนาจราชการส่วนภูมิภาค

‘พท.’ลั่นได้ใช้แน่เงินหมื่น-ปัดกู้มาแจก

นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวตอบคำถามระหว่างพิจารณาร่างพรบ.งบ67 ในที่ประชุมทางฝ่ายค้านได้ท้วงติงเรื่องเงินกู้ เพราะนายกฯเคยบอกว่า จะไม่กู้เงินมาทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะชี้แจงอย่างไร ว่า ความชัดเจนตรงนี้ ขอให้ทางรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร เป็นคนชี้แจงดีกว่า พวกเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ถ้ารัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิที่จะทักท้วงได้ เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้บริหารพรรค พท.มั่นใจว่า ประชาชนจะได้ใช้เงินดิจิทัลใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ได้ใช้แน่นอน ตนมั่นใจอย่างนั้น อยากให้เข้าใจว่า การออกพรบ.กู้เงิน เพื่อเอามาเป็นแบคอัพเท่านั้น ไม่ใช่กู้เงินเอามาแจก การที่รัฐบาลมีโครงการนี้ เพื่อต้องการให้เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ โดยการใช้ระบบดิจิตอล ความจริงมันคือเงินบาท เพียงแต่ถูกส่งให้ประชาชนใช้งานในรูปแบบดิจิตอล ตราบใดที่ไม่มีการเบิกเงินออกมา เงินจำนวนนี้ก็ยังคงอยู่

ก.ก.อัดไม่ตอบโจทก์-ยัดไส้งบตัดถนน

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แถลงสรุปการอภิปรายร่างพรบ.งบ67 ว่า ร่างพรบ.งบฯไม่ได้สะท้อนว่า รัฐบาลจะแก้ไขวิกฤตต่างๆ อาทิ วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม มลพิษที่รั่วไหล ฝุ่น PM 2.5 การศึกษา เด็กเกิดน้อย หรือสังคมผู้สูงวัย เป็นต้น ขณะเดียวกันยังพบงบประมาณที่มีการสอดไส้ งบประมาณที่ไม่ตรงปกและไม่ตรงแผน เพราะแทนที่จะมีแผนสร้างความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ กลับแทรกแผนการสร้างถนน สร้างตึกเข้ามาแทน และมีแต่งบประมาณที่เอาไปใช้หนี้ ฉะนั้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องตอบข้อสงสัยเหล่านี้ในวันสุดท้าย ทั้งเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

ผิดหวังมากนายกฯไม่ตอบปมศก.เอง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า การชี้แจงเรื่องเศรษฐกิจของนายกฯตนคาดหวังว่า นายกฯจะตอบมากกว่านี้ แต่กลับให้ รมช.คลัง ตอบเรื่องงบประมาณและเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งน่าผิดหวังและช่วงที่ผ่านมามีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตอบเรื่องงบประมาณเป็นหลัก ตนจึงคาดหวังว่าช่วงท้ายในการพิจารณา นายกฯจะมีบทบาทในการอภิปรายงบประมาณ การชี้แจงเรื่องงบประมาณและปัญหาเศรษฐกิจน่าผิดหวังมากที่สุด หรืออาจเป็นอคติของดิฉัน แต่ต้องสอบถามท่านอื่นด้วยว่ามีอะไรที่มีปัญหา ซึ่งเราต้องติดตามว่ายังมีรัฐมนตรีท่านใดที่ยังไม่ตอบ โดยเฉพาะเรื่องPM2.5 ที่ต้องดูว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จะมาตอบเองหรือไม่ แต่มีใครเห็นท่านอยู่ในห้องประชุมบ้างหรือไม่

‘วิโรจน์’ซัดการศึกษาไทยกลุ่มรั้งท้าย

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก.อภิปรายงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ และวิกฤตทางการศึกษา โดยกล่าวถึงการสอบ PISA หรือโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติวัดทักษะและความสามารถของนักเรียนอายุ 15ปีด้านการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยจัดสอบทุก 3 ปี เพื่อประเมินค่าเฉลี่ยของคุณภาพคนและขีดความสามารถในการแข่งขันของพลเมืองแต่ละประเทศ สะท้อนคุณภาพการศึกษา และกลไกของรัฐในการพัฒนาพลเมืองว่าล่าสุดผลคะแนนPISA ปี2565 ของประเทศไทย อยู่ในกลุ่มรั้งท้าย ได้คะแนนต่ำสุดในรอบ 20ปี ประเทศไทยเข้าสู่การทดสอบPISA ตั้งแต่ปี 2543 ปัจจุบันมีแต่สาละวันเตี้ยลงโงหัวไม่ขึ้น ผลต่างระหว่างประเทศไทยกับประเทศในกลุ่มที่พัฒนาแล้วยิ่งทิ้งห่างไปเรื่อยๆไม่เคยนำเอาผลการสอบครั้งที่แล้วมาปรับปรุงระบบการศึกษา

เดินหลงทาง-ไร้ผลสัมฤทธิ์การศึกษา

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผ่านมา 24ปี ประเทศไทยจมปลักอยู่กับปัญหาเดิม รัฐบาลมองปัญหากลายเป็นเรื่องปกติ หลอนว่าระบบการศึกษาเป็นอัตลักษณ์ของประเทศถือเป็นวิกฤตของระบบการศึกษาไทยและเมื่อฟังคำสัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14ก.ย.2566 ที่ระบุ คงไม่เทียบมาตรฐานกับประเทศอื่นดีกว่าของเราก็เป็นตัวของเราเอง ดังนั้นเมื่อคนระดับรัฐมนตรีมองว่าไม่ได้เป็นปัญหา แต่เป็นสไตล์ จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดงบประมาณปี2567 ของกระทรวงศึกษาธิการถึงเป็นงบประมาณแบบเดิม”ทุกวันนี้การศึกษาไทยกำลังเดินหลงทาง มองไปข้างหน้าก็ไม่เจอใคร มองไปข้างหลังก็ไม่เจอคน มองซ้ายเจอฮวงซุ้ย มองขวาเจอป่าช้า แต่ก็ยังจะเดินหน้าต่อไป ยิ่งเดินต่อเสบียงยิ่งร่อยหรอ งบประมาณถูกใช้ไปเรื่อยๆ ไม่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้” นายวิโรจน์ กล่าว เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียน

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า เราอยู่ในยุคที่รมว.ศึกษาธิการ ชื่อเพิ่มพูน แต่การศึกษาไทยถดถอยล้าหลัง เมื่อเปรียบเทียบคะแนน PISA ของประเทศสิงคโปร์ ทั้งการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งคะแนนอยู่เหนือกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีแนวโน้มจะทิ้งห่างประเทศที่พัฒนาแล้วไปเรื่อยๆ ส่วนประเทศเวียดนามเทียบเท่ามีคะแนนกับประเทศกลุ่มกลุ่มที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นผลการทดสอบ PISA ของไทยที่ตกต่ำมาโดยตลอด สะท้อนว่าพลเมืองของไทยอายุตั้งแต่ 17-39ปี สู้พลโลกไม่ได้เลย เมื่อเอาผลคะแนนของแต่ละโรงเรียนมาวิเคราะห์โรงเรียนสาธิตเทียบกับโรงเรียนสังกัด สพฐ.จะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำ เพราะโรงเรียนสาธิตสามารถออกแบบหลักสูตรได้เอง บูรณาการหลากหลายวิชาเข้าด้วยกัน ทำให้บริหารเวลาเรียนได้มีประสิทธิภาพการเรียนรู้เปิดกว้าง ขณะที่โรงเรียนสังกัด สพฐ.เต็มไปด้วยอำนาจนิยม และการบูลลี่ ดึงเด็กออกมานอกห้องเรียน เพื่อทำกิจกรรมสร้างหน้าตาให้กับผู้บริหารสถานศึกษา รอคนจากส่วนกลางมาตัดริบบิ้น อย่างไรก็ตาม จากผลวิจัยพบว่าการบูลลี่ในโรงเรียนส่งผลเสียต่อการสอบ PISA ทำให้ผลคะแนนในวิชาวิทยาศาสตร์ตกต่ำลง 35-55 คะแนน ซึ่งเมื่อดูในงบประมาณปี 2567 กลับไม่พบว่าจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา อำนาจนิยมและการบูลลี่ในโรงเรียน

เด็กไทยเรียนครึ่งชีวิต-แต่ไร้คุณภาพ

นายวิโรจน์ กล่าวว่า เด็กไทยมีเวลาเรียนเยอะติดอันดับโลกประมาณ 56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือตกวันละ8ชั่วโมงต่อวัน หักลบกับเวลานอน8ชั่วโมงก็เท่ากับเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิต สะท้อนว่าเวลาเรียนในโรงเรียนไร้คุณภาพ อย่างไรก็ตามงบดำเนินงานและรายจ่ายอื่น ถือเป็นปัญหาใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ หากเทียบกับกระทรวงสาธารณสุขกับนโยบาย 30บาทรักษาทุกโรคและกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ถือเป็นการปฏิรูประบบจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ใช้งบประมาณและรายจ่ายอื่นไปกับ 3เรื่อง ได้แก่ ส่งเสริมการป้องกันโรค เพิ่มศักยภาพทักษะทางวิชาชีพ และยกระดับมาตรฐานของสถานพยาบาล แต่เมื่อดูสัดส่วนของงบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่นของกระทรวงศึกษาธิการเทียบกับกระทรวงสาธารณสุขพบว่าสูงกว่าเป็นเท่าตัว ปี 2563 กระทรวงสาธารณสุขอยู่ที่ 8.41% ส่วนกระทรวงศึกษาธิการอยู่ที่ 19.33% คิดเป็นมูลค่าเงิน 15,027 ล้านบาท และในปีต่อมาก็มีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท ทำให้กระทรวงศึกษาธิการเจ็บกระดองใจพยายามปรับลดงบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่นในปี2567 ซึ่งในปีนี้มีการปรับลดงบลดลงมาเหลือ 13.14%

สารพัดโครงการหวังถลุงงบประมาณ

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีงบประมาณในหลายโครงการของกระทรวงศึกษาธิการที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนคำนวณว่ามีวงเงินต้องสงสัย 8,256 ล้านบาท เชื่อว่าสามารถปรับลดงบดำเนินงานและงบรายจ่ายอื่นได้อีก โดยเฉพาะโครงการที่มีภารกิจซ้ำซ้อน โครงการที่สร้างภาระงานให้กับครูผู้สอน โครงการที่เต็มไปด้วยการว่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งมียอดรวม 2,117 ล้านบาท โครงการเหล่านี้มักจะตั้งชื่อให้เป็นคนดี เพื่อป้องกันการตัดงบ ใครที่ตัดงบประมาณก็จะถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี ไม่เห็นแก่เด็กตาดำ ๆ แต่เมื่อดูในรายละเอียดจะทราบว่าโครงการเหล่านี้เป็นภาระแก่ครูและนักเรียน เช่น โครงการสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติด โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา และโครงการสร้างเสริมสร้างระเบียบวินัยและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซึ่งแค่อ่านชื่อยังสำลักในความดี โดยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำได้ผ่านวิชาโฮมรูม หรือสอดแทรกไปในวิชาสังคมศึกษาหน้าที่ พลเมือง สุขศึกษา แนะแนว โดยไม่จำเป็นต้องแยกโครงการเพื่อถลุงบประมาณ

ลั่นขออภิปรายงบ’ศธ.’เป็นครั้งสุดท้าย

“หากยอมจำนนให้กับระบบอำนาจกดขี่ ยอมให้หลักสูตรที่ไม่ได้ปรับปรุงเป็นหลักสูตรล้างสมอง ขโมยเวลาชีวิตสุดท้ายเด็กต้องเติบโตเป็นพลเมืองที่ไม่กล้าคิด ไม่กล้าฝัน ไม่กล้าตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจเป็นได้แค่บ่าวไพร่ที่คอยทำงานตามคำสั่ง แก่ตัวและตายจากไปในประเทศที่ต้องสาป ผมขออภิปรายเรื่องวิกฤติทางการศึกษาในสภาฯเป็นครั้งสุดท้าย ผมวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตายไปยังไงก็เป็นเถ้าถ่าน ขอไม่เห็นด้วยกับร่าง พรบ.งบ67” นายวิโรจน์ กล่าว

ติเพื่อก่อ‘เศรษฐา’น้อมรับคำอภิปราย

เวลา 12.15น.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพรบ.งบ67 ซึ่งมีความดุเดือดมากขึ้น โดยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พุ่งเป้าเรื่องจัดสรรงบไม่เท่าเทียมโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ว่า มี 2-3คำถามที่บอกว่าดุเดือดขึ้นหรือเปล่านั้นตนเห็นว่าดูดี เป็นการติเพื่อก่อในหลายๆเคสและมีหลายเคสที่เราพยายามอธิบายพูดคุยขยายความชี้แจงไป ส่วนกรณีสมาชิกพรรคปชป.บอกว่า การจัดงบไม่ได้แตกต่างนั้น ต้องเข้าใจว่างบนี้เรามีมรดกมาและเราก็พยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องภาคใต้เชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์ดีอยู่แล้ว ตลอด4เดือนที่ผ่านมาได้ลง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2ครั้งและลงไป จ.ภูเก็ต หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เรื่องงบฯเป็นเรื่องหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงจะทำให้พื้นที่มีความมั่นคง มั่งคั่งขึ้นได้ แต่อีกเรื่องหนึ่งซึ่งตนไม่อยากให้เราลืมไปคือ การใส่ใจ รัฐบาลนี้จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกๆพื้นที่อย่างทั่วถึง ซึ่งได้เรียนแล้วว่า ในฐานะนายกฯจบ4 ปีนี้เชื่อว่า ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชนทุกภาคจะดีขึ้น

ยันดูแลปชช.ทุกภาคส่วนเท่าเทียมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการรับฟังการอภิปรายของสมาชิกสภามีประเด็นไหนที่เป็นประโยชน์และนำมาปรับในวาระ2และ3 หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า มีหลายๆจุด ท้ายที่สุดจะมานั่งประชุมกันอีกทีว่ามีตรงไหนที่สามารถนำมาปรับแก้ไข เมื่อถามว่า มีประเด็นไหนที่นายกฯอยากลุกขึ้นชี้แจงที่สภา นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องฟังก่อนและคงต้องดูโอกาส แต่มีหลายมุมที่อยากชี้แจง โดยเฉพาะที่ผู้สื่อข่าวถามมาในกรณีที่สมาชิกฝ่ายค้านเห็นว่า การจัดสรรงบประมาณไม่เป็นธรรม ตนคิดว่าเราต้องมาโฟกัสกันที่ว่าเราจะทำอย่างไรมากกว่าไม่ใช่เรื่องงบอย่างเดียว เรื่องที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนให้เท่าเทียมเสมอภาค เราจะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

ออกพรบ.กู้เงินเพราะผู้ว่าฯธปท.แนะนำ

เมื่อถามว่า สมาชิกยังอภิปรายย้ำเรื่องกู้เงินดิจิทัลวอลเล็ต ตรงนี้นายกฯจะชี้แจงอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะไม่กู้ นายกฯ กล่าวว่า ตนทำตามคำแนะนำของ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ให้ออกเป็นพรบ.จะดีกว่าใช่หรือไม่ เวลาที่เราจะออกเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตก็บอกให้รับฟังความคิดเห็นจากทุกๆฝ่าย แล้วนี่หน่วยงานหลักตนก็ฟัง เมื่อถามว่า ได้พบกับกฤษฎีกาแล้วหรือยัง มีความคืบหน้าอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ยังเลย ยังไม่มีเวลา แต่บ่ายนี้ถ้าเจอก็จะถาม

‘จุรินทร์’ซัดงบเป็ดง่อยกระตุ้นศก.ไม่ได้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายงบปี67ของตนเอง ว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดข้อบังคับและได้ทำตามกติกาของรัฐสภา ถือว่าได้ทำหน้าที่ของตนครบถ้วนแล้ว ในฐานะที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล ส่วนที่ตนได้พูดถึงงบเป็ดง่อยนั้น เป็นเพราะต้องการสะท้อนให้เห็นว่าเนื่องจากงบประมาณปีนี้ มันล่าช้ามาก เหลือเวลาใช้เงินแค่ 5เดือนคือ40%ของระยะเวลาทั้งหมดบวกกับประสิทธิภาพการใช้เงิน โดยงบลงทุนที่มีผลสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ มันจะมีประสิทธิภาพได้ เบิกจ่ายร้อยละ70 โดยเฉลี่ย4-5ปีที่ผ่านมา ตัวเลขมันบอกเพราะฉะนั้นประสิทธิภาพ 70% บวกกับเวลาเหลือแค่ 40% ทำให้งบปี67จะกลายเป็นงบเป็ดง่อย ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ตามที่รัฐบาลตั้งไว้แต่ก็ไม่ได้ไปตำหนิใคร แต่สะท้อนตามเนื้อผ้าตามข้อเท็จจริง ไม่ได้พาดพิงกระทรวงพาณิชย์เลยแม้แต่คำเดียว“ผมว่าท่านนายกท่านไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่นะครับ สำหรับประเด็นที่จะให้ผมกับ รมว.พาณิชย์คนใหม่ทะเลาะกันโดยไม่จำเป็นและผมก็หลีกเลี่ยงอยู่แล้ว เพราะผมไม่มีอะไรไปวิจารณ์รัฐมนตรีท่านใหม่ในขณะนี้” นายจุรินทร์ กล่าว

โวเป็นคนเปิดFTAใหญ่ที่สุดในโลก

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องผลงานอยากขอเรียนว่า 4ปีที่ทำหน้าที่ในฐานะ รมว.พาณิชย์ ผลงานไม่น้อยหน้ากว่าใคร โดยเฉพาะที่ท่านนายกพูดเรื่องFTA ส่วนตัวคิดว่า มันปรากฏเด่นชัด ตั้งแต่เป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อาร์เซ็ป ที่พยายามจะทำกันมาเป็น10ปี แต่สำเร็จตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ตอนรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โฮชา คราวที่แล้ว“ผมนั่งหัวโต๊ะประธาน ที่ประชุมรัฐมนตรี เศรษฐกิจอาเซ็บ มี 15ประเทศร่วมประชุม หลายครั้งจนสุดท้ายสำเร็จทำให้มีผลบังคับใช้ได้วันนี้อาร์เซ็ป กลายเป็นFTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนั้นผมไปสหภาพยุโรปด้วยตัวเอง ไปเจรจากับรัฐมนตรีพาณิชย์หรือรัฐมนตรีเศรษฐกิจของสภาพยุโรป 20ประเทศและได้ประกาศนับ1 เป็นทางการว่า เราจะเริ่มเปิดการเจรจาทำรายละเอียดเรื่องFTA ขณะนี้ก็มีความคืบหน้า” นายจุรินทร์ กล่าว

อย่าเสี้ยมชนรมว.พณ.เสียผู้ใหญ่เปล่าๆ

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นตนยังไปไอซ์แลนด์ ไปลงนามกับรัฐมนตรี 4คน กับอีก 4 ประเทศ อีกทั้งยังเดินทางไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือUAE ซึ่งเป็นหน้าด่านสำคัญ ที่จะทำให้การค้ากระจายไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งได้ไปเจรจาด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังมีศรีลังกา ที่ยังทำต่อเนื่องกัน กำลังจะมาจบในรัฐบาลนี้ ที่สำคัญ มินิFTA ถือเป็นนวัตกรรมทางการค้าใหม่ที่ตนต้องการลงลึก ไปทำสัญญาพิเศษในระดับมณฑล หลายมณฑลของจีน เช่น ไห่หนาน ,เฉินเจิ่น,รวมทั้งประเทศเกาหลี ญีปุ่น ซึ่งตนเองได้เตรียมไว้หลายฉบับ เป็นสิ่งที่ปรากฏเด่นชัด แต่ว่าทั้งหมดนี้ไม่ต้องการไปพูดเปรียบเทียบ กับรัฐมนตรีท่านใหม่ เพราะรัฐมนตรีพาณิชย์ท่านใหม่ก็เพิ่งเข้ามาได้ 3-4เดือน ก็ต้องให้เวลาท่านไม่ประสงค์ที่จะไปมีปัญหาอะไรกับใคร แต่ว่าท่านนายกเอามาชนกันมันเสียผู้ใหญ่เปล่าๆ

‘เฉลิมชัย’พอใจ-ยันไม่ใช่พรรคอะไหล่

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พรบ.งบ67 ว่า ในส่วนพรรคปชป.พอใจภาพรวมการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายร่าง พรบ.งบ67 ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ สส.ของพรรคอภิปรายได้ครบถ้วนสมบูรณ์ สร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา มุ่งชี้ให้เห็นจุดที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่รัฐบาลเคยบอกประชาชนก็ไม่ได้มีการขับเคลื่อนโดยกระบวนการของการจัดสรรงบประมาณตามนโยบายที่บอกไว้ ซึ่งควรปรับงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด พรรคจะตามต่อในวาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการเพื่อให้งบประมาณ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความคุ้มค่าโดยยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลักสำคัญ พรรคจะขับเคลื่อนงานสภาอย่างเข้มข้นในฐานะฝ่ายค้าน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตรงไปตรงมาและย้ำว่าพรรคมีศักดิ์ศรีไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อนำพาพรรคก้าวไปข้างหน้าฟื้นฟูพัฒนาพรรคด้วยความเป็นเอกภาพ ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศต่อไป

‘ชัยธวัช’ยันฝ่ายค้านไม่เห็นชอบพรบ.งบ

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า วันนี้ (5 ม.ค.) เข้าสู่วันสุดท้ายการอภิปรายร่าง พรบ.งบประมาณ67 “พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือความเห็นต่อ พรบ.ฉบับดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อม PM 2.5 วิกฤตการศึกษา วิกฤตเด็กเกิดน้อย วิกฤตสังคมผู้สูงวัย รัฐบาลจัดทำงบประมาณที่ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเก่า ตั้งงบไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของปัญหา ยังพบการสอดไส้งบไม่ตรงปกไม่ตรงแผน การบรรจุงบที่ไม่ควรจะมี การจัดสรรงบที่ไม่เพียงพอต่อความจำเป็น ประมาณการรายได้ที่เกินจริง มุ่งใช้งบประมาณโดยไม่มองถึงอนาคต”นายชัยธวัช กล่าว

มั่นใจฝ่ายค้านโหวตในทิศทางเดียวกัน

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า 3วันในการพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณ67 ฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามและให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลหลายอย่าง แต่คณะรัฐมนตรีชี้แจงคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม บางคำถามไม่มีคำตอบ การชี้แจงก็ขาดวุฒิภาวะหรือให้ข้อมูลที่บิดเบือน ตอบตามคำถามชงกันเองกินกันเองในพรรคเดียวกัน รัฐมนตรีบางกระทรวงไม่ให้เกียรติเงินภาษีของประชาชนด้วยการลุกขึ้นชี้แจงหรือให้คำตอบแก่สภา พรรคฝ่ายค้านจึงมีมติว่าจะลงมติไม่เห็นชอบกับร่าง พรบ.ฉบับนี้ เมื่อถามว่า หากมีเสียงแตกไปสนับสนุนงบ จะทำอย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่าพึ่งคิด ตนมั่นใจว่าไม่มีเสียงแตกแน่นอน อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ได้บอกไว้ ถึงจะมี สส.ลาป่วย เราก็จะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน การลงมติพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นการแสดงถึงจุดยืนและท่าทีว่าเรามีความคิดเห็นอย่างไรต่อร่าง พรบ.ฉบับนี้ มีการเปลี่ยนแปลงนัยยะสำคัญ และกลางปีหน้าจะมีร่าง พรบ.ปี68 หวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะไม่มีข้ออ้างในการจัดทำงบประมาณ

ยอมรับไม่ดุเดือด-ให้จับตาดูในอนาคต

เมื่อถามว่า ได้ประเมินภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านในครั้งนี้อย่างไร เพราะประชาชนดูเหมือนว่ายังทำงานไม่เต็มที่ นายชัยธวัช กล่าวว่า มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งหลายส่วนก็ชื่นชมว่าเป็นการอภิปรายที่มีฐานข้อมูลสร้างสรรค์ มีข้อวิพากษ์วิจารณ์และมีข้อเสนอแนะ แต่หลายคนก็รู้สึกว่าไม่ได้ดุเดือดอยากจะบอกกับประชาชนว่า ไว้ค่อยดูการอภิปรายที่ดุเดือดในอนาคต เพราะการอภิปรายงบฯ ควรจะให้ข้อมูลแก่ฝ่ายบริหารและประชาชน ไม่ได้ดุเดือดเผ็ดร้อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top