533.jpg
เปิดความจริงชั้น14  ‘จตุพร’กระทุ้ง‘กสม.-ป.ป.ช.’ ระวังประชาชนออกโรงสั่งสอน

เปิดความจริงชั้น14 ‘จตุพร’กระทุ้ง‘กสม.-ป.ป.ช.’ ระวังประชาชนออกโรงสั่งสอน

วันจันทร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2567, 06.20 น.
Tag :

“จตุพร” จี้ “กสม.-ป.ป.ช.”เร่งตรวจสอบจริงจัง เปิดผลให้ประชาชนรู้ความจริงป่วยทิพย์หรือเอื้อประโยชน์อภิสิทธิ์ชน ทวงคนทำดีลกลับไทยรีบจัดการก่อนบ้านเมืองยับเยิน ลั่นถ้าสิ้นทางเลือก ประชาชนต้องออกโรงสั่งสอนรัฐบาล

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2567 เรียกร้องให้องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหาความจริงของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เร่งรีบดำเนินการให้เกิดข้อเท็จจริง เพื่อประชาชนจะได้หูตาสว่าง และยึดมั่นกระบวนการยุติธรรม

ของบ้านเมืองเอาไว้ได้อีกทั้งกล่าวว่าเมื่อกรมราชทัณฑ์มีเจ้าหน้าที่เฝ้านักโทษทักษิณ ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ได้เฝ้ากันจริงหรือไม่ และทุก 2 ชม.ต้องถ่ายภาพนักโทษไว้เป็นหลักฐาน โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอภาพถ่ายกว่า 2,160 รูป แต่กรมราชทัณฑ์ยังไม่ส่งไปให้ เพราะความจริงนายทักษิณป่วยอยู่ในภาพนี้ รวมทั้งภาพกล้องวงจรปิดของ รพ.ตำรวจ ซึ่งการข่าวว่า ไม่ได้เสียจริง แต่มีบางคนทำท่าให้เสีย


ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โต้กลับอธิบกรมราชทัณฑ์ว่าน้ำหน้าอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาอนุญาตให้เข้าเยี่ยมนักโทษทักษิณได้ อีกอย่างคนประสานงานให้เข้าพบใช้ช่องทางไหน ถ้าเจ้าหน้าที่อยู่หน้าห้องตามระเบียบจริงต้องเห็น และรายงานทุก 2 ชม. แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกไม่เห็นใครเฝ้าเลย แล้วนักโทษอยู่อย่างไรภายใต้ระเบียบการควบคุมตัว

“มันเป็นเรื่องที่ประหลาดที่สุดเพราะ ป.ป.ช.ต้องใช้หมายบังคับไปยัง รพ.ตำรวจ ซึ่งแพทย์ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆอยู่แล้ว เพราะมีคนได้ประโยชน์เพียงไม่กี่คน บางคนถึงกับบ่นกับตำรวจผู้ใหญ่ว่าอยากลาออกเต็มที ไม่สามารถแบกรับความกดดันนี้ได้”วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชนกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ที่น่าสนใจคือ รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไม่เชื่อว่านายทักษิณจะป่วยวิกฤตจริงโดยดูอาการเมื่อออกจาก รพ.ตำรวจ หลังวันได้รับการพักโทษ เพราะถ้าป่วยวิกฤตจริงต้องไปรักษาที่ รพ.อื่นต่ออีก กลับไม่มีผลการรักษาอีกเลย แต่มีสภาพแข็งแรงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ภาพวันแรกช่วงเข้า รพ.ตำรวจ จะแสดงถึงการปฏิบัติตามระเบียบราชทัณฑ์หรือไม่ ซึ่งจะอ้างเสียไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการจัดการความปลอดภัยนักโทษ

“ดังนั้น ถ้าทุกฝ่ายทั้ง กสม. ,ป.ป.ช. และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เอาจริงกับความเสียหายของบ้านเมือง เพราะกระบวนการยุติธรรมถูกทำลายย่อยยับ มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน เราเห็นการปฏิบัติสองมาตรฐานของพวกอภิสิทธิ์ชนได้กัดกินหัวใจผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นไปอย่างเท่ๆ ไม่ติดคุกสักวันในคดีทุจริตคอร์รัปชัน”นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า เชื่อว่าประเทศมีสิ่งที่ดีงามมากกว่าสิ่งชั่วร้าย หากสิ่งชั่วมากกว่าดีแล้ว ประเทศคงอยู่ไม่ถึงทุกวันนี้ ฉะนั้นจึงหวังการทำหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบต่างๆ ว่าเอากันจริงจัง ยิ่งมีบางฝ่ายยืนยันมีภาพวงจรปิดอยู่ในมือครบถ้วนแล้ว ถ้ายังทำงานกันล่าช้า ย่อมเกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความสงสัยอาการป่วยวิกฤตของนักโทษทักษิณนั้น นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญของปุถุชนหรือวิญญูชนแล้ว เมื่อญาติป่วยหนัก ควรมีคนในครอบครัวไปเยี่ยมถี่ๆ แต่กับนักโทษทักษิณ หัวหน้าพยาบาลบอกว่า ญาตินานๆ มาครั้ง ซึ่งผิดวิสัยวิญญูชนพึงปฏิบัติให้กำลังใจผู้ป่วยวิกฤต

“ประชาชนอย่าได้วางใจการเมืองแบบทักษิณ เพราะตลอดเวลาร่วม 20 ปี ประชาชนทุกฝ่ายล้วนถูกหลอก ทั้ง นปช., พันธมิตร, กปปส. และ คปค.ล้มตาย บาดเจ็บ ติดคุกจำนวนมากจากข้อหาคดีอาญากรณีชุมนุมทั้งสิ้น ดังนั้น หากชุมนุมแล้วได้ผลลัพธ์เป็นผสมพันธุ์กันแบบนี้ ใครจะไปร่วมชุมนุมกันประชาชนไม่ขัดข้องเรื่องสามัคคี แต่ควรเป็นเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่สามัคคีเพื่อได้บ่อนกาสิโน หรือเพื่อขายแผ่นดิน 99 ปีพร้อมคอนโด 75% หรือซุกเช่าที่ดิน 3 แสนไร่ในแลนด์บริดจ์ หรือเอื้อผลประโยชน์พลังงานในเขตพื้นที่ทับซ้อนให้กัมพูชา แล้วเราจะก้าวข้ามความขัดแย้งเพื่อไปทำสิ่งโสมมอย่างนี้เหรอ”นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าต้องการก้าวข้ามความขัดแย้งกันจริง พรรคเพื่อไทยต้องหาเสียงให้เลือกเพื่อไทยไปจับมือทุกฝ่ายข้ามความขัดแย้ง เมื่อประชาชนเห็นชอบด้วย คงจะไปขัดขวางอะไรไม่ได้ แต่กลับบอกไม่จับมือ พรรครวมไทยสร้างชาติ,พรรคพลังประชารัฐ ไม่ร่วมกับคณะยึดอำนาจ พวกรัฐประหาร แต่เอาเสียง สว. ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ 152 เสียงมาโหวตหนุนให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ แล้วที่บอกไม่จับมือก็จับมือหมดสิ่งที่ต้องประณามคือ เพื่อไทยไปชวน ปชป.มาร่วมรัฐบาลได้อย่างไร เมื่อต้องการประโยชน์ เพื่อไทยก็พูดอย่าง ทำอย่างอย่างเหมือนต้องการเสียงเสื้อแดงก็ใส่เสื้อแดง แต่ตั้งรัฐบาลมีอำนาจแล้วก็ใส่เสื้อเหลืองเพื่อเอาตัวรอด จึงเป็นการหลอกต้มประชาชนรอบวงก็ว่าได้ แล้วบ้านเมืองต้องการแบบนี้หรือไม่?ถามว่าเรายอมให้ประเทศเดินไปกับการหลอกลวงกันเช่นนี้เหรอ เมื่อถามก็บอกก้าวข้ามความขัดแย้งต้องการให้ประเทศเดินหน้า แต่หลอกประชาชนมาตลอดทาง ยิ่งมาบอกให้คนลืมอดีตเมื่อช่วงหาเสียงเสียอีก พูดแบบนี้ประชาชนกินข้าวหรือเปล่า เมื่อหลอกประชาชนต้องกล้ารับผิดชอบ ต้องมาขอโทษประชาชน

นายจตุพร ย้ำว่า สิ่งที่ไม่ได้หาเสียงไว้กลับเป็นโครงการใหญ่เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น และสิ่งน่าอับอายกับโครงการรถไฟฟ้าทุกสาย 20 บาททำทันที แต่สุดท้ายกลุ่มทุนได้ประโยชน์กับแนวคิดเวนคืนซื้อกิจการแล้วจ้างให้บริหารต่อ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของทุนและการเมืองล้วนๆ แล้วบอกเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ถามว่าเศรษฐกิจของใครได้ประโยชน์ แต่ประเทศไม่มีอะไรเหลือแล้ว

“สิ่งสำคัญโดยเชื่อว่า แม้วันนี้ประชาชนทุกฝ่ายอกหัก เจ็บปวด แต่ขอให้มีความพร้อมกันไว้เพื่อดูน้ำหน้าคนรับผิดชอบเอานักโทษกลับเข้าประเทศกันก่อน ยิ่งกรณีชั้น 14 รพ.ตำรวจ ทุกองค์กรตรวจสอบต้องเอาจริงกันได้แล้ว เพราะจะได้ทำความเข้าใจผิดทั้งหลายให้ประชาชนหูตาสว่างขึ้น แล้วตอกย้ำว่า บ้านเมืองยังมีหลักยุติธรรม ไม่มีข้อยกเว้นกับใครทั้งสิ้น” นายจตุพรกล่าว

ส่วนรัฐบาลอุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวทักษิณ นั้น นายจตุพร คาดว่า จะอยู่ไม่นาน และไม่รอดจากการถูกร้องเรียนที่ทยอยมากล่าวหาหลากหลายกรณีมากขึ้น สิ่งที่น่าห่วงคือ เรื่องสำคัญของประเทศต้องสูญเสียไปแล้วยากจะเอากลับคืนมาได้ เหมือนกับแปรรูป ปตท. จากรัฐวิสาหกิจ เมื่อเสียไปแล้ว จนไม่มีปัญญานำกลับมาเป็นของรัฐได้อีก และแล้วน้ำมันไม่ได้ถูกลงตามการชวนเชื่อไว้เราจะยอมให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้เหรอ เราจึงต้องเป็นก้างขวางคอ ไม่ยอมให้ใครเอาแผ่นดินไปขาย 99 ปี ไปทำบ่อนกาสิโนแน่ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมไว้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top