546.jpg
‘ศาลรัฐธรรมนูญ’มีมติ 6 ต่อ 3 ชี้โทษอาญาตาม‘พ.ร.บ.เช็ค’ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’มีมติ 6 ต่อ 3 ชี้โทษอาญาตาม‘พ.ร.บ.เช็ค’ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

วันพุธ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 13.40 น.

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’มีมติ 6 ต่อ 3 ชี้โทษอาญาตาม‘พ.ร.บ.เช็ค’ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

3 กรกฎาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คปี 2534 มาตรา 4 วรรคสอง เฉพาะในส่วนโทษทางอาญา ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  มาตรา 26 และยังมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค มาตรา 4 วรรคสอง เฉพาะในส่วนโทษทางอาญาไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  มาตรา 27 วรรคหนึ่ง และมาตรา 29 วรรคหนึ่ง


มติ  6 ต่อ 3 เสียงข้างมาก ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรัตน์ , นายปัญญา ประชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์ และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อยประกอบไปด้วย นายนพดล เทพพิทักษ์ ,นายบรรจงศักดิ์ วงปราชญ์ และนายอุดม รัฐอมฤต

ในคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ส่งคำโต้แย้งและคำโต้แย้งเพิ่มเติมของนายวิชา เบ้าพิมพา และนางสาวอนา วงศ์สิงห์ ในคดีหมายเลขแดงที่ อ 1571/2566  เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค   ตามคำร้องขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากกำหนดโทษอาญาแก่ผู้ออกเช็คในความผิดซึ่งไม่ใช่ความผิดร้ายแรงเป็นความผิดเล็กน้อยและยอมความได้

อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นความผิดทางแพ่ง  ซึ่งมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ในส่วนว่าด้วยตั๋วเงินบังคับใช้อยู่แล้ว  โดยเจ้าหนี้มักใช้โทษทางอาญาเป็นเครื่องมือบีบบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้  ข่มขู่ดำเนินคดีอาญากับผู้ออกเช็ค  ทำให้ผู้ออกเช็คต้องตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา ถูกควบคุมตัวหรือขัง    ตลอดจนถูกลงโทษปรับหรือจำคุก กลายเป็นผู้มีประวัติอาชญากรติดตัวเพียงเพราะเหตุไม่สามารถชำระหนี้ได้เท่านั้น

สอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิสิทธิมนุษยชน  และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และยังทำให้เกิดต้นทุนแก่ภาครัฐที่ต้อง ใช้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ทั้งแพ่งให้แก่เอกชนเพียงบางราย

อีกทั้งยังจำกัดสิทธิ์เสรีภาพของบุคคลระหว่างผู้ใช้เช็คกับผู้ใช้ตั๋วเงินประเภทอื่นอย่างเท่าเทียม    ทำให้เกิดปัญหาลงโทษผู้กระทำที่ไม่มีเจตนาทุจริต   บทบัญญัติดังกล่าว ขัดต่อหลักนิติธรรมเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล ขัดต่อหลักความเสมอภาคและขัดต่อหลักการลงโทษทางอาญา

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top