วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
มติศาลรธน.6:3สอบปมตง‘รมต.ถุงขนม’
‘เศรษฐา’คอพาดเขียง
ขีดเส้นแจงข้อกล่าวหาใน15วัน
5ต่อ4ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
นายกฯน้อมรับ-พร้อมต่อสู้คดี
พท.ปัดดัน‘อุ๊งอิ๊ง’นั่งเก้าอี้แทน
พท.ปัดแผน 2 เตรียมดัน“อุ๊งอิ๊ง”ขึ้นนั่งนายกฯหลัง“เศรษฐา”อาการหนัก-คอพาดเขียง เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้อง
กรณีตั้งรัฐมนตรีถุงขนม ขณะเดียวกันมติ 5 ต่อ 4 ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้าน”เศรษฐา”อยู่ระหว่างเยือนญี่ปุ่น น้อมรับคำวินิฉัยพร้อมสู้คดี ยันตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมประจำสัปดาห์ตามปกติ เพื่อพิจารณาคำร้องต่างๆ โดยมีวาระที่น่าสนใจ และสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ กรณีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 40 คน ที่เข้าชื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่ โดยคำร้องดังกล่าวทางสำนักงานฯได้รับเข้าระบบทางธุรการไปเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ทั้งนี้ ต้องรอผลการพิจารณาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาหรือไม่ เนื่องจากนายพิชิต ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะคำร้องดังกล่าวยังขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากเป็นผู้เสนอชื่อ นายพิชิต รวมทั้งยังมีคำขอให้ศาลสั่งให้นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวด้วย
ศาลรัฐธรรมนูญสรุปผล
ต่อมา เอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เรื่องประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 17/2567 ) จากกรณีสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลาหกเดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82
6ต่อ3รับคำร้องไวพิจารณา
ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (9) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ) มีคำสั่งรับคำร้องผู้ถูกร้องที่ 1 ไว้พิจารณา และให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54 สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 2 ได้มีคำร้องของผู้ถูกร้องที่ 2 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 แจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ผู้ถูกร้องที่ 2 ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 51 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม) มีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้พิจารณาวินิจฉัย
5ต่อ4ไม่สั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีขอให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้อง ในชั้นนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (5 ต่อ 4) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์) ไม่สั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่ แจ้งให้คู่กรณีทราบ
เศรษฐาน้อมรับมติศาลรธน.
ที่ห้อง Sky Room ชั้น 24 โรงแรม The Peninsula Tokyo ประเทศญี่ปุ่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากรับคำร้องของ 40 สว. กรณียื่นถอดถอนจากตำแหน่งปมเสนอชื่อนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี และมีมติเสียงข้างมากไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า ตนน้อมรับมติศาลรัฐธรรมนูญ แต่รายละเอียดยังไม่ได้ดู
นายกฯ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายถ้ามีเวลาจะโทรศัพท์ไปหารือกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายว่า จะต้องเตรียมข้อมูลรายละเอียดชี้แจงต่อศาลมีอะไรบ้าง ยืนยันว่าเมื่อเข้ามาทำงานทางการเมือง ก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะไม่อยากกดดันศาล
เมื่อถามว่าอยากให้กำลังใจตนเองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีอะไร ตนเข้ามาทำงานอยู่ตรงนี้และอายุเท่านี้แล้ว รู้ตัวว่าต้องทำอะไร ส่วนผู้ที่สนับสนุนตนและรัฐบาลนั้น อยากให้ทราบว่า ตนตั้งใจทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อยากบอกว่าตนมีความตั้งใจในเรื่องนี้มาก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมติศาลออกมาระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่างประเทศ ตนมั่นใจว่าสามารถแยกแยะได้ ไม่ต้องห่วง
พร้อมยอมรับการตรวจสอบ
ต่อมาที่โรงแรม The Peninsula Tokyo ประเทศญี่ปุ่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากรับคำร้องของ 40 สว.กรณียื่นถอดถอนจากตำแหน่งปมเสนอชื่อนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี และมีมติเสียงข้างมากไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า ตนน้อมรับมติศาลรัฐธรรมนูญ แต่รายละเอียดยังไม่ได้ดู นายกฯ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายถ้ามีเวลาจะโทรศัพท์ไปหารือกับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายว่า จะต้องเตรียมข้อมูลรายละเอียดชี้แจงต่อศาลมีอะไรบ้าง ยืนยันว่าเมื่อเข้ามาทำงานทางการเมือง ก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะไม่อยากกดดันศาล เมื่อถามว่าอยากให้กำลังใจตนเองหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่มีอะไร ตนเข้ามาทำงานอยู่ตรงนี้และอายุเท่านี้แล้ว รู้ตัวว่าต้องทำอะไร ส่วนผู้ที่สนับสนุนตนและรัฐบาลนั้น อยากให้ทราบว่า ตนตั้งใจทำงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อยากบอกว่าตนมีความตั้งใจในเรื่องนี้มาก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมติศาลออกมาระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่างประเทศ ตนมั่นใจว่าสามารถแยกแยะได้ ไม่ต้องห่วง
หมอมิ้งเชื่อตั้งพิชิตทำถูกต้อง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ 40 สว. ให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะเพิ่งประชุมเสร็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้จะต้องมีการเตรียมทีมกฎหมายเพื่อชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ตนว่าควรรอเรื่องที่เป็นทางการขึ้นมา ง่ายๆ เรื่องตรงไปตรงมา เราทำถูกต้องทุกอย่าง เท่านั้นเอง เพียงแต่ต้องนำหลักฐานและคนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง
เมื่อถามถึงมติ 5 ต่อ 4 ที่ไม่สั่งให้นายกฯหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อยห่างกันนิดเดียว นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ เพราะผลนั้นเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางตุลาการเป็นผู้พิจารณารายละเอียดข้อวินิจฉัยกฎหมายต่างๆ แต่ขอยืนยันว่าเราทำถูกต้องทั้งหมด และในกระบวนการไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ร้องตรวจสอบรายชื่อ40สว.
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ นายธเนศณัฏฐ์ สุคนธพันธ์ หรือทนายโมทย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จตุรภูมิ รักษาภักดี รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ4กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤมิชอบเพื่อยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ที่ร่วมกันลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเรื่องการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็น สว.4 คน ที่ออกมาปฏิเสธผ่านสื่อมวลชนว่าไม่ได้ลงชื่อ
“ยืนยันว่า การที่ตนเองออกมาร้องเรียนในวันนี้ มาในฐานะประชาชนคนไทยและเป็นนักกฎหมายที่มองว่ากระบวนการดังกล่าวอาจไม่ถูกต้อง แต่มองว่าอาจไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายใน กลุ่ม ส.ว.กันเอง ส่วนหากภายหลังกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องของ 40สว.นั้น ก็จะปรึกษากับทีมงานว่าจะมีการยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นๆ เช่น ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อไป” นายธเนศณัฏฐ์
พ.ต.ท.จตุรภูมิ กล่าวว่า ได้รับเรื่องดังกล่าว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ร้อง เสนอผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป
ขอบคุณศาลรธน.ที่กรุณา
นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้วและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะการร้องของส.ว.ครั้งนี้เป็นการร้องของนายกรัฐมนตรีกรณีหนึ่ง และร้องที่ตัวนายพิชิต อีกกรณีหนึ่ง ซึ่งการรับเรื่องของนายกรัฐมนตรี ศาลคงต้องดูรายละเอียดที่ส.ว.ร้องมาว่าเป็นอย่างไร
นายสรวงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ศาลไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ศาลคงมองที่เจตนา เพราะการเสนอชื่อเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ใช่นึกจะเสนอชื่อใครก็เสนอ และเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะผ่านไปได้ ทั้งนี้ ตนมองว่าถือเป็นความกรุณาของศาลที่ให้นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง ภายใน 15 วัน ซึ่งหากมีการไต่ส่วนศึกษารายละเอียด ทีมกฎหมายของทำเนียบ รวมถึงทีมกฎหมายของตัวนายกรัฐมนตรี และของพรรค พท. จะช่วยพูดถึงรายละเอียด เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้จะทำให้นายเศรษฐาเสียสมาธิหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคงไม่เสียสมาธิในการทำงาน ซึ่งจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ทุกครั้ง ที่ท่านมุ่งมั่นทำงานให้ประเทศจึงไม่ต้องเป็นห่วงอะไรในเรื่องนี้เมื่อถามถึง การเสนอชื่อรัฐมนตรีแทนนายพิชิต ทางพรรคได้คุยกับนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ร้องขอให้พรรคเสนอชื่อเข้าไป ก็ยังไม่ใช่หน้าที่ของพรรค แต่ทราบว่าขณะนี้ได้มีการให้น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปช่วยดูเรื่องกฎหมายที่จะเข้าสภาฯ แล้ว
นายกฯต้องการบริหารประเทศ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่าการตั้งคำถามที่ถามคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจเป็นคำถามที่ไม่ครบถ้วนนั้น นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตัวของนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นคนตั้งคำถาม แต่เป็นสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งย้ำว่าเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีต้องการหารัฐมนตรีมาช่วยงานบริหารประเทศ ทั้งนี้ ตนมองว่าคนที่อาจจะได้หรือเสียผลประโยชน์ไม่ควรออกมาพูดชี้นำหรือกดดันศาล เนื่องจากขณะนี้อยู่ในกระบวนการศาลแล้ว
ลุ้น”ชูศักดิ์”นั่งรัฐมนตรี
เมื่อถามถึง กระแสข่าวที่อาจจะมีการทาบทามให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค พท. เข้าไปนั่งแทนตำแหน่งของนายพิชิตนั้น นายสรวงศ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี พวกตนไม่ได้ขัดข้อง แต่ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่นายกรัฐมนตรีว่าจะตั้งใครเข้าไปแทน
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการประเมินว่าอาจจะต้องมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ กล่าวว่า “โอโห น่าจะอีกไกล เพราะอย่างที่บอก ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลานายกฯ ชี้แจงภายใน 15 วัน อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถคิดกันไปได้หมด แต่พรรคเพื่อไทยยังมั่นใจว่าท่านนายกฯ ไม่ได้ปฏิบัติอะไรที่ผิด เราจึงยังไม่คิดไปถึงตรงนั้น แต่หากมีอะไรที่ต้องเปลี่ยนจริงๆ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก 2 คนก็พร้อม’
เชื่อ”เศรษฐา”เดินต่อยาก
นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เหตุการที่เกิดขึ้นทั้งหมดเชื่อว่า วันนี้ นายกเศรษฐา ต้องตาสว่างและหันมามองรอบตัวว่าใครคือคนที่หวังดีกับตนเอง เพราะสถานการณ์ตอนนี้ล่อแหลมต่อสถานะความเป็นนายกของคุณเศรษฐามากๆ การที่ฝ่ายค้านเตือน และขัดหลายๆเรื่อง ถ้าจะมองว่าเป็นเรื่องการเมืองก็ได้ แต่ให้พิจารณาให้ดี ว่าสิ่งที่ตักเตือนเอาไว้ มันเป็นเท็จหรือมันเป็นจริง คำพูดที่ยกยอ บางทีมันก็เป็นการวางยาพิษต่อท่านได้ วันนี้นายกจึงอย่าใจแข็งพูดว่าจะทำงานต่อ เพราะสถานะตัวเองแม้จะยังไม่ถูกตัดสินว่าผิด แต่ตอนนี้เปรียบเหมือนถูกจับพาดเขียงเป็นที่เรียบร้อย “ โฆษก ไทยสร้างไทย กล่าว
“ภูมิธรรม”บอกไม่น่ากังวล
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคำร้องของสว. ที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติ ว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ และนายกฯได้พิจารณาเรื่องต่างๆตามกรอบหน้าที่ และเป็นไปตามที่หน่วยงานต่างๆให้ข้อมูล ซึ่งเรื่องที่สว.ยื่นก็สามารถเกิดขึ้นได้ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่ศาลรับพิจารณาคำร้องก็ยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่ากังวล
ไม่มีแผนสำรองอะไร
เมื่อถามว่า มีแผนสำรองเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าเราทำงานบริหารประเทศจะรู้ว่าเรื่องเหล่านี้ธรรมดามาก แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีหลักฐาน แต่ถึงเวลาหากชี้แจงได้เรื่องก็จบไปเงียบๆอย่ากังวล
“ไม่ได้มีแผนสำรองปล่อยเป็นไปตามกระบวนการ เพราะเราไม่คิดว่าเรามีปัญหาจึงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เดี๋ยวมีข้อกฎหมายอะไร เราก็หาเหตุผลเพื่อต่อสู้คดี ถ้าใครเรียนนิติศาสตร์มา ก็จะรู้ว่าเรื่องต่างๆมีร้อยแปดพันประการ ตีความได้หลายแบบก็ไปว่ากัน ใช้เหตุใช้ผลสู้กัน“ นายภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามว่า ทีมต่อสู้คดีเป็นทีมของทำเนียบฯรัฐบาลหรือทีมของพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า จริงๆใช้ได้หมดทีมกฎหมายที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ แต่เรายังไม่คิดไกลถึงขั้นนั้น ขอให้ดูของจริงดีกว่า เมื่อถามว่า การร้องนายกฯเป็นเรื่องทางกฎหมายหรือเป็นเรื่องการเมือง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้ก็ต้องคิดเป็นเรื่องกฎหมายก่อน เพราะฟ้องตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่เดี๋ยวค่อยไปดู หากไปดูเรื่องกฎหมายแล้วยังไม่จบ และดูแล้วเป็นการเมืองก็ต้องไปว่ากันอีกอย่าง แต่ขอดูรายละเอียดก่อน เมื่อถามย้ำว่า สว.หมดวาระแล้วแต่ยังยื่นคำร้อง ยังจะมองเป็นเรื่องกฎหมายอีกหรือ นายภูมิธรรม กล่าวว่า คิดถูกหรือคิดผิดก็มองได้ทั้งข้อกฎหมาย และข้อการเมือง ถือเป็นเรื่องแต่ละบุคคล แต่เมื่อมีคนที่ไม่สบายใจเขาก็มีสิทธิ์ยื่น ถ้าเรามองแล้วไม่ใช่เราก็แค่ชี้แจง เมื่อถามว่า มองว่ามีกระบวนการให้ถึงขั้นเปลี่ยนตัวนายกฯหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึก
ปัดเตรียม”อุ๊งอิ๊ง”นั่งนายกฯ
เมื่อถามว่า ได้มีการเตรียมชื่อของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยไว้แล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ ผู้ที่เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯมีจำนวนกี่คน อยู่ตรงไหนบ้างก็เป็นไปตามกระบวนการ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตรงไหนก็เป็นไปส่วนนั้น ถ้าไม่มีพรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคอื่นๆที่ต่อเนื่องกันไป ตรงนี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีรองรับอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น คนที่เป็นนายกฯคนต่อไปจะต้องเป็นคนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราไม่อยากคิดอะไรที่เป็นเรื่องร้าย ภารกิจที่เป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารมันมีมากอยู่แล้ว เราอย่าไปคิดถ้าคิดมากแล้วปวดหัว
สว.ชี้”เศรษฐา”ต้องพิสูจน์ตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ นายกฯเศรษฐาก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ตามกระบวนการยุติธรรมปกติ เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิชิต ระบุว่า กลุ่ม 40 สว.เป็นวงจรอุบาทว์ที่จ้องโค่นล้มรัฐบาล นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า แล้วแต่จะคิด แต่ส่วนตัวไม่ได้คิดแบบนั้นเลย เป็นการอคติกับคนอื่นมากกว่า ส่วนตนชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจว่าใครมีหน้าที่ก็ทำหน้าที่ มันคิอกติกาประชาธิปไตย ส่วนที่ว่าเป็นขบวนการล้มรัฐบาลนั้น เป็นข้อกล่าวหา เราเห็นเนื้อหาคดี ที่ต้องให้ศาลตัดานเพื่อความยุติธรรม ยืนยันไม่ได้อยู่ในขั้วอำนาจเก่า เมื่อถามว่า ไม่มีขั้วอำนาจเก่าจากนายพลใช่หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร เราทำด้วยซื่อสัตย์สุจริต อย่าเอาประสบการณ์ตัวเองมากล่าวหาคนอื่น เมื่อถามว่า หากคำวินิจฉัยออกมา ทำให้นายเศรษฐา ต้องหยุดทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปตามกลไกรัฐมนตรี เมื่อไม่มีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็หลุดด้วย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการทิ้งทวนตำแหน่ง สว. ซึ่งหากมีเรื่องร้องเรียนการแต่งตั้งโดยมิชิอบ ตนก็จะทำหน้าที่จนกว่าจะมี สว.ใหม่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี