533.jpg
‘บิ๊กป้อม-ธรรมนัส’แยกก๊กซัดกันนัว  พปชร.แตกเป็นเสี่ยง  ชิงเสนอโควตารมต.ส่งรัฐบาล

‘บิ๊กป้อม-ธรรมนัส’แยกก๊กซัดกันนัว พปชร.แตกเป็นเสี่ยง ชิงเสนอโควตารมต.ส่งรัฐบาล

วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 06.50 น.
Tag :

‘บิ๊กป้อม-ธรรมนัส’แยกก๊กซัดกันนัว

พปชร.แตกเป็นเสี่ยง

ชิงเสนอโควตารมต.ส่งรัฐบาล

ผู้กองประกาศขอเป็นอิสรภาพ

‘แม้ว’ลั่นไม่เคยโทรคุยประวิตร

ไม่ปิดทางปชป.เข้าร่วมรัฐบาล

 

“ทักษิณ”ปัด“บิ๊กป้อม”ต่อสายเคลียร์ใจปัญหาพปชร.ต้องเคลียร์กันเอง ย้ำเลือกฝ่ายทุ่มเทให้รัฐบาล เปิดช่องดึงปชป./ถ้าพปชร.มาไม่ครบ ปัด“ยิ่งลักษณ์”ไม่ใช่ระเบิดเวลา-ไม่มีดีลลับ ชี้กลับ

ต้องมาตามกลไกเชื่อ‘อุ๊งอิ๊งค์’ไม่นั่งควบ‘กลาโหม’นายกฯอิ๊งค์ เผยมีความคืบหน้ารายชื่อ‘ครม.’ย้ำจำเป็นต้องเข้มงวดคุณสมบัติ รมต.โยน‘พปชร.’เคลียร์ปัญหากันเอง‘ภูมิธรรม’ขอ‘พปชร.’เคลียร์เก้าอี้‘รมต.ให้จบ หลัง3แกนนำโทรเช็ควุ่น ขีดเส้นส่งชื่อรมต.วันนี้ ย้ำคุณสมบุติต้องถูกกม.ตรวจละเอียด 2-3 สัปดาห์ ก่อนเคาะย้ำยังไร้‘ปชป.’ ศึกใน พปชร.แตกหัก ’บิ๊กป้อม-ธรรมนัส’วัดพลังปล่อย 18 รายชื่อ สส.ร่วมก๊วน ต่างฝ่ายไล่เช็คเรียงตัว ผงะถูกกักตัวบ้านป่า สั่งงดประชุมพรรค ‘ธรรมนัส’ประกาศอิสรภาพ บอก 6 ปีรับใช้คนๆหนึ่งมาพอแล้วไปอยู่ที่ที่มีความสุข หลังชื่อหลุดทิ้งบอมบ์‘ลุงป้อม’ ชี้เพื่อไทย ยังไม่รับตอบรับ‘พปชร.’ฮึ่ม!ไม่คุยกับคนใน‘พปชร.‘ผู้กองนัส’ประกาศพรุ่งนี้แปดโมงเช้ารู้ เย้ยถ้าเลือก‘บิ๊กป้อม’ปลาคงบินได้ ส่งซิกงวดหน้า 34


เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ในส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยจะมีประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ประจำสัปดาห์ที่อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ถนนวิภาวดีรังสิตท่ามกลางการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31

‘ทักษิณ’ถึงชินวัตร3มาสังเกตการณ์

ปรากฏว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3ได้เข้ามาทักทายสื่อมวลชนพร้อมสอบถามถึงการอำนวยความสะดวกให้กับสื่อมวลชนที่มารอติดตามการทำข่าวการประชุมกรรมการบริหารพรรคของพรรคเพื่อไทย บริเวณโถงชั้น 1 ทางขึ้นตึก เมื่อสอบถามถึงกำหนดการแถลงข่าวของรัฐบาล นายทักษิณตอบเพียงว่า“ไม่ทราบ ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรี”ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า“ผมเป็นคนสังเกตการณ์”

นายกฯอิ๊งค์ ย้ำคืบหน้าชื่อครม.

จากนั้น เวลา11.30 น.บรรดารัฐมนตรีและส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.)ทยอยเดินทางเข้ามาถึงอาคารชินวัตร 3 อาทินายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายจุลพันธ์ มรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และรมช.คลัง

ต่อมาเวลา11.53น.น.ส.แพทองธาร ได้เดินทางมาถึงโดยให้สัมภาษณ์ ว่าในการประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้(19ส.ค.)ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งต่างๆกับรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯเลย เพียงแต่คุยเรื่องงานว่าท่านอดีตนายกเศรษฐา ทำอะไรถึงตรงไหนบ้าง แต่ยังไม่ได้คุยถึงเรื่องครม.เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะวางตัวรัฐมนตรีเรียบร้อยหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า“วันนี้น่าจะไม่ถึงกับเรียบร้อย แต่มีความคืบหน้าแน่นอน”ส่วนเบื้องต้นรัฐมนตรีในส่วนพรรคเพื่อไทย จะมีการปรับเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหน นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย รอให้คุยกันก่อน

ย้ำต้องเข้มงวดคุณสมบัติรมต.

เมื่อถามว่าขณะนี้มีกระแสเรื่องคุณสมบัติของ สส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่ถูกเสนอชื่อมาเป็นรัฐมนตรี เช่น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ,นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องคุยกับพรรคร่วมก่อนว่าให้เขาคุยเรื่องคุณสมบัติของแต่ละคนของเขาก่อนเมื่อถามว่าเห็นนายกฯเข้มเรื่องคุณสมบัติและมีความกังวลเรื่องนี้มาก นายกฯกล่าวว่า ก็เป็นเรื่องจำเป็น ถ้ามีการส่งรายชื่อทั้ง 4 คนนี้มา ก็ต้องสอบถามพรรคร่วมฯก่อนและส่งไปตรวจสอบที่ทำเนียบรัฐบาล ด้วยว่าอย่างไร ก็ต้องช่วยกันเช็คหลายๆฝ่าย จำเป็นว่าต้องเช็คแล้วเช็คอีก

โยนพปชร.เคลียร์ปัญหากันเอง

เมื่อถามอีกว่าในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้มีปัญหามากได้ส่งรายชื่อมาให้พรรคเพื่อไทยหรือยัง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่ได้ไฟนอล ส่วนในเรื่องของพรรคพลังประชารัฐก็ให้ทางพลังประชารัฐเขาไปเคลียร์กันเองดีกว่า ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ติดต่อมาหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่ได้ติดต่อมาเลย แต่ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดี

‘แม้ว’ปัด‘ป้อม’ต่อสายเคลียร์ใจ

เวลา 14.30น. ที่อาคารชินวัตร 3 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐต่อสายเคลียร์ใจว่า ยังไม่เคยได้ยินเสียงพล.อ.ประวิตร ได้ยินแต่เสียงที่ลอดมาจากโทรศัพท์หัวหน้าพรรคอื่น เมื่อถามว่าตั้งแต่มีการจัดตั้งรัฐบาลได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตรบ้างหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวยืนยันว่าไม่ได้คุยเลย เป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรค แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ใครทำอะไรไว้ควรต้องรู้ตัว เมื่อถามว่าการที่มีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประวิตรโทรไปเคลียร์ใจเป็นการมโนไปเองใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่ทราบ อาจจะมีคนรอบข้างไปเล่าให้ฟัง แต่ตนไม่ได้คุย

ส่วนปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐจะทำให้การตั้งรัฐบาลล่าช้าหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีการมีตั้งคณะกรรมการขึ้นมาช่วยกันสกรีนเพื่อให้เรียบร้อยที่สุด

เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะไม่ให้มีตระกูล“วงษ์สุวรรณ”ร่วมรัฐบาลจริงหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า อันนี้ต้องแล้วแต่คณะกรรมการ ตนไม่เกี่ยวข้อง เหมือนคนเดินผ่านไปผ่านมาได้ยินเฉยๆ เมื่อถามว่ายังผูกใจเจ็บพล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “อู้ ผมนี้โดนเยอะที่สุด และไม่ได้ใส่ใจกับอดีตอยู่แล้ว ผมอยู่กับวันนี้และพรุ่งนี้”

บอกเพลง“ถ้าจะมาต้องมาทั้งตัว“

ถามต่อว่าพรรคพลังประชารัฐตอนนี้แตกเป็น 2 ฝ่ายระหว่างพล.อ.ประวิตร กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ มองว่าฝ่ายไหนเหมาะจะมาทำงานร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ นายทักษิณ กล่าวว่า ฝ่ายที่ทุ่มเทให้กับรัฐบาลมาตลอด ก็น่าจะเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง เมื่อถามว่าหากจะมาร่วมรัฐบาลต้องมาทั้งพรรคหรือไม่ นายทักษิณ หัวเราะพร้อมกล่าวว่าจะร้องเพลงของอัสนี วสันต์ “ถ้าจะมาต้องมาทั้งตัว“

เมื่อถามว่าการที่พล.อ.ประวิตรไม่ได้โหวต น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ควรให้มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ลองถามท่านดูว่าทำไมไม่มาโหวต”

เปิดช่องดึงปชป./ถ้าพปชร.มาไม่ครบ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวหากพรรคพลังประชารัฐมาไม่ครบ อาจจะมีพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเติมเสียง นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นธรรมชาติ ที่ต้องมีเสียงให้มีเสถียรภาพ เพราะปัญหาประเทศเยอะมากปัญหาที่ต้องเปลี่ยนในเรื่องโครงสร้างมีหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ต้องอาศัยการแก้กฎหมาย การสนับสนุนจากสภาฯ เราจึงต้องมั่นใจว่ารัฐบาลมีเสียงพอทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประเทศ โดยวันที่22ส.ค.ตนจะพูดเรื่องแนวทางเศรษฐกิจที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ เพราะวันนี้เราเสียหายไปเยอะเมื่อถามย้ำว่าไม่ปิดทางดึงพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาล นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นไปได้อยู่แล้วส่วนคนที่สุ่มเสี่ยงจะไม่ให้เข้ามาร่วมเลยใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า สุ่มเสี่ยงก็ไม่ควร ทุกคนควรต้องเสียสละเพื่อให้การเมือง

ชี้‘ยิ่งลักษณ์’กลับไทยไม่ใช่ระเบิดเวลา

ถามอีกว่ามีระเบิดเวลาคือ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะได้กลับประเทศไทย ในยุครัฐบาล น.ส.แพทองธาร หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า นั่นไม่ใช่ระเบิดเวลา มันอยู่ที่ถ้าจะกลับก็กลับ มันมีกลไกของมันอยู่

เมื่อถามย้ำว่ากลไกที่ว่าต้องมีการดีลข้ามขั้ว เหมือนที่มีกระแสข่าวดีลลังกาวี นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่มีเลย เข้าใจผิดอย่างแรงไม่ได้ดีล ตนไม่มีดีลกับใครเลย ถ้าดีลป่านนี้ต้องมีอะไรประหลาดๆ ออกมา

ถามย้ำว่าจนถึงขณะนี้ น.ส.แพทองธารต้องระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องระวังคือปัญหาของประเทศที่หมักหมม เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาหนัก เรื่องเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะเศรษฐกิจใต้ดินเป็นครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจบนดิน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

เชื่อ‘อุ๊งอิ๊งค์’ไม่นั่งควบ‘กลาโหม’

เมื่อถามว่าหาก น.ส.แพทองธาร จะนั่งควบตำแหน่งรมว.กลาโหมเหมาะหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “โอ๊ะ คงไม่หรอกครับ แค่นี้ก็หนักแล้ว” เมื่อถามอีกว่าตำแหน่ง รมว.กลาโหมควรเป็นทหารหรือพลเรือน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่รู้ แล้วแต่คณะกรรมการดูว่าใครเหมาะสมแล้วเลือกกันอีกที

เมื่อถามว่ามีการพูดถึงชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการ รมว.กลาโหม มาเป็นรมว.กลาโหม นายทักษิณ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเลย อาจจะถูกเสนอมาโดยพรรคร่วมรัฐบาลก็เป็นได้ แต่ รมว.กลาโหมเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย ส่วน รมช.กลาโหมเป็นของพรรคอื่นได้

ถามต่อว่ามองกองทัพอย่างไรระหว่างยุคนี้กับยุคที่นายทักษิณเป็นนายกฯ นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้กองทัพสมัยใหม่ขึ้นเยอะ อดีตเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ แต่ปัจจุบันกับอนาคตเป็นสิ่งที่ต้องวางรากฐานให้ลูกหลานกับประเทศเมื่อถามอีกว่าไว้ใจกองทัพกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องทำหน้าที่ให้ประชาชนเป็นที่พอใจให้เร็วที่สุด นอกนั้นเป็นเรื่องที่หลัง วันนี้ปัญหาเร่งด่วนคือปัญหาหนี้สินและการไม่ใช้สามารถใช้จ่ายเงินทำให้เศรษฐกิจชะงัก

ภูมิธรรมย้ำต้องส่งชื่อภายในวันนี้

ที่ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเช้านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการหารือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ตึกชินวัตร3เมื่อวานนี้(19ส.ค.67)เพื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่าเป็นการประชุมปกติของพรรคเพื่อไทยเพื่อดูข้อกฎหมายที่จะเข้าสภา ยังไม่ใช่การประชุมกรรมการบริหารพรรคซึ่งไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะคัดเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีโดยอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา ตอนนี้ในฐานะเป็นผู้ประสานงาน ได้ประสานให้พรรคร่วมรัฐบาลส่งรายชื่อทั้งหมดเข้ามาภายในวันนี้และได้มอบหมายให้นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯเป็นผู้ดำเนินการ เพราะเคยทำงานร่วมกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกา

“วันนี้น่าจะต้องส่งให้ครบต้องเสร็จภายในวันนี้ เพราะรัฐบาลต้องรีบตั้ง เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อวินิจฉัย ดังนั้นต้องดูคุณสมบัติของรัฐมนตรีให้ละเอียด เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ 2-3 สัปดาห์” นายภูมิธรรมย้ำ

ขอพปชร.เคลียร์เก้าอี้รมต.ให้จบ

เมื่อถามว่าในส่วนรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)มีความชัดเจนแล้วหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวในตำแหน่งของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพปชร.นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น แต่ขอให้พรรคพลังประชารัฐไปคุยกันให้จบ เพราะตอนนี้มีคนโทรมาหาตน 3 คน ซึ่งเป็นระดับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ และจากที่ตนดูข่าวบอกคนนั้นเป็น คนนั้นไม่ใช่ ซึ่งเราไม่ก้าวล่วงเพราะเป็นเรื่องภายในพรรค พปชร.แต่ที่สำคัญต้องชัดเจนเพราะรัฐบาลต้องเป็นเอกภาพและต้องมีกระบวนการที่จะต้องร่วมมือกันทำงาน เพราะการทำงานนโยบายต้องไปด้วยกันจะไม่ปล่อยให้เป็นรูปแบบเดิม

ย้ำต้องรอบคอบคุณสมบุติถูกกม.

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นห่วงคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส ทางนายภูมิธรรม กล่าวว่าวันนี้ทำให้ดีที่สุด และที่ทำอยู่เวลานี้คือขอให้ไปตรวจสอบคุณสมบัติให้เข้มข้นและชัดเจน ซึ่งขึ้นอยู่กับเลขาธิการครม.และเลขาธิการฯกฤษฎีกา แต่หลังจากนั้นจะดูอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากเป็นการกรองชั้นแรกส่วนรายชื่อ ครม.ใหม่ จะเสร็จภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ตนแต่อยู่ที่เลขาธิการครม.และเลขาธิการฯกฤษฎีกาว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใดซึ่งเดิมใช้เวลาเพียง 3 วัน แต่ครั้งนี้จะเข้มงวดขึ้นจึงต้องใช้เวลายืนยันว่าแต่ถึงอย่างไรจะดำเนินการให้เร็วที่สุดด้วยความรอบคอบ

เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯกำชับเรื่องคุณสมบัติเป็นพิเศษใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ยอมรับว่า โดยหลักทุกคนต้องทำให้ถูกต้อง เคารพในคำที่วินิจฉัยมา จึงจำเป็นต้องดำเนินการให้ถูกต้องเพราะอย่างน้อยที่สุดเราในฐานะฝ่ายบริหารต้องปกป้องหัวหน้าพรรค

ย้ำพรรคร่วมฯยังไร้‘ประชาธิปัตย์’

พร้อมย้ำ ขอให้ไปตรวจสอบมาซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เราไม่สามารถแต่งตั้งหรือทำนอกเหนือกฎหมายได้ ขณะนี้เป็นกระบวนการที่พรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และกระบวนการต่อไปคือการเสนอชื่อ ครม. ขั้นตอนต่อไปคือเข้าไปถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่เมื่อถามว่า ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาร่วมรัฐบาลด้วยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ในวงพรรคร่วมรัฐบาลยังคุยกันอยู่ เท่าที่จับมือกันไปและเสนอชื่อ

หมอมิ้ง’ยันชื่อรมต.ใหม่ยังไม่ถึงมือ

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ได้รับมอบหมายในการรวบรวมรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล เปิดเผยว่า ถึงเวลานี้มีการส่งรายชื่อมาแล้ว 2พรรค แต่ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยรายละเอียด เพราะยังต้องตรวจสอบอะไรต่างๆ มีขั้นตอน เพียงแต่มีการส่งชื่อเข้ามาเฉยๆ และในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังไม่ได้ส่งมา

“ในเบื้องต้นตามหลักการเราจะต้องมีการเตรียมการทั้งคนเก่า และใหม่เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำการประสานและตรวจเช็คในเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อที่ส่งมาจากบางพรรคแล้ว ก็ได้พยายามตรวจสอบ และขออนุญาตยังไม่เปิดเผย เพราะเนื่องจากยังไม่มีอะไรแน่นอน ปกติชื่อของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตัวจริง จะรอจนกว่ามีการโปรดเกล้าฯ เท่านั้น“ นพ.พรหมินทร์ กล่าว

ย้ำเข้มงวดพิเศษ-ไม่มีเส้นตายส่งชื่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเป็นเหตุให้นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากนายกรัฐมนตรีจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติเข้มมากขึ้น นพ.พรหมินทร์ยอมรับว่าโดยปกติก็ต้องตรวจกันลึกอยู่แล้วเมื่อมีคำตัดสินและข้อวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแบบนี้ ก็จะต้องเข้มงวดกันขึ้นไปเป็นพิเศษซึ่งกำลังประสานทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า มีกำหนดวันสุดท้ายที่จะต้องส่งรายชื่อรัฐมนตรีหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า คงไม่ไม่มีเส้นตาย ถ้าไม่ได้ส่งรายชื่อ ก็คงไม่ได้ตรวจ

‘ธรรมนัส’ประกาศตัวเป็นอิสระ

ขณะที่ช่วงเช้า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบฯถึงกรณีมีชื่อหลุดจากรัฐมนตรีดยพล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคระบุพรรครัฐบาลไม่เอาว่า“สื่อไปปลุกพล.อ.ประวิตรขึ้นมาสัมภาษณ์หรือไม่ เพราะหลับอยู่หรือเปล่าตนเพิ่งกลับมาจากจ.พะเยา จัดงานวันคล้ายวันเกิดก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในพรรคพลังประชารัฐ

“แต่ก็อยากจะกราบเรียนทุกคนว่าผมไม่ทะเลาะกับใคร ประสบการณ์6 ปีที่ผ่านมา ผมรับใช้บุคคลคนๆหนึ่ง พรรคๆหนึ่งมามากพอสมควรแล้ว มันถึงเวลาที่ผมต้องเดินออกมา แบบไม่ทะเลาะกับใคร”ร.อ.ธรรมนัสกล่าวและว่า“ชีวิตผมไม่จำเป็นต้องไปอยู่ที่ไหน และชีวิตผมไม่จำเป็นต้องฝากไว้กับการเป็นนักการเมือง ปี61 ผมเข้าเวทีการเมืองด้วยความบังเอิญ แล้วมาสร้างพรรคพลังประชารัฐ กับพี่น้องนายร้อยจปร.หลายคน ซึ่งเกษียณไปหมดแล้วเหลือผมคนเดียว วันนี้คงถึงเวลาที่ผม ต้องประกาศความเป็นอิสรภาพของผมเอง”

ลั่นไม่คุย‘ประวิตร’แต่ไม่แตกหัก

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราต้องเคารพในการตัดสินใจของผู้นำรัฐบาล ไม่ใช่คิดจะเสนอชื่อใคร แล้วผู้นำรัฐบาลจะต้องเอาตามนั้น กรณีที่เกิดขึ้นกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ การเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะทำอะไรก็ตาม เราต้องคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก หลังจากนี้ผมพร้อมกับกลุ่มพี่น้องพร้อมจะไปไหนก็ได้ที่มีความสุข ไม่แสวงหาความทุกข์เข้าตัวตัวเอง

เมื่อถามว่าคุยกับพล.อ.ประวิตร แล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า“ไม่คุยครับ คุยทำไม เมื่อท่านไม่ใช้ผมแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องคุย” เมื่อถามว่าหากพรรคไม่ขับออก จะไปได้อย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า“ก็อยู่กันอย่างนี้”เมื่อถามว่า มีสส.ในกลุ่มกี่คน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เดี๋ยวก็รู้กี่คน เอาเป็นว่าเราแยกออกมาให้มันชัดเจนไปเลย ว่าจะอยู่อย่างไรกัน แต่ผมจะไม่ทำลายบ้านเมือง และทำลายรัฐบาล”

พอแล้วอยากจะใช้ชีวิตให้สงบสุข

เมื่อถามว่า แตกหักกับพลังประชารัฐ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่ใช่แตกหัก ผมไม่เลือกที่จะทะเลาะกับใคร สื่อก็คงจะเห็นสมัยรัฐบาลที่แล้ว ผมก็รักคนๆหนึ่งมาก ใช้ให้ผมไปตายผมก็ไปตาย แล้วท้ายสุดผมก็ประสบอุบัติเหตุทางการเมือง คือผมว่าผมพอแล้ว ทั้งนี้ ที่พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ไป ไม่ได้ถามผมไม่ได้คุยอะไรกัน ผมไม่ได้แตกหักนะ ต้องยืนยันผมไม่ได้แตกหักจากหัวหน้า แต่ผมอยากจะใช้ชีวิตให้มันสงบสุข ผมคุยกับคนในครอบครัวผมแล้ว ผมพอแล้ว”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงเรื่องคุณสมบัติตัวเองว่า ผมบอกแล้วผมไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ผมต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และผมมั่นใจในสิ่งที่ผมตัดสินใจ ไม่ต้องห่วงเราเป็นนักการเมืองต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ อย่าไปคิดทางลบให้มาก จนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ ทำให้คนในครอบครัวเป็นทุกข์

‘ธรรมนัส’ทิ้งบอมบ์‘ลุงป้อม’

เวลา 11.45น.ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เดินออกจากลิฟต์ พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐรวมไปถึงนายอรรถกร ศิริรยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ก่อนจะแยกย้าย ร.อ.ธรรมนัสได้กล่าวกับ นายสันติว่า“เดี๋ยวเจอกันนะ”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าได้มีการเคลียร์ใจกับนายสันติ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า“เราไม่ได้มีแผลถึงขนาดต้องเคลียร์กัน”พร้อมปฏิเสธบอกตัวเลขสส.ที่จะมาร่วมแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้ เมื่อถามว่ายังอยู่กับ พปชร. ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า“ผมพอแล้ว”

ยอมถอยออกมาอยู่ในที่ของตัวเอง

เมื่อถามย้ำว่าพอแล้วในทางการเมืองหรือพอแล้วกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า“ผมรับใช้ท่านมานาน จะอยู่กันไปแบบนี้จนกว่าจะหมดวาระ ต่างคนต่างอยู่ ยืนยันไม่ได้ทะเลาะกับใคร เพราะบทเรียนในรัฐบาลชุดที่แล้วสอน เราไม่ทะเลาะกับพี่กับน้อง ไม่ฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน อย่างเด็ดขาด ผมรักใคร ก็รักเกินไปจนลืมดูตัวเองและครอบครัวบทเรียนทำให้ครอบครัวเราต้องลำบาก ครั้งนี้จึงเลือกที่จะไม่ทะเลาะกับใคร ยอมถอยออกมาอยู่ในที่ของตัวเอง และครั้งนี้ผมได้บอกกับนายสันติว่า ท่านก็เดินของท่านไป ผมก็อยู่ของผม เราไม่ได้ทะเลาะกัน”

ชี้เพื่อไทยยังไม่รับตอบรับ‘พปชร.’

เมื่อถามว่าให้ทางพรรคเพื่อไทย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า”ถูกต้อง การที่เราจะเสนอใครยังไม่รู้ว่าเขาจะเอาพรรคประชารัฐหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบ แล้วเราก็เดินไปไกลโดยไม่ถามเจ้าของบ้านเลยว่าเขาจะเอาหรือไม่ ถือเป็นมารยาททางการเมืองที่เขาไม่ทำกัน”

เมื่อถามว่า จะแบ่งโควตารัฐมนตรีคนละ 2 ที่นั่งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ แต่คิดว่างานนี้ตาอยู่เอาไปกิน เมื่อถามย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะมาเสียบแทนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เอาเป็นว่าเป็นตาอยู่ที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ได้ถามความชัดเจน พปชร.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ท่านไม่รับจดหมายของพรรค ให้ไปคุยกันเอง เมื่อถามย้ำว่า พปชร.ยังไม่ได้ส่งชื่อใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้เข้าไปยุ่ง ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำอะไรเลย

พปชร.บิ๊กป้อม-ธรรมนัส’วัดพลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังร.อ.ธรรมมนัส แสดงความชัดเจนประกาศอิสรภาพขอเป็นอิสระจากพรรคพลังประชารัฐปรากฏว่าร.อ.ธรรมนัสได้มอบหมายให้นายอรรถกรและนายไผ่ โทรเช็คเสียงจากสส.แต่ละคนเพื่อที่จะรวมตัวกันแถลงข่าวจนได้ 18 รายชื่อ

ขณะที่สส.ฝั่งของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจากการเช็ครายชื่อมีจำนวนทั้งสิ้น 25 คน ในจำนวนนี้ พบมี 5สส.ที่ซ้ำกัน ได้แก่ นายคอซีย์ ,นายเพชรภูมิ ,นายทวี ,นายสัมพันธ์ และอามีน ปรากฏว่า ส.ส.ทั้ง 5 คนดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิบ้านป่ารอยต่อฯโดยไม่ได้เดินทางไปร่วมแถลงข่าวกับ ร.อ.ธรรมนัส ด้วย

ขณะที่ฝั่งของ พล.อ.ประวิตรได้ให้ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค โทรศัพท์เช็ครายชื่อสส.เรียงรายบุคคล และพูดกำชับว่า”ให้อยู่กับลุง”

จากนั้นเวลา 13.30 น.พรรคพลังประชารัฐได้แจ้งยกเลิกการประชุมที่ทำการพรรค โดยเปลี่ยนสถานที่ไปหารือกันที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด โดยมีรายชื่อ ส.ส.ในฝั่งของ พล.อ.ประวิตร 25 คน ขณะที่สื่อมวลชนมาปักหลักรอทำข่าวที่ทำการพรรคพลังประชารัฐเป็นจำนวนมากต้องรอเก้อ

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยกับคนใน‘พปชร.’

ช่วงบ่ายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนการรับประทานอาหารร่วมกันสส.ในพรรคบางส่วน ถึงการพูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ว่า ท่านให้กลับมาคุยกัน ไปเคลียร์กันเอง ไม่มีประเด็นอะไร ตนยังยืนยันเหมือนที่ให้สัมภาษณ์เมื่อเช้านี้

ยืนยันว่าจะไม่รับโทรศัพท์เคลียร์จากใครทั้งนั้น การกินข้าววันนี้เป็นแค่พี่น้องมาให้กำลังใจกัน ส่วนใครจะพูดอะไรเดี๋ยวค่อยว่ากันส่วนการแถลงข่าวของพล.อ.ประวิตรในวันนี้ตนไม่ทราบ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมใดๆของพรรค ตนขออยู่ในที่ตั้งของตน ให้ชีวิตตัวเองมีความสุขบ้าง เหนื่อยมามากพอแล้ว

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ได้มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามา ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า“มีแต่คนในพรรคพลังประชารัฐโทรมา เลิกโทรมาได้แล้ว ไม่ต้องโทรมาแล้ว ผมเองตัดสินใจแล้ว ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ที่นี่ ก็จะอยู่ ผมเองพอแล้วอยู่มา 6 ปีแล้ว”

‘ไพบูลย์’แอบเข้าห้อง’ธรรมนัส’ ‘

เวลา 12.00 น.ที่กระทรวงเกษตรฯ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐได้ระดมกำลัง สส.ในสังกัดเพื่อโชว์พลังนัดร่วมรับประทานอาหารกลางวัน หลังประกาศอิสรภาพทางการเมืองไม่ร่วมสังฆกรรมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.เวลา 14.10น.นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. คนสนิทของพล.อ.ประวิตร ได้เดินออกจากห้องประชุม สส.ที่มี ร.อ.ธรรมนรัส นัดแสดงพลังสส.ในกลุ่ม ขณะที่พบว่ามีสส.มาร่วมประชุมกับร.อ.ธรรมนัส กว่า 10 รายโดยนายไพบูลย์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า มาธุระ แค่มาทานข้าวไม่ได้มีอะไร โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ท่ามกลางกระแสข่าวอาจจะเป็นบิ๊กป้อมส่งมาเคลียร์หรือไม่ หรือนายไพบูลย์มาเอง หลังจากนั้นนายไพบูลย์ได้รีบขึ้นรถเดินทางออกจากกระทรวงเกษตรฯ ทันที

‘ธรรมนัส’ย้ำเจตนารมณ์จุดยืน

เวลา15.20น.ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับมอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจจากสส.พรรคพลังประชารัฐว่าวันนี้ไม่ได้แถลงข่าว เพียงแต่ตนกับพี่น้องที่ร่วมทุกข์สุขกันมา มาให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และรักษาไว้ซึ่งแนวร่วมโดยยืนยันว่ามีเจตนารมณ์ชัดเจนว่ามีจุดยืนของตัวเอง วันนี้ต้องขอบคุณพี่น้องซึ่งเป็นสส.มาจากทุกภาคเราชัดเจนว่าเรารักกัน ไปด้วยกัน ขอโทษที่อีก6-7คนยังมาไม่ถึง เดี๋ยวก็คงมา ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน กับตน ทำงานกันมาตั้งแต่ปี2561ให้เกียรติกันและมาให้กำลังใจ ตนได้เรียนว่าตนไม่ได้ตั้งป้อมทะเลาะกับใคร ขอมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ตนอยู่กับพรรคมานานที่สุดแล้วตั้งแต่พรรคยังเป็นวุ้นอยู่ ร่วมสร้างพรรคมา รับใช้ในฐานะเลขาธิการพรรค รองหัวหน้า ประธานดูแลการเลือกตั้ง ทำดีที่สุดแล้ว

เวลานี้แกนนำรัฐบาลขอยืนยันว่าเราจะให้รัฐมนตรีที่รักษาการตัดสินใจและคุยกัน ไม่ใช่ว่าพรรคเราจะทำอะไรโดยไม่ถามแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ มันเป็นมารยาท ขอยืนยันว่าที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นรัฐบาลทั้งหมด ยืนอยู่ 22 คน และกำลังเดินทางมาอีก 7 คน เป็นสส.ทุกจังหวัด มีตัวแทนพรรคเล็กมา 1 คน อีกหลายคนติดงานอยู่ต่างจังหวัด พวกเราเป็นพรรครัฐบาล เราจะไม่ก้าวล่วงถึงบุคคลภายนอกที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เราพรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งเดียวกันแต่มีบางกลุ่มพยายามสร้างความแตกแยก ตนได้รับการขอร้องจากสส.ให้เป็นตัวแทนในการพูด หลักการที่ตนพูดเมื่อเช้ายังคงเหมือนเดิม

ประกาศพรุ่งนี้แปดโมงเช้ารู้

“ผมยืนยันว่าอะไรที่ตนพูดไปแล้วนั่นคือคำพูดของตนและโดยกฎหมายถ้ายังไม่ขับเราออก เราก็จะอยู่อย่างนี้ โดยเราจะดูว่าเวลาประชุมสภา งานในสภา รัฐบาลไปทางไหนก็ไปทางนั้นเราเป็นแนวร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะมีชื่อเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พรุ่งนี้เช้า แปดโมงครึ่งก็รู้ เราต้องให้เกียรตินายกฯว่าจะตัดสินใจเลือกใคร ที่ผ่านมาตนเป็นผู้ประสานในพื้นที่ร่วมกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ย้ำว่าพรุ่งนี้เช้ารู้แน่นอน”ส่วนจะไปต่ออย่างไร เขายังไม่ได้เอาเราออก ถ้ายังไม่มีการขับออก เราก็อยู่กันอย่างนี้ ยืนยันไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน ภาพที่สภาวันนั้นก็ประมาณนั้น

ชี้ถ้าเลือก‘บิ๊กป้อม’ปลาคงบินได้

เมื่อถามว่าถ้าสมมติพรรคเพื่อไทยเลือกฝั่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค กลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นคำถามที่มันเป็นไปไม่ได้ เหมือนถามว่าปลาบินได้มั้ย เรื่องอนาคตอย่าเพิ่งไปพูด เราพูดเฉพาะวันนี้ พี่น้องมาให้กำลังใจตนกับนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ ทุกอย่างจบแล้ว ทุกอย่างแล้วแต่นายกฯ อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า งวดหน้า34

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top