533.jpg
‘พิธา’กางโรดแมป  ชูปชต.เต็มใบ-ปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่  ดันก.ม.47ฉบับช่วยปชช.

‘พิธา’กางโรดแมป ชูปชต.เต็มใบ-ปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่ ดันก.ม.47ฉบับช่วยปชช.

วันเสาร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

‘พิธา’กางโรดแมป

ชูปชต.เต็มใบ-ปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่

ดันก.ม.47ฉบับช่วยปชช.

เม.ย.ลุยซักฟอกรัฐบาล

‘อนุทิน’ย้ำยังไม่ปรับครม.

รัฐบาลเตรียมตัวไว้ “พิธา” แบ 3 ยุทธวิธีทำงาน “ก้าวไกล”พุ่งเป้า “บริหารล้มเหลว-คอร์รัปชั่น-ทำงานอืด” ลั่นเมษายนนี้เห็นภาพชัด เผยคิดเตรียมแพลนไว้แล้ว รอศาลรธน.วินิจฉัย ชี้ขาดก่อน ดันนโยบายแก้ “ม.112”ต่อหรือไม่ลั่นไม่เป็นความจริง ไม่กล้าแตะชั้น14 ร่ายยาวแผนงานปี’67พร้อมชงกม. ผลักดันนโยบายเรือธง จ่อซักฟอกรัฐบาลเมษายน ติดตลก บอกขึ้นกับปชช.ให้รอดูเข้าทำเนียบ ไปทำอะไร ด้าน‘อนุทิน’หนุน ‘ไชยชนก’นั่ง เลขาฯพรรคแต่ต้องเข้าสู่แข่งขันคัดเลือก-โชว์วิชั่น ยันวงกินข้าวพรรคร่วมไร้คุยปรับ ครม.ปัดตอบดึง‘อุ๊งอิ๊ง’เสริมทัพ ยันทุกคนเชื่อมั่น-ยอมรับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 26มกราคม2567 ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงจุดยืนภาพรวมการทำงานของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลว่า การจะเป็นสถาบันพรรคการเมือง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ทุกองค์กรมีแผนการดำเนินงานประจำปีของตัวเองอยู่แล้ว แต่เราคงต้องเอามารวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นเพื่อดูว่า จะทำงานอะไรร่วมกันและแจกจ่ายงานในส่วนไหนให้กันได้บ้าง ส่วนภาพที่รัฐบาลต้องเจอภายหลังจากตนกลับมานั้น ทุกสัปดาห์เราจะมีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คอยเก็บข้อมูลและลงพื้นที่ไปรับฟังพี่น้องประชาชน มีทีมงานเบื้องหลังก็มีการเรียบเรียงข้อมูลให้เห็นว่า ภาพที่รัฐบาลทำมีอะไรบ้างและมีอะไรบ้างที่รัฐบาลควรจะต้องปรับปรุง ตามกลไกของรัฐสภา ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป น่าจะพอเห็นภาพ แต่ถ้ามีเหตุการณ์สำคัญ ที่เราคิดว่ารอไม่ได้ถึงเมษายนก็จะใช้กลไกสภา อาทิ การตั้งกระทู้ รวมไปถึงการทำงานกับสื่อมวลชนในการแถลงข่าว เพื่อให้ทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินเป็นประโยชน์และเป็นธรรมต่อประชาชน


ซักฟอกรบ.บริหารเหลว-โกง-ทำงานอืด

เมื่อถามว่า ได้คิดฉากทัศน์หลังศาลธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดีนโยบายหาเสียงมาตรา112 ไว้แล้วใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า คิดไว้แล้ว ถึงแม้จะเป็นฉากทัศน์ที่แย่ที่สุด พรรคก้าวไกลก็ยังบริหารจัดการได้ ไม่ได้ทำให้ภาพรวมใหญ่ทั้งปีต้องสะดุดลง ตนคิดว่าสามารถบริหารจัดการได้ แต่ยังลงรายละเอียดไม่ได้

เมื่อถามถึงการเตรียมหัวข้อในการอภิปราย นายพิธา กล่าวว่า เน้นไปที่ 3หัวข้อใหญ่คือ 1.ความล้มเหลวในการบริหาร 2.การประพฤติมิชอบ คอร์รัปชั่นและ3.การทำงานช้า น้อย หรือสายเกินไป ไม่ตรงกับความท้าทายของศักยภาพประเทศ ตอนนี้อาจไม่มีโอกาสได้พูด แต่ทีมงานหลังบ้านกำลังทำข้อมูลเพิ่มขึ้นทุกอาทิตย์ ในส่วน กมธ.สามารถเรียกข้อมูลเพิ่มเติมได้ ดังนั้นตนขอสัญญากับประชาชนว่า จะไม่ทำให้ผิดหวัง

กาง6เป้าหมายสำคัญปี67พรรค’ก.ก.’

นายพิธา ยังแถลงถึงแผนการทำงานของพรรคก้าวไกลปี2567 หรือ MFP’s Strategic Roadmap ตอนหนึ่งว่า มี Big Bangs หรือเป้าหมายสำคัญ 6เป้าหมาย ได้แก่ 1.การทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ เช่น การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญใหม่ 2.ยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งระบบขนส่ง ค่าใช้จ่าย สวัสดิการ สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข 3.หยุดแช่แข็งชนบทไทย การลดต้นทุนการเกษตร การเพิ่มเครื่องจักรในการผลิต การเพิ่มแหล่งน้ำและการแปลง สปก.เป็นโฉนด รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร 4.ปฏิรูปรัฐครั้งใหญ่ในการจัดทำงบประมาณ การกระจายอำนาจ ปราบโกง 5.พัฒนาการเรียนรู้ให้ทันโลก ต้องมีหลักสูตรในการเรียนใหม่ ลดภาระครู และตัดอำนาจนิยม และ 6.การเติบโตอย่างมีคุณภาพในการสร้างงาน ลดทุนท้องถิ่น 7.สนับสนุนSMEs ท่องเที่ยวคุณภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมใหม่ อาจจะดูไม่เหมือนนโยบายใหม่เพราะทุกคนได้เห็น300 นโยบายของพรรคก้าวไกลไปแล้ว อีกทั้งนโยบายต้องเห็นว่ามีเป้าหมายและเรียงลำดับความสำคัญ รวมทั้งมุมมองของพรรคก้าวไกลที่จะทำในปีนี้

เร่งผลักดันกฎหมายพรรค47ฉบับ

วาระสอง วิธีการทำงานของพรรคก้าวไกล มีปัจจัยความสำเร็จในการนำไปปฏิบัติจริง เพื่อให้สัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้วิสัยทัศน์เป็นความจริงจะต้องมีองค์ประกอบในเรื่องของกฎหมาย ในแง่ของแผนปฏิบัติการ งบประมาณและบุคลากร วาระสาม คือในส่วนของกฎหมายพรรคก้าวไกล ต้องการผลักดันกฎหมาย 47ฉบับ แบ่งเป็นสองก้อน ก้อนที่อยู่ในวาระการประชุมสภา 21 ฉบับ และอีก 26 ฉบับยังไม่เข้า ยืนยันว่า พรบ.เรือธง ของพรรคก้าวไกล คือ สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า อากาศสะอาด ส.ป.ก. สำหรับเรื่องงบประมาณ จะต้องมีการปรับเพื่อให้วาระของพรรคไม่มีข้อติดขัดในเรื่องงบประมาณ ปฏิรูปอำนาจเงิน ให้มีความโปร่งใสประชาชนมีส่วนร่วม อนุมัติตามหลักประชาชนได้ประโยชน์และสุดท้ายคือการเตรียมทีมงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์รอรับเนื้อหางานที่ตามมา เช่น ทีมก้าวกรีน ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ก้าว Geek ดูแลเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ก้าวเมือง ดูแลเรื่องผังเมืองและก้าวเกษตรดูแลเกี่ยวกับเรื่องเกษตร และอาจจะมีเรื่องเกี่ยวกับ ก้าววัฒนธรรมและก้าวการศึกษาโดยไม่ใช่บุคลากรของพรรคก้าวไกลเพียงอย่างเดียวเพราะจะมีทั้งอาสาสมัครข้าราชการ ภาครัฐ เอกชนและองค์การนอกภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ เข้าร่วมด้วย ที่จะมีการกระจายไปอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายการทำงานของพรรคเกิดขึ้นได้จริง

เปิดแผนทำงานพรรคก.ก.ปี2568

ขณะที่หมุดหมายสำคัญในการทำงานในปีหน้าแบ่งออกเป็น2ช่วงด้วยกัน คือการทำงานในสภา และทำงานในพรรคก้าวไกล โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ภายในพรรคจะมีการพัฒนาทบทวนตัวชี้วัดของประธานกรรมาธิการและสส.โดยทุกคนจะต้องมีKPI เพื่อทำการชี้วัดผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเดือนเมษายนจะมีการอภิปรายทั่วไปหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เชื่อว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมของการทำงานของรัฐบาล และจะมีการประชุมใหญ่สามัญของพรรคก้าวไกล ที่ทำงานครบวาระ4ปี ที่จะมีการทบทวนแกนนำการทำงานของพรรคใหม่ ส่วนในเดือนพฤษภาคมจะมี Policy Festivalและเดือนมิถุนายน-สิงหาคม จะมีการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 และในปลายปี2567 จะมีการเตรียมการเลือกตั้งนายก อบจ.ซึ่งเป็นการกำหนด mile stones และจะมีการวัดผลเป็นระยะต่อไป

ไปทำเนียบฯเพื่อทำอะไรเดี๋ยวรอดู

ภายหลังแถลง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามจากกรณีที่เคยระบุว่า “ถ้าจะออกจากสภาอีก ก็ออกไปทำเนียบรัฐบาลอย่างเดียว”นั้น จะเข้าไปทำอะไร หรือมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือไม่ โดย นายพิธากล่าวว่า“ขึ้นอยู่กับประชาชน เดี๋ยวรอดู”

สมรสเท่าเทียม-สุราก้าวหน้า-เลิกคัดทหาร

นายพิธา ยังกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายของพรรคฯ ที่สภากำลังพิจารณา ทั้งการสมรสเท่าเทียม การแก้ปัญหาฝุ่นพิษและกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่คณะรัฐมนตรีขอนำไปพิจารณา 60วัน ส่วนร่างกฎหมายที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้วและรอการพิารณาจำนวน 17ฉบับ อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, กฎหมายโคนม และผลิตภัณฑ์นม , กฎหมายรับรองเพศ และคำนำหน้านามบุคคล และร่างกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เป็นต้น และยังมีร่างข้อบังคับ 1 ฉบับที่ถูกสภาปัดตกไปแล้ว ได้แก่ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาก้าวหน้า นอกจากนั้น ยังมีร่างกฎหมายที่รอนายกรัฐมนตรีรับรอง,ร่างกฎหมายที่กำหลังรับฟังความเห็นอยู่ โดยยืนยันว่า นโยบายการสมรสเท่าเทียม , สุราก้าวหน้า , การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร,การเปลี่ยน สปก.เป็นโฉนดและการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ เป็นนโยบายเรือธงของพรคก้าวไกล ที่จะเสนอเป็นร่างกฎหมาย เพื่อให้เป้าหมายประสบความสำเร็จ

ออกกม.ตรงรบ.ไปทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามถึงหมุดหมายสำคัญของการทำงานในปี2567 นายพิธา กล่าวว่า จะมีการกำหนด KPI และตัวชี้วัด เพื่อประเมินประธานกรรมาธิการฯ ในสัดส่วนของพรรคฯและส.ส.ของพรรคฯ ในช่วงเดือน ก.พ.จากนั้นในเดือน เม.ย.พรรคฯ จะพิจารณาในการเปิดอภิปรายรัฐบาลว่า จะเป็นในรูปแบบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายทั่วไป ก่อนจะมีการประชุมใหญ่ของพรรคฯ ในเดือนเดียวกัน เพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างองค์กร จากนั้นในช่วงกลางปี จะมีการเตรียมการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ2568และปลายปี2567 พรรคฯ จะพิจารณาการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อถามถึงนโยบายที่มีตรงกันกับพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจแค่ไหนว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะผลักดันนโยบายให้ผ่าน นายพิธา กล่าวว่า เท่าที่ดูจากสถิติ มี 2กฎหมายที่เราสามารถผ่านสภาได้ ทั้งพระราชบัญญัติ (พรบ.) สมรสเท่าเทียมและพรบ.อากาศสะอาด ที่เห็นได้ชัดว่า ไม่ใช่ไปกันคนละทาง แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีกฎหมายที่ดีที่ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชน ตนคิดว่าบางเรื่องก็มีทิศทางไปในทางเดียวกัน ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง อาทิ นโยบายเปลี่ยนโฉนดที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ก็เป็นนโยบายเดียวที่เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ

รอศาล วินิจฉัยม.112ไปต่อหรือไม่

นายพิธา กล่าวถึงการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมที่ยังไม่มีการตกผลึกล่าสุดพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ยื่นร่าง พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขเข้าสภาด้วย ว่า ตนยังไม่ได้อ่านร่าง พ.ร.บ.ของรวมไทยสร้างชาติ ส่วนแนวทางการดำเนินนโยบายแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะมีการผลักดันต่อหรือไม่นั้น นายพิธา กล่าวว่า ขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ในพรรคยังไม่ได้พูดคุยกันสำหรับกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ที่ระบุว่า จะไม่นิรโทษกรรม ม.112 แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายๆ ไป ซึ่งอาจขัดกับพรรคอื่นที่ไม่รวมการนิรโทษกรรม ม.112 นายพิธา กล่าวว่า เท่าที่ได้มีโอกาสคุยกับนายรังสิมันต์ ในส่วนของ กมธ.เป็นเหมือนการพบกันครึ่งทาง แต่ของพรรคก้าวไกล การนิรโทษกรรม รวม ม.112 ขณะนี้ยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ ว่าตรงกับที่นายรังสิมันต์ต้องการทำหรือไม่

สังคมเลิกขัดแย้ง-อย่าดำเนินคดีเด็ก

“ส่วนตัวเห็นว่าช่วง 17ปีที่ผ่านมา ที่มีความขัดแย้งทางการเมือง ถ้าปีนี้มีโอกาสที่เราจะเริ่มต้นใหม่ก็ไม่อยากให้มีการสร้างกำแพงขึ้นมา ที่เพราะจะทำให้โอกาสในการสร้างความสมานฉันท์ในชาติลดลง เมื่อมีเงื่อนไขใหม่เกิดขึ้น คิดว่าน่าจะมีวิธีการบริหารจัดการความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งจากหลายรูปแบบ ได้รับการจัดการอย่างครบถ้วน”นายพิธา กล่าวและว่า สำหรับอุปสรรคใหญ่การนิรโทษกรรม ซึ่งมีเงื่อนไข ม.112 นั้น พรรคจะมีบทบาทช่วยเหลือผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไรนั้น ยังติดตามสถานการณ์อยู่เรื่อยๆ อัพเดทอยู่เสมอ คิดว่าพรรคไม่ทิ้งเรื่องนี้ เป็นเรื่องการแสดงออกทางการเมือง และเป็นการหาทางออกร่วมกันของประเทศชาติ ว่าการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ควรจะออกมาในทิศทางไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นกับเยาวชนอายุน้อยกว่า 18ปี

ไม่เป็นความจริง-ไม่กล้าแตะชั้น14

นายพิธา กล่าวถึงกรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล การตรวจสอบของพรรคก้าวไกลค่อนข้างที่จะอ่อนแอลง หลังจากที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะการตรวจสอบเรื่องของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ไม่เป็นความจริง เรายังทำงานอย่างตรงไปตรงมา นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ได้ตั้งกระทู้ถามสดไปในสภาฯแล้ว ตนมองว่าเป็นเรื่องของระบบไม่ใช่แค่บุคคลใดบุคคลหนึ่งและไม่ต้องการให้กลายเป็นเรื่องของความสะใจ แต่จะให้ความสำคัญกับระบบที่ควรจะมีความเสมอภาคของคนที่โดนกลั่นแกล้งทางการเมือง รวมถึงคนที่โดนลี้ภัยไปต่างประเทศที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองและไม่สามารถกลับบ้านได้ ควรที่จะได้รับโอกาสกลับเข้าสู่กระบวนการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะสนับสนุนและโจมตีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ต้องปฎิบัติบนมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อถามว่า มึความเห็นอย่างไรที่ตอนนี้ สถานการณ์ นายทักษิณ ที่อยู่โรงพยาบาลตำรวจ มีการมองว่าเป็นการสองมาตรฐาน แต่ทางพรรคก้าวไกลไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง นายพิธา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า นายทักษิณ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองด้วยความสองมาตรฐานเช่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าความสองมาตรฐานที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ สามารถไปล้มล้างความสองมาตรฐานในอดีต เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ควรจะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งก่อนและหลัง แต่ยังไงก็ยังติดตามอยู่ตลอดจะใช้กลไกทั้งนอกและในสภาฯในการทำงานตรงนี้

ซักฟอกรบ.เมษายน67-ถล่ม’แม้ว’ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการนำพรรคก้าวไกลไปเปรียบเทียบกับสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่จะเปิดอภิปราย มาตรา153 โดยเน้นประเด็นเนื้อหาไปที่นายทักษิณด้วยนั้น นายพิธา กล่าวว่า อายุการทำงานไม่เท่ากัน ประสิทธิภาพของการทำงานไม่ได้หมายความว่าใครทำก่อนทำหลัง แต่ประสิทธิภาพการทำงานคือใครทำงานตรงเป้าหมายมากกว่ากัน หากวุฒิสภาเห็นว่า เวลาที่เหมาะสมคือตอนนี้ก็อาจจะทำก่อนพรรคก้าวไกลก็เป็นสิทธิ์ของวุฒิสภา“แต่ที่น่าแปลกก็คือประชุมกันมาหลายปี ก็เพิ่งเห็นครั้งแรกไม่เคยมีการตรวจสอบรัฐบาลมาก่อนก็เป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามกลับไป แต่ของเราอภิปรายไม่ไว้วางใจมาทุกปี และไม่เคยทำให้ประชาชนผิดหวัง เราทำอย่างเต็มที่ ไม่มีการออมมือ” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ จะมีเรื่องนายทักษิณหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มีหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ต้องรอดูสถานการณ์ไหนที่จะมาเรียงลำดับความสำคัญ

‘อดิศร’แนะฝึกท่วงที-วาจาก่อนไปทำเนียบฯ

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โพสต์ข้อความผ่านX หรือทวิตเตอร์ ถึงกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ก.ก.เดินทางเข้ารัฐสภาครั้งแรก ภายหลังชนะคดีถือหุ้นไอทีวี และตอบติดตลกกรณีผู้สื่อข่าวถามว่าเข้าสภารอบนี้ไม่ออกแล้วใช่หรือไม่ ว่า “ถ้าจะออก ก็ออกไปทำเนียบรัฐบาลอย่างเดียว” โดยนายอดิศร โพสต์ดังนี้ จะออกไปทำเนียบอย่างเดียวเดี๋ยวรอหน่อยจะได้ไหม พักร่างกายพักจิตใจ ฝึกกำลังภายในให้อดทนศีล สมาธิ ปัญญา ฝึกท่วงที วาจา ให้เข้มข้น รู้เขา รู้เรา ประมาณตนทำเนียบไม่ไกลพ้นพยายาม ทำเนียบอยู่ไม่ไกลนะ

‘อนุสรณ์’แนะไม่จำเป็นต้องค้านทุกเรื่อง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลกลับมาปฎิบัติหน้าที่ ส.ส.หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8ต่อ1วินิจฉัยคดีการถือหุ้นบริษัทไอทีวี ไม่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส.สิ้นสุดลงโดยประกาศจับตา 3โครงการเรือธงเป็นพิเศษคือดิจิทัลวอลเล็ต แลนด์บริดจ์และซอฟต์พาวเวอร์ ว่า เป็นเวลา 6เดือนที่สภามี ส.ส.ไม่ครบ 500 คน เข้าใจว่านายพิธาอาจรู้สึกเสียดายและเสียโอกาสที่ไม่ได้ทำหน้าที่ในช่วง 6เดือนที่ผ่านมาแต่ต้องเข้าใจว่าปัญหานี้เป็นปัญหาเฉพาะตัวของนายพิธาเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเป็นหน้าที่ของสภาและองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว นายพิธาจะจับตาโครงการใดของรัฐบาลก็เป็นสิทธิ รัฐบาลคงไม่ต้องไปตกใจอะไร การตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านก็คงทำหน้าที่เหมือนกับช่วงที่ผ่านมา เพียงแค่มี ส.ส.เพิ่มขึ้นมาในฝ่ายค้านอีกหนึ่งคนเท่านั้น คงไม่มีผลกระทบอะไรกับรัฐบาล

อย่าค้านจนทำให้ประชาชนเสียโอกาส

ในทางกลับกันอาจกระทบกับฝ่ายค้านเองมากกว่า ว่าจะคืนตำแหน่งหัวหน้าพรรคให้นายพิธา หรือไม่ ถ้าคืนจะคืนกี่โมง รวมถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะตัดสินใจปรับเปลี่ยนกันอย่างไร เข้าใจว่าฝ่ายค้านเองอาจต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะปรับโครงสร้างองคาพยพเพื่อหาที่หาทางให้นายพิธาให้เหมาะสม ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลก็เดินหน้าทำงานต่อ ไม่มีความจำเป็นต้องรอฝ่ายค้านพร้อมหรือไม่พร้อม การเมืองใหม่ที่ทุกคนอยากเห็นคือ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ถ้ายึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ประเทศก็เดินหน้าได้ เข้าใจว่าเป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ไม่จำเป็นต้องค้านทุกเรื่อง “ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า การตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านสามารถทำได้ บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน แต่ไม่จำเป็นต้องค้านทุกเรื่อง เรื่องใดที่คัดค้านแล้วทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส ไม่ได้ประโยชน์ หรือนำพาประเทศกลับไไปสู่วังวนของความขัดแย้งต้องระมัดระวัง” นายอนุสรณ์ กล่าว

’อนุทิน’ยันไร้ปรับครม.-ปัดดึง’อิ๊ง’เสริมทัพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการรับประทานอาหารพรรคร่วมรัฐบาล วานนี้ (25ม.ค.) ที่ร้านอาหารครัวตานิด ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นเจ้าภาพว่า การรับประทานอาหารเมื่อวานที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการเมืองหรือการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นบรรยากาศพูดคุยกันแบบสบายๆ คุยกันเรื่องทั่วไป แล้วรู้สึกว่าทุกคนมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น และวางใจกันมากขึ้นถ้าเทียบกับช่วงต้นรัฐบาล เมื่อถามว่า นายกฯได้กำชับเรื่องการทำงานอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องงานนายกก็เคยได้พูดมาแล้ว ว่าตัวท่านเป็นผู้บริหารรัฐบาลแต่ผู้ที่ปฏิบัติในแต่ละกระทรวง ก็ต้องไปทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งตนก็ได้ฟังจากสื่อ ที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างหนัก และต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐมนตรีเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะไปถามในเรื่องการปรับครม. ซึ่งตนได้ฟังข้อความเหล่านี้จากทางสื่อ ก็ยืนยันว่าเป็นเช่นนี้จริง

ยัน‘อุ๊งอิ๊ง’พร้อมทำงานให้บ้านเมือง

เมื่อถามว่ามีแกนนำรัฐบาลคนใด เชียร์น.ส.แพทอง ธารชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) มานั่งในครม.หรือไม่ เพราะขนาดนี้ยังมีตำแหน่งว่างอยู่ 2ตำแหน่ง นายอนุทิน กล่าวว่า เราเชียร์คนเก่งเราเชียร์คนมีความรู้ความสามารถ ทำงานเพื่อบ้านเมืองอยู่แล้วและน.ส.แพทองธาร ก็เป็นถึงหัวหน้าพรรค พท.ที่เป็น หัวหน้าพรรคแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเรายอมรับและเชื่อมั่นในตัวของ น.ส.แพทองธารอยู่แล้ว ที่พร้อมทำงานเพื่อบ้านเมือง

ต้องหนุนหลาน’ไชยชนก’นั่งเลขาฯภท.

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการเลือกเลขาธิการพรรค ภท.คนใหม่แทน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่า พรรคจะประชุมใหญ่สามัญช่วงเดือนเม.ย.ก็จะยกยอดไปเลือกเลขาธิการพรรคคนใหม่ในช่วงนั้นเลยเมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะให้ นายไชยชนก ชิดชอบ สส บุรีรัมย์ พรรค ภท.และบุตรชาย นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย มาเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เดี๋ยวเราว่ากัน ถ้าถามผม ผมก็ต้องสนับสนุนหลานผม แต่ถือเป็นความคิดส่วนตัว เพราะทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารพรรค ถึงเวลานั้นอาจมีผู้เสนอตัวหลายคนก็ต้องแสดงวิสัยทัศน์และแข่งขันกัน”

รอเมษายน67ให้’กก.บห.’พิจารณา

เมื่อถามว่า เดือนเม.ย.จะปรับหลายตำแหน่งหรือไม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาในพรรค นายอนุทิน กล่าวว่า มีวิธีหลายอย่าง ถ้าจะปรับแบบสวยๆและผลัดใบใหม่หัวหน้าพรรคก็ลาออก เพื่อที่จะได้เลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ทั้งหมด ถ้าเลือกคนเข้ามาตนก็จะกลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคส่วนในตำแหน่งอื่นก็มีการลงมติเพื่อมาสู่ตำแหน่ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ถ้าไม่เลือกตนเข้ามาตนก็สบาย เมื่อถามว่าในพรรคกังวลเรื่องยุบพรรคหรือไม่ จากผลพวงคดี นายศักดิ์สยาม นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างเรื่องพรรคกับเรื่องส่วนตัว สิ่งที่พรรครับรู้ในปัจจุบันไม่มีตรงไหนที่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พรรคก็ขับเคลื่อนและดำเนินกิจการของพรรคได้อย่างถูกต้อง มีอะไรก็ค่อยพิสูจน์ข้อกล่าวหา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top