วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ครวญพ่อเคยถูกลอบสังหารมาแล้ว
‘อุ๊งอิ๊ง’ห่วง‘แม้ว’
เชื่อไทยเมืองพุทธไม่โหดร้าย
ย้ำต้องดูแลเข้มตามมาตรการ
‘ทรัมป์’คะแนนพุ่งหลังถูกยิง
บอกสื่อ‘ผมควรจะตายไปแล้ว’
“อุ๊งอิ๊ง” รับครอบครัวห่วง“ทักษิณ” หลัง“ทรัมป์”ถูกลอบสังหาร เผยพ่อพูดไทยเป็นเมืองพุทธ คงไม่โหดร้ายถึงเพียงนั้น ด้าน “ภูมิธรรม” โยนฝ่ายความมั่นคงประเมิน ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยผู้นำไทย ขณะที่ทรัมป์บอกสื่อ“ผมควรจะตายไปแล้ว” นักลงทุนคาด ลอบสังหารทำโอกาสชนะเลือกตั้งพุ่ง FBI เร่งหาแรงจูงใจ มือปืนลอบสังหารทรัมป์ เชื่อลงมือลำพัง
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ที่กระทรวงกลาโหม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า ครอบครัวมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบิดา หลังจากมีการลอบยิงนาย โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างการหาเสียง “ก่อนหน้านี้คุณพ่อก็เคยถูกลอบยิงหลายครั้ง เพราะฉะนั้นเราระวังเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่คุณพ่อพูดอยู่เสมอว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ คนไทยคงไม่ได้มีความโหดร้ายถึงเพียงนั้น แต่เราก็ต้องดูแลกันไปตามมาตรการ“
สั่งฝ่ายความมั่นคงดูแล
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึง กันเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังเกิดเหตุลอบสังหาร นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าขอแสดงความเสียใจ และเราไม่อยากเห็นการทำงานการเมืองที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้ตอนเข้าใจว่ากระทรวงการต่างประเทศได้แสดงท่าทีไปแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรง
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยในบ้านเราจะเป็นเช่นไรนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องดูสภาพการภายในของเรา โดยทางฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้พิจารณา รวมถึงฝ่ายที่ดูแลอารักขาผู้นำ ว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองของอเมริกาหรือไม่ เนื่องจากการเมืองระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่าคิดไกลเกินไป
เมื่อถามว่า จะต้องมีการเพิ่ม กำลังในการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้นำในประเทศ หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยู่ที่ความมั่นคงจะเป็นผู้ประเมิน
เมื่อถามว่าในอดีต นายทักษิณ ชินวัตร ก็เคยถูกลอบสังหารโดยคาร์บอมบ์มาแล้ว นายภูมิธรรมกล่าวว่า นั่นเป็นสมัยนายทักษิณ แต่ปัจจุบันระยะเวลาห่างกันมานานแล้ว ตนอยากให้ดูความจริงดีกว่า ไม่อยากให้คาดการณ์อะไร เพราะหากคาดการณ์ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้
“สามารถ”เป็นห่วงนายกตัวสูง
นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดี พรรครีพับลิกัน ถูกลอบยิงขณะปราศรัย ที่เมืองบัตเลอร์ มลรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ภาพวิดีโอขณะเกิดเหตุแสดงให้เห็นเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น และในเวลาต่อมาทรัมป์ ระบุว่า เขาถูกยิงที่บริเวณใบหูด้านขวา โดยกระสุนได้เจาะทะลุ “ส่วนบน” ของใบหู “ผมรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมได้ยินเสียงหวีดและเสียงปืน และทันใดนั้นก็รู้สึกถึงกระสุนที่ทะลุผิวไป”
โดยนายสามารถ ได้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เป็นห่วงนายก เมืองไทย ขึ้นมาเลยทีเดียว... ท่านตัวสูงเสียด้วย”
“ทรัมป์”เข้าพรรครีพับลีกัล
โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์บนเครื่องบินขณะเดินทางไปยังเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ว่า “เขาควรจะตายไปแล้ว” จากความพยายามที่จะลอบสังหารที่เกิดขึ้น
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ขณะที่ยังคงมีผ้าพันแผลปิดหูข้างขวาของเขา ระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปร่วมประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ที่จะมีการยืนยันให้ทรัมป์เป็นตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้
“ผมไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ ผมควรจะตายไปแล้ว มันเป็นประสบการณ์เหนือจริงมากๆ” ทรัมป์ระบุ
โอกาสชนะมีสูงแล้ว
ด้านนักลงทุนมองว่า การลอบสังหารที่จบลงด้วยการรอดตายของทรัมป์ เพิ่มโอกาสที่เขาจะชนะการเลือกตั้งและได้กลับสู่ทำเนียบขาวอีกครั้งหนึ่ง โดยก่อนเกิดเหตุช็อกโลกดังกล่าว ตลาดก็ตอบสนองต่อความเป็นไปได้ที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ เช่นเดียวกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
รอยเตอร์ระบุว่า การลอบสังหารทรัมป์ถือเป็นการลอบยิงประธานาธิบดีหรือผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งแรก นับตั้งแต่ความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน จากพรรครีพับลิกันในปี 1981 อาจมีผลกระทบกับการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พฤศจิกายนระหว่างทรัมป์จากพรรครีพับลิกันกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต
ผู้นำโลกและนักการเมืองสหรัฐพากันออกมาประณามเหตุยิงดังกล่าว ขณะที่ผู้นำภาคธุรกิจซึ่งรวมถึงอีลอน มัสก์ ประธานบริษัทเทสลา และบิล แอ็คแมน ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ได้ออกมาประกาศจุดยืนของพวกเขาในการให้การสนับสนุนทรัมป์
เชื่อมือปืนทำตามลำพัง
ด้านทีมสอบสวนกำลังพยายามเร่งหาคำตอบว่า อะไรเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุลอบสังหารนายโดนัลด์ ทรัมป์ กลางเวทีปราศรัย ของนายโทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี ชาวเมืองเบเธล พาร์ค รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก
สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) เชื่อว่า ครุกส์ลงมือเพียงคนเดียวและไม่มีอุดมการณ์ใดๆ ชัดเจน โรเบิร์ต เวลส์ ผู้อำนวยการแผนกต่อต้านการก่อการร้ายของเอฟบีไอระบุว่า เรากำลังสืบสวนเรื่องนี้ในฐานะความพยายามที่จะลอบสังหาร แต่ก็มองว่ามันเป็นปฏิบัติการก่อการร้ายในประเทศด้วยเช่นกัน
เอฟบีไอบอกด้วยว่า ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ AR-15 ที่ครุกส์นำมาใช้นั้นเชื่อว่าเป็นปืนที่พ่อของเขาซื้อมา แต่ยังไม่ทราบว่าครุกส์เข้าถึงอาวุธได้อย่างไร หรือเขาหยิบมันมาโดยที่พ่อของเขาไม่รู้หรือไม่
เจ้าหน้าที่ยังพบอุปกรณ์ต้องสงสัยในรถของผู้ก่อเหตุ ซึ่งถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคเกี่ยวกับระเบิดแล้ว และสถานะขณะนี้ถือว่าปลอดภัย
เอฟบีไอยังตรวจสอบโซเชียลมีเดียของครุกส์และพบว่า มันไม่มีภาษาใดๆ ที่รุนแรงหรือเป็นข้อความข่มขู่ และยังไม่พบว่าเขามีปัญหาด้านสุขภาพจิตใดๆ มาก่อน
ครุกส์ยังเป็นคนที่ไม่เคยแสดงความสนใจทางการเมืองเป็นพิเศษ เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของเขาบอกว่า ความสนใจของครุกส์อยู่ที่การสร้างคอมพิวเตอร์และเล่นเกม เขาเป็นคนฉลาดมาก และถูกให้คำจำกัดความโดยคนที่รู้จักเขาส่วนใหญ่ว่า เป็นคนสุภาพเรียบร้อย
“ไบเดน” เปิดทางสอบสวน
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐแถลงข่าวหลังรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์เหตุมีผู้ยิงใส่เวทีปราศรัยหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ว่า ยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจของมือปืน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งสืบสวน
ประธานาธิบดีไบเดนแถลงข่าว 1 วันหลังเกิดเหตุคนร้ายยิงใส่เวทีปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐและอดีตประธานาธิบดี ที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนียว่า เขาและรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ได้รับฟังบรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทีมด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ (FBI) พร้อมกับร้องขอไม่ให้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจของมือปืน เพราะยังไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้เอฟบีไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวน ซึ่งเขาแนะนำให้สอบสวนอย่างละเอียดและรวดเร็ว โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี