533.jpg
ท้า‘เพื่อไทย’ขับออกจากพรรค  ‘เฉลิม’เดือดจัด  ‘อุ๊งอิ๊ง’ไม่ปลื้ม‘วัน อยู่บำรุง’

ท้า‘เพื่อไทย’ขับออกจากพรรค ‘เฉลิม’เดือดจัด ‘อุ๊งอิ๊ง’ไม่ปลื้ม‘วัน อยู่บำรุง’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ท้า‘เพื่อไทย’ขับออกจากพรรค

‘เฉลิม’เดือดจัด

‘อุ๊งอิ๊ง’ไม่ปลื้ม‘วัน อยู่บำรุง’

หลังโผล่นั่งเชียร์‘บิ๊กแจ๊ส’

‘วัน’ไขก๊อกพ้นผู้ช่วยรมต.

พท.ปัดบีบ-โชว์สปิริตเอง

ศาลรัฐธรรมนูญนัดถกคดี 40 สว.ยื่นถอดถอน“เศรษฐา” ต่อ 24 กรกฎาคม ตรงวันแถลง “ดิจิทัล วอลเล็ต”รอคำชี้แจงเพิ่มเติมความเห็นหลักฐานจากบุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “เศรษฐา” ตรวจเยี่ยม“บช.ตชด.”ก่อนลงพื้นที่อุดรฯเปิดอีเว้นท์สู้ภัยยาเสพติด ด้าน“วัน อยู่บำรุง” ไขก๊อก พ้น ผช.รัฐมนตรี หลังมีภาพนั่งลุ้นเลือกนายกอบจ.ที่บ้าน‘บิ๊กแจ๊ส’ขณะที่ ‘เฉลิม’สุดทน! ท้า’เพื่อไทย’ขับพ้นพรรค หลัง’อิ๊งค์-เศรษฐา’ไม่ปลื้ม ลูกชาย โผล่เชียร์’บิ๊กแจ๊ส’จะได้ไปอยู่ที่ใหม่ โวมี2-3พรรคพร้อมอ้าแขนรับ ‘สรวงค์’ เลขาฯเพื่อไทยปัดบีบ‘วัน’อ้างเจ้าตัวขอลาออกเองรับ‘อุ๊งอิ๊ง’ไม่พอใจเหตุทำเสียกระบวนการ ใช้วิธีประนอม-ไร้รุนแรง ชี้ต้องแยก’เฉลิม’ท้าขับออกจากพรรค ’พ่อ-ลูก’ยังไงคนละคนกัน

เมื่อวันที่ 10กรกฎาคม2567 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ออกเอกสารข่าวเผยแพร่การประชุมกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา 40คน ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคสาม ประกอบมาตรา82ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 70วรรคหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา160(4)และ(5)หรือไม่ จากเหตุนำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้ว่า นายพิชิต ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18มิถุนายน ศาลได้มีคำสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลกำหนดยื่นต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์แก่การพิจารณาให้เรียกข้อมูลเพิ่มเติมและรอคำชี้แจงหรือพยานหลักฐานจากหน่วยงานหรือบุคคล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเรียกไปก่อนหน้านี้ กำหนดนัดพิจารณาคดีต่อไปในวันพุธที่ 24กรกฎาคม เวลา 09.30น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้วันที่ 24ก.ค.จะตรงกับวันที่รัฐบาลกำหนดจะแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการดิจิตอลวอลเล็ตด้วย


‘เศรษฐา’ไปอุดรฯเปิดงานสู้ภัยยาเสพติด

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 10ก.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) เขตพญาไท กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีภารกิจตรวจเยี่ยมกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบนโยบายการทำงานในด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน คุมเข้มการลักลอบขนยาเสพติด และการพัฒนาต่างๆ พร้อมให้กำลังใจกำลังพล ติดตามความเป็นอยู่ โดยพร้อมสนับสนุนงบประมาณปรับปรุงแฟลตที่พักอาศัย จากนั้น นายเศรษฐา มีกำหนดการลงพื้นที่ภาคอีสาน โดยเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน. 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยภารกิจ ในช่วงบ่าย นายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการ การป้องกันปราบปรามยาเสพติดและการบำบัดรักษาของ 12 จังหวัด (อีสานเหนือ) ณ บริเวณหน้าห้องประชุม หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลสามพร้าว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

ก่อนเป็นเป็นประธานเปิดกิจกรรม งานรวมพลังชุมชน อีสานเหนือสู้ภัยยาเสพติด ณ หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลสามพร้าว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี และเมื่อเสร็จสิ้นจะเดินทางกลับเวลา 15.30 น.

มติ’ชทพ.’ไม่รวม112พรบ.นิรโทษกรรม

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคชาติไทยพัฒนาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา นายวราวุธศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานในการประชุมประชุมส.ส.และสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พิจารณารายงานกิจการด้านนิติบัญญัติ ญัตติ กระทู้ และร่างกฎหมายต่างๆ รวมถึงกรรมาธิการสามัญ คณะกรรมาธิการวิสามัญ คณะอนุกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังได้หารือถึงกรณีการรวมมาตรา 112 เข้าไปในพรบ.นิรโทษกรรมหรือไม่ ซึ่งพรรคมรมติเป็นเอกฉันท์ให้นิรโทษให้มากที่สุด แต่ไม่เอามาตรา 112 และมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์มารวมด้วย

“ยืนตามหลักการเดิมคือต้องไม่รวมความผิดมาตรา 112 เข้าไปด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว และกรณีนี้อาจจะต้องใช้วิธีอื่นก็ว่าไปตามกลไกของกฎหมาย แต่ไม่รวมในกลไกนิรโทษกรรม เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการเมือง ผมจะนำความเห็นไปให้กมธ.นิรโทษฯพิจารณาหาข้อยุติในภายในสัปดาห์นี้”นายนิกร กล่าว

‘วัน’ไขก๊อกผู้ช่วยรมต./โผล่บ้าน‘แจ๊ส’

นายวัน อยู่บำรุง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และสมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก“วัน อยู่บำรุง” ดังนี้ ขอลาออกจากกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีเรียน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจากกรณีที่มีภาพของผมขณะไปร่วมติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ที่บ้านพักของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เมื่อวันที่ 30มิถุนายนที่ผ่านมา ปรากฏตามสื่อต่างๆขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ให้การสนับสนุนนายชาญ พวงเพชร ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นคู่แข่งของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ นั้น ผมขอเรียนชี้แจงว่าตลอดระยะเวลาที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นายกอบจ.ปทุมธานี ผมในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทราบดีถึงมารยาททางการเมือง จึงไม่เคยไปร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ แม้แต่วันเดียว เพราะผมไม่เคยคิดจะทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับพรรคเพื่อไทยและนับตั้งแต่วันแรกที่ผมสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจทำงานให้กับพรรคอย่างสุดความสามารถ ผมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคและทำหน้าที่สมาชิกพรรคที่ดีมาโดยตลอด

ยันเป็นการแสดงน้ำใจตามสังคมไทย

การที่ผมเดินทางไปที่บ้านพักพล.ต.ท.คำรณวิทย์ในวันดังกล่าว ก็เป็นเพียงการไปร่วมให้กำลังใจในฐานะคนที่มีความรักและความผูกพันกันมาอย่างยาวนานเท่านั้น และที่สำคัญการเดินทางไปหลังจากมีการปิดหีบเลือกตั้งแล้วของผมก็ไม่ได้มีส่วนทำให้ผลของคะแนนมีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ดังนั้นผมจึงขอยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวของผมไม่ได้เป็นการกระทำที่เป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านหรือเป็นปฏิปักษ์กับพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงการแสดงน้ำใจตามมารยาทที่ดีที่สังคมไทยพึงมีต่อกัน ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนที่มีสำนึกความเป็นไทยเข้าใจตรงนี้ดี และสามารถแยกแยะได้ระหว่างเรื่องการเมืองกับความผูกพันฉันท์มิตรที่ดีต่อกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากผมได้รับการประสานจากเลขาธิการพรรค เพื่อให้เข้าพบหัวหน้าพรรคและทันทีที่ผมได้รับทราบถึงความไม่สบายใจของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต่อกรณีมีภาพผมในวันดังกล่าวไปปรากฏตามสื่อต่างๆ เพื่อสร้างความสบายใจให้หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคทุกท่าน ผมจึงขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยจะยื่นหนังสือลาออกต่อท่าน สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในลำดับต่อไป

‘เฉลิม’ท้าขับออก-พรรคอื่นอ้าแขนรอ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีที่มีภาพไปร่วมติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี ที่บ้านพัก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทราบว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แสดงความไม่พอใจนายวันในเรื่องนี้อย่างรุนแรง ถึงขั้นระบุว่า จะต้องหยุดทำงาน นายวัน เลยทำหนังสือลาออก ‘เมื่อหนุ่ม (นายวัน) ลาออกแล้ว ผมจะอยู่ในพรรคเพื่อไทยต่อได้อย่างไร ก็เลยขอให้พรรคขับผมออกจากพรรคตามระเบียบพรรคกาเมือง เพื่อจะได้ไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งขณะนี้มีพรรคการเมือง 2-3 พรรคติดต่อเข้ามาแล้ว ยืนยันว่า ผมตกได้ แต่ผมต่ำไม่ได้“ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

‘พท.’ ปัดบีบ-อ้างเจ้าตัวชิงลาออกเอง

นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายวัน อยู่บำรุง ประกาศลาออกจากการเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุถึงเหตุผล หัวหน้าพรรคไม่พอใจว่า วานนี้ (9ก.ค.) เป็นวันประชุม สส.พรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท.จึงได้เชิญ นายวัน เข้ามาพูดคุยกัน ตนก็อยู่ในเหตุการณ์ โดยนายวัน ได้ยอมรับกับสิ่งที่ทำลงไป ต้องเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นองค์กร ก็ต้องมีการควบคุมดูแล ซึ่งตนก็ได้รับคำถามจาก สส.พรรคในวันที่เกิดเหตุว่า ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ นี่เป็นความประสงค์ของ นายวัน เอง เพื่อแสดงสปิริตทางการเมือง“ยืนยันว่า น.ส.แพทองธารไม่ได้บีบให้ออก ผมยอมรับว่า เมื่อเห็นโพสต์ก็ตกใจกับเหตุผลที่ นายวัน ให้เหมือนกัน เพราะรุนแรงกับพรรคและหัวหน้าพรรค” นายสรวงศ์ กล่าว

เลขาฯเพื่อไทย กล่าวต่อว่า คนที่เป็นหัวหน้าพรรคต้องตัดสินใจในการที่จะปกครองคนและองค์กร นายวันก็ต้องเข้าใจเหตุผลของน.ส.แพทองธารที่ต้องตำหนิ แต่ก็ไม่ได้ตำหนิแรง พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ผู้นำองค์กรเมื่อถึงเวลาก็ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประคองเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคนอื่นก็ทำเหมือนกัน การตัดสินใจอาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบ้าง เป็นเรื่องปกติ นายวัน ก็พูดเองว่า ขอโทษ ที่คิดน้อยไปหน่อย

อ้างทำเสียกระบวนการปกครองพรรค

“คำพูดของหัวหน้าพรรคต่อนายวันคือ พี่ก็ต้องหาทางออกให้อิ๊งด้วย ไม่งั้นอิ๊งก็ปกครองคนไม่ได้ แต่สิ่งที่ท่านวันพูดออกมาคือ ผมขออนุญาติลาออกเอง พอเห็นโพสต์เมื่อเช้าก็ตกใจ เพราะน่าจะเป็นเรื่องอื่นมากกว่าที่จะพูดถึงประเด็นนี้” นายสรวงศ์ กล่าว เมื่อถามถึงข้ออ้างของนายวันว่าหัวหน้าพรรคไม่พอใจ อาจจะมีเหตุผลอื่นมากกว่านั้นหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า จะบอกว่าน.ส.แพทองธารไม่พอใจ ก็ไม่พอใจจริงๆนั่นแหละ เพราะการป็นผู้นำองค์กร พอทำแบบนี้ก็เสียกระบวนการ การปฏิบัติตัวของน.ส.แพทองธาร กับนายวัน ตนรับประกันได้ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความนอบน้อม ไม่มีอะไรรุนแรง

นายสรวงศ์ กล่าวอีกว่า เราทราบว่าครอบครัวอยู่บำรุง สนิทกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายกองค์การบริหารราชการส่วนจังหวัดปทุมธานี ตลอดระหว่างการหาเสียงที่ผ่านมา ครอบครัวอยู่บำรุงไม่ได้ออกมาเชียร์ หรือทำอะไรเกินเลยในฐานะที่อยู่พรรคเพื่อไทย แต่ด้วยจังหวะเวลาที่มีภาพปรากฎออกมา ในขณะนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีคะแนนนำอยู่ แต่ในทางนัยได้ข้อมูลมาตรงกันว่า นายชาญ พวงเพ็ชร์ ว่าที่นายก อบจ.ปทุมธานี ชนะ ซึ่งสิ่งที่นายวันชี้แจงคือ เมื่อรู้ว่า พล.ต.คำรณวิทย์ แพ้ จึงไปให้กำลังใจในฐานะคนรู้จักกัน

พร้อมเคลียร์ใจหาข้อยุติกับ’เฉลิม’

เมื่อถามว่า จะเป็นการสร้างความแตกหัก ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับตระกูลอยู่บำรุง หรือไม่ เนื่องจากล่าสุด นายเฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ท้าให้ขับออกจาก สส.พรรค นายสรวงศ์ กล่าวว่า เมื่อเช้าตนมีโอกาสได้พูดคุยกับนายเฉลิม ก็เรียนไปว่า ใจเย็นๆ ค่อย ๆ พูดกัน ทุกอย่างมีทางออก เราอยู่ด้วยกันมานาน นายเฉลิมก็เป็นบุคคลที่คนในพรรคให้ความเคารพนับถือ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เป็นธรรมดาของคนที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่ เพราะนายเฉลิมไม่ได้เข้าพรรค น.ส.แพทองธารเองก็บอกว่า ถ้ามีโอกาส จะไปทำความเข้าใจ ตนในฐานะเลขาธิการพรรค และก็เป็นลูกหลาน นายเฉลิม ยินดีและจะรีบไปช่วยพูดคุย ทำความเข้าใจให้ตรงกัน ไม่ให้เข้าใจผิด มั่นใจว่าเคลียร์ได้ เพราะนายเฉลิมเป็นคนมีเหตุผล น่าจะรับฟังและการขับออกจากพรรคนั้น เจ้าตัวจะต้องทำผิดร้ายแรง ต้องแยกกันให้ออก ระหว่างนายวันและนายเฉลิม ถึงจะเป็นพ่อลูกกัน ก็เป็นคนละคนกัน

เมื่อถามว่า สาเหตุมาจากความน้อยใจ จากการลดบทบาทตระกูลอยู่บำรุงในพรรคหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการลดบทบาทอะไร เราทุกคนยังเคารพนับถือนายเฉลิมเหมือนเดิม ส่วนนายวันก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เท่าที่ทราบก็เหมือนจะมีการโยกย้ายกระทรวงอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อน เมื่อถามว่า ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.แพทองธารได้มีการพูดอะไรบ้างหรือไม่ เลขาฯเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ได้มีอะไร เมื่อสักครู่ยังประชุมเรื่องการจัดการพรรคกันอยู่เลย เมื่อถามว่า กรณีนี้จะเป็นกรณีเชือดไก่ให้ลิงดูหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อันที่จริงมีคนที่ถูกเรียกเข้าไปต่อว่าบ่อย น.ส.แพทองธาร ก็พูดเสมอว่า หากมีเรื่องติดขัดอะไร ขอให้มาบอก เพราะอยากจะทราบเรื่องในพรรคทุกเรื่อง

เปิดแนวปฎิบัติกรณี’ชาญ’นายกอบจ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย หลายกรณีในอดีต ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณีต่างๆ ที่วางบรรทัดฐานและแนวทางปฏิบัติ เมื่อมีผู้บริหารท้องถิ่นถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาดคีทุจริตและประพฤติมิชอบ จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยผลของกฎหมายมาตรา93และ81แห่งพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เทียบเคียงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา หากผู้บริหารท้องถิ่นรายใด ฝ่าฝืนไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถใช้อำนาจตามกฎหมาย สั่งให้ผู้บริหารท้องถิ่น พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว โดยให้ไปโต้แย้งคำสั่งต่อศาลปกครองต่อไป โดยแนวปฏิบัติดังกล่าว เกิดขึ้นก่อนกรณี นายชาญ พวงเพ็ชร์ ที่ชนะเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี แต่มีคดีเก่าในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่าท้ายสุดแล้วหาก กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง นายชาญ จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา แตล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร้องต่อศาลเพื่อสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สร้างความสับสนว่าจะยึดแนวทางใดกันแน่พบว่า ในอดีตเคยมีคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย อาทิเช่น คำสั่งจังหวัดจันทบุรี ที่ 106 /2567 เรื่อง ให้นายอานนต์ รัตโนภาส นายกเทศมนตรีตำบลนายอาม อำเภอนายอาม จังหวัด จันทบุรี พ้นจากตำแหน่งเพราะประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความเรียบร้อย เนื่องจากไม่ฝ่าฝืนไม่ยอมหยุดปฏิบัติหน้า ตามกฎหมายป.ป.ช.มาตรา93และ81หลังถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 โดยอาศัยกฎหมายพ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่14) พ.ศ. 2562 สั่งให้พ้นตำแหน่ง โดย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าฯจันทบุรี เมื่อวันที่15ม.ค2567

ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่นายกฯอบจ.ทันที

อีกทั้งยังมีคำสั่งจังหวัด กาฬสินธุ์ ที่ 10552 / 2566 ของ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัด กาฬสินธุ์ ลงวันที่ 4 ส.ค. พ.ศ.2566 สั่งให้นายนิพนธ์ มาตสะอาด พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลนามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ตามมาตรา73/1 แห่งพรบ. เทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ. 2562 หลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พบว่า ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามมากฎหมาย มาตรา 93 และ 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และ ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดที่ 1 หลัง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ได้ประทับรับฟ้อง เมื่อวันที่ 5ตุลาคม2564 นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งของ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท.0804.3/ว. 85ลงวันที่ 7ม.ค.2566 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด (ยกเว้นผู้ว่าฯจังหวัดเลย ,ลำปาง และ กาฬสินธุ์ )กรณีหากศาลฯได้ประทับรับฟ้องแล้ว และต่อมาบุคคลดังกล่าวได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นอีก โดยบุคคลดังกล่าวต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 81 และ 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยยึดแนวทางคณะกรรมการกฤษฎีกาชุด ที่1 เรื่องเสร็จที่1486/2565 เรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ประกอบการพิจารณา

ยกตัวอย่างชัดเจนคำสั่งของปลัดมท.

รวมถึงคำสั่งของ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยด่วนที่สุด ที่ มท.0804.3/83 ลงวันที่ 7 ม.ค. 2566 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง หลังนายนิมิตร จิวะสันติการ (นายกเทศมนตรีนครลำปาง) ถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ ประทับรับฟ้อง เมื่อวันที่ 5ก.ค.2565 โดยกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ได้พิจารณาเรื่องเสร็จแล้ว ยึดแนวทางตามบันทึกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 1486/2565 ให้พิจารณารายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย คำสั่งของ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยด่วนที่สุด ที่ มท.0804.3/84 ลงวันที่ 7ม.ค.2566 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด กาฬสินธุ์ กรณีเมื่อ ปี2552 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ประทับฟ้องและต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปีมีเหตุให้ลดโทษคงเหลือ 2ปีและไม่รอลงอาญา แก่นายบัณฑิต ภูนากลม เมื่อครั้งตำรงตำแหน่งนายกฯองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าไฮงาม และ นายบัณฑิตได้ อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาล และต่อมาจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอแนวทางการปฏิบัติ เกี่ยวกับการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยกระทรวงมหาดไทย และ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ได้พิจารณาเรื่องเสร็จแล้ว ยึดแนวทางตามบันทึกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่1486/2565 ให้พิจารณารายละเอียดปรากฎตามสิ่งที่ส่งมาด้วย.

‘ทักษิณ’เยือนสุรินทร์ปธ.งานบวช14ก.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 14ก.ค.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเป็นประธานงานอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6รอบ 28กรกฎาคม2567 ที่วัดสุวรรณวิจิตร อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยจะออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กทม. ในเวลา 07.00น.ลงที่สนามบินสตึก จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะเดินทางไปที่วัดสุวรรณวิจิตร อ.ปราสาท จากนั้นเข้าสู่พิธีอุปสมบท โดยเวลา 09.30-10.00น.เป็นการมอบผ้าไตร เวลา 10.00-11.00น.เป็นพิธีบวชเณร บวชพระ ต่อมาเวลา 11.00-11.30น.มอบพระบรมฉายาลักษณ์ฯ เวลา 11.30-12.00 น. ถวายภัตตาหาร เวลา 12.00-13.00น.รับประทานอาหารกลางวันที่โรงสี ส.ชัยเจริญ ซึ่งหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ช่วงบ่ายไปสนามบินสตึก เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top