546.jpg
‘เครือข่ายกัญชา’บุกสธ. ยื่น 3 ข้อเสนอ จี้‘สมศักดิ์’เอาออกจากยาเสพติด

‘เครือข่ายกัญชา’บุกสธ. ยื่น 3 ข้อเสนอ จี้‘สมศักดิ์’เอาออกจากยาเสพติด

วันพฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.51 น.

‘เครือข่ายกัญชา’บุกสธ. ยื่น 3 ข้อเสนอ จี้‘สมศักดิ์’เอาออกจากยาเสพติด-พิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ ขู่หากยังดึงดันตบตาสังคม ‘พรรคเพื่อไทย’จะได้รับบทเรียนจากสังคม     

16 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น. เครือข่ายกัญชาจำนวน 100 คน นำโดยนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย รวมตัวกัน เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในกรณีการนำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติดโดยมีข้อเสนอดังนี้


1.กัญชาควรควบคุมด้วยกฎหมายรูปแบบไหน โดยขณะนี้ไม่มีใครถกเถียงว่ากัญชาควรควบคุมหรือไม่ ประเด็นที่สังคมนี้ต้องถกเถียงกันคือจะคุมกัญชาด้วยกฎหมายแบบไหน โดยในสถานการณ์ปัจจุบันนี้กัญชาสามารถควบคุมโดยการออกกฎหมายระดับสูงสุดเพื่อควบคุมเชิงระบบให้มีประสิทธิภาพคือกฎหมาย ‘พระราชบัญญัติกัญชา’ หรือ จะควบคุมโดยกฎหมาย ‘ยาเสพติด’ การควบคุมด้วยกฎหมายทั้ง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกัน คือ

รูปแบบแรก คือ การควบคุมโดยกฎหมายยาเสพติด เท่ากับเอากัญชาไปขังคุกและจะทำกติกาให้กลุ่มเฉพาะเท่านั้นที่ปลูกได้เพื่อรองรับมูลค่ากัญชาหลายหมื่นล้านบาท การควบคุมด้วยกฎหมายยาเสพติดคือการปิดโอกาสในการใช้ประโยชน์ของประชาชนและการควบคุมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคก็จะกระทำไม่ได้เพราะจะเกิดกัญชาใต้ดินเต็มไปหมดและนี่คือเหตุผลที่ประเทศเยอรมนีเลือกใช้กฎหมายปกติในการควบคุมเพราะมีประสิทธิภาพมากกว่า

รูปแบบที่สอง การควบคุมโดยกฎหมายพระราชบัญญัติ มีเป้าหมายสำคัญคือการควบคุมเพื่อดึงข้อดีมาใช้และควบคุมข้อเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติสามารถวางรากฐานการพัฒนาเชิงระบบทั้งการผลิต แปรรูป วิจัยและพัฒนา อีกทั้งจะสามารถออกแบบกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและรองรับปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ได้เมื่อใช้หลักการในการประเมินเครื่องมือในการควบคุมกัญชาว่าจะพบว่าหากต้องการเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ควบคุมได้จริง นำประโยชน์มาใช้ได้จริงและไม่ผูกขาดกัญชาเพื่อคนกลุ่มใด จะต้องใช้กฎหมายปกติที่สามรรถออกแบบกลไกเชิงระบบได้คือกฎหมาย พระราชบัญญัติ

การที่รัฐบาลจะนำกัญชาไปควบคุมโดยกฎหมายยาเสพติดเท่ากับแสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการกลไกที่มีประสิทธิภาพแต่ต้องการกลไกที่สามารถใช้อำนาจควบคุมและทำให้การปลูกกัญชาอยู่ในกลุ่มของตัวเองและกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคการเมือง

เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยและภาคีจึงเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่าอย่าคอรัปชั่นในกระบวนการจัดทำนโยบาย กัญชาต้องควบคุมด้วยกฎหมายที่มีประสิทธิภาพคือพระราชบัญญัติ

2.มีข้อเท็จจริงใหม่อันใดที่ร้ายแรงอย่างยิ่งจึงต้องเอากัญชากลับสู่บัญชียาเสพติด ทั้งนี้

การพิจารณานำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดทั้งที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองของกรรมการทุกชุดและผ่านความเห็นชอบในหลักการของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ฉะนั้นการนำกัญชากลับสู่ยาเสพติดต้องมีข้อเท็จจริงใหม่ หากไม่มีข้อเท็จจริงใหม่แสดงว่า รมว.สาธารณสุขใช้อำนาจในการกำหนดนโยบายแต่ไม่ได้ใช้ข้อเท็จจริง ซึ่งนับเป็นการคอรัปชั่นในกระบวนการกำหนดนโยบาย เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยขอให้ท่าน กลับมาใช้ข้อเท็จจริงในการกำหนดและเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยขอให้ รมว.สธ. จัดทำข้อเท็จจริงเปรียบเทียบให้เห็นถึง ข้อดี ข้อเสีย การก่อโรคและการมีคุณสมบัติรักษาโรคระหว่าง สิ่งที่อนุญาตให้อยู่กับสังคมได้ในขณะนี้คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ โดยเปรียบเทียบกับสิ่งที่ รมว.สธ. ตัดสินไปแล้วว่าจะนำสู่บัญชียาเสพติดคือกัญชา เพื่อให้สังคมไทยทั้งหมดเห็นว่า ผู้ใดที่ทุจริตข้อมูล เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง เพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมายในการควบคุมกัญชา โดยขอให้ยึดถืองานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้นอย่าเอาข้อมูลที่ ‘มโนเอาเอง’ มาใส่ในการเปรียบเทียบครั้งนี้ และเมื่อจัดทำข้อเท็จจริงแล้วเสร็จให้กระทรวงสาธารณสุขสังเคราะห์ฐานข้อมูลที่จัดทำขึ้นว่าสิ่งใดควรนำกลับไปสู่บัญชียาเสพติดสิ่งใดควรอยู่กับสังคม โดยมิให้นำข้อกฎหมายในปัจจุบันมาเกี่ยวข้องในการวิเคราะห์

3.ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอ้างคำสัมภาษณ์ของคุณอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า คำสั่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้หมายถึงให้เอากลับไปเป็นยาเสพติดแต่ให้ไปศึกษาว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเกิดผลดีผลเสียอย่างไร หากมีผลเสียมากกว่าก็ให้นำกลับไปสู่บัญชียาเสพติด หากไม่ได้มีผลเสียหายอะไรก็ไม่ต้องนำกลับไปฉะนั้นการตั้งธงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่าจะต้องเอากลับไปเป็นยาเสพติดจึงเป็นการคอรัปชั่นในกระบวนการกำหนดนโยบาย และการคอรัปชั่นในกระบวนการกำหนดนโยบายจะนำไปสู่การผูกขาดผลประโยชน์ของคนเฉพาะกลุ่มเสมอ

ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตามกระบวนการกำหนดนโยบายที่ถูกต้อง อย่าคอรัปชั่นในกระบวนการกำหนดนโยบาย นั่นคือกระทรวงสาธารณสุขจะต้องแสวงหาความจริงก่อนการตัดสินใจ โดยเสนอให้ตั้งกรรมการร่วมขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจัดทำข้อมูลกัญชาเชิงระบบ และนำข้อมูลนั้นมาตัดสินใจในการกำหนดนโยบายกัญชา กรรมการร่วมดังกล่าวจะต้องประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ และจะต้องนำเสนอข้อมูลนี้ต่อสาธารณะให้รับทราบโดยทั่วกัน

นายประสิทธิ์ชัย กล่าวว่า ซึ่งข้อเสนอทั้ง 3 ข้อเป็นข้อเสนอที่ต้องการให้ประเทศไทยกำหนดนโยบายใดๆก็ตามจากข้อเท็จจริง อย่าใช้อำนาจทางการเมืองและความต้องการเฉพาะกลุ่มมากำหนดนโยบายสาธารณะ และเพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จโดยไวเพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมกัญชาบังคับใช้และเพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองเอากัญชาไปเล่นการเมืองอีกต่อจากนี้ไป เครือข่ายขอให้กระทรวงปฏิบัติตามกำหนดเวลาในการจัดทำข้อเท็จจริง โดยเปรียบเทียบระหว่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ กัญชา โดยขอให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ทั้งนี้เพราะข้อมูลทั้งหมดมีอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ส่วนงานวิจัยกัญชาหากกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถจัดทำได้ ก็ให้ตั้งคณะทำงานชุดย่อยขึ้นมาเพื่อการแสวงหาข้อมูล

นอกจากนี้ ยังต้องทำข้อมูลกัญชาเชิงระบบโดยกรรมการร่วมที่จัดตั้งขึ้นให้ดำเนินการภายใน 3 เดือน โดยระยะเวลาดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการได้ข้อมูลและไม่ล่าช้าจนเกินไปในการดำเนินการให้มีกฎหมายควบคุมกัญชา

“หากพรรคเพื่อไทยโดยนายสมศักดิ์ ต้องการเอาใจประชาชนจากความผิดพลาดในการออกนโยบายยาบ้า 5 เม็ดแล้วจะบอกกับสังคมว่าพรรคนี้เอาจริงเรื่องยาเสพติดด้วยการนำกัญชากลับไปขังคุกและยังได้ผลประโยชน์ตามมาคือสามารถกำหนดกติกาเฉพาะเพื่อผูกขาดการปลูกกัญชาให้คนบางกลุ่มเท่านั้นที่ปลูกได้ การกำหนดกัญชาเป็นยาเสพติดจึงบรรลุเป้าหมายการควบคุมกัญชาที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านต่อปี รมว.สธ. ยังมีโอกาสในการกลับตัวและให้กำหนดกัญชาจากกลไกที่ถูกต้องเป็นธรรมดังที่เสนอไว้ข้างต้นและอย่าคิดว่าข้อมูลที่เกิดจากการปั่นให้กัญชาเป็นสิ่งเลวร้ายจะสามารถครอบงำประชาชนได้ หลังจากนี้ประชาชนจะรับทราบความจริง และหากยังใช้อำนาจไม่ใช้ข้อเท็จจริง พรรคเพื่อไทยจะได้รับบทเรียนจากสังคม” นายประสิทธิ์ชัย กล่าว

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top