วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
นายกฯ ไม่หวั่นฝ่ายค้าน ใช้เวทีแถลงนโยบายต่อสภา ซ้อมซักฟอก ยกคำวิจารณ์เป็นมงคล พร้อมรับฟัง-ไม่ดื้อ ขออย่าแบ่งแยกฝ่ายรัฐบาล-ค้าน เพราะเป็นตัวแทนที่ ปชช.เลือกมา ย้ำนโยบายคนละครึ่ง "ต้องพลัสมากกว่าเดิม" ส่วนจะใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่ ต้องไปดูข้อกฎหมาย
1 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 09.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะมุ่งแก้เรื่องใดให้กับประชาชนเป็นอันดับแรก ว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลในขณะนี้ เหลืออีกเพียงนิดหน่อย โดยคาดว่าจะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ในต้นสัปดาห์นี้ ส่วนระยะเวลาในการประชุมขึ้นอยู่กับวิปที่จะต้องไปตกลงกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การยกเลิก MOU 44 จะอยู่ในคำแถลงนโยบายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ในคำแถลงของนโยบายต่อรัฐสภา ส่วน MOU 43 ยังต้องพิจารณาอยู่ และตนก็พูดว่ายกเลิกแค่ MOU 44 เท่านั้น
ส่วนจะกังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้เวทีแถลงนโยบายเป็นการซ้อมซักฟอก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนผ่านจรงนี้มาหลายครั้งแล้ว และถือว่าไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็น การแนะแนวทาง เป็นมงคลกับตนทั้งนั้น เพราะในคำวิพากษ์วิจารณ์ก็จะมีคำแนะนำที่ดีๆ ซึ่งก็ไม่ได้มีใครสงวนสิทธิ์ที่จะให้ตนนำไปใช้ พร้อมย้ำว่า ตนรับฟัง และไม่ดื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องมีทีมองครักษ์ในการป้องกันฝ่ายค้านมุ่งเน้นโจมตีรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องตรงไปตรงมา เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคลอยู่แล้วที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และมองว่า พวกเขาทำเพื่อประชาชน
"อย่าไปมองว่าเขาเป็นใคร เป็นนาย ก.หรือนาย ข.แต่พวกเขาคือผู้แทนของประชาชน เขาจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็เป็นคนที่ประชาชนเลือกเขามา ผมต้องมองประชาชนทั้ง 75 ล้านคน เป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เฉพาะคนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยมา ที่จะดูแลเท่านั้น แบบนี้ก็ไม่ใช่" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ไม่กังวลว่าจะมีเกมตัดขาในสภาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สิ่งที่ตนกังวลอยู่ คือ ปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่จะให้มันจบหมดสิ้นไปโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า สำหรับนโยบายคนละครึ่ง ที่มีแนวคิดว่า จะย้ายเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือน หรือจะจ่ายเป็นก้อนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ต้องทำ และเป็นเรื่องที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ต้องใช้คำว่าหลาย "พลัส" โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์น้ำมัน จึงต้องพลัสขึ้นไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้มีอะไรมาทดแทน
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ทุกคนรับนโยบายไปดำเนินการ ซึ่งนโยบายแต่ละประเภท รัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวง ก็จะมีส่วนร่วมในการยกร่างและยกโครงขึ้นมา ส่วนตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็จะมีเพิ่ม และปรับปรุงเข้าไป แต่ก็จะไม่ได้ตัดทอนอะไร ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า โครงการคนละครึ่งจะสามารถใช้เติมน้ำมันได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าเพิ่งถามถึงขนาดนั้น ขอให้มีคนนำเสนอขึ้นมาก่อน เพราะบางอย่างถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ได้
ส่วนจะต้องกู้เงินเพื่อมาดำเนินโครงการหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ต้องนึกถึงประชาชนก่อน ส่วนหน้าที่ในการแสวงหาทรัพยากร และหน้าที่ในการบริหารทรัพยากร เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาให้ครบถ้วนว่าสามารถดำเนินการได้ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี