วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
โปรดเกล้าฯ 'ครม.แพทองธาร1'
ถวายสัตย์ฯ 6 ก.ย.
‘อิ๊งค์’ถกครม.นัดพิเศษ 7 ก.ย.
‘ภูมิธรรม’โต้ไม่ใช่รบ.ครอบครัว
‘วันนอร์’ประชุมวิป 3 ฝ่าย 9 ก.ย.
คาด 11-12 ก.ย.แถลงนโยบายฯ
โปรดเกล้าฯ“ครม.อุ๊งอิ๊งค์1”“ภูมิธรรม”รองนายกฯควบ รมว.กห.“บิ๊กเล็ก”รมช.กห.“เฉลิมชัย”รมว.ทรัพยากรฯ“เดชอิศม์”รมช.สธ.“เอกนัฏ”รมว.อุตฯ“นฤมล”รมว.เกษตรฯ“อิทธิ-อัครา”รมช.เกษตรฯ“สรวงศ์”รมว.การท่องเที่ยวฯ“ชูศักดิ์” รมต.ประจำสำนักฯ“ซาบีดา-ธีรรัตน์”รมช.มหาดไทย “อิ๊งค์” ถกครม.นัดพิเศษ 7 กันยายน เตรียมตั้ง“หมอมิ้ง” นั่งเลขาธิการนายกฯ ต่อไป พร้อมหารือ
นโยบายพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภา ชี้กรอบใหญ่เหมือนเดิม เชื่อนายกฯตอบกระทู้สภาได้ไม่ต้องติว ชี้พูดจาฉะฉานเป็นตัวเอง‘เดชอิศม์’ขอความเป็นธรรม ไม่เกี่ยวค้ายา-ฆ่าคน ไม่เคยต้องคดีอาญาแม้คดีเดียว งงมีคดีในปปช.ปี55 ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่ง การเมือง เชื่อมีขบวนการจ้องทุบ ลั่นขอรักษาสิทธิ์จ่อฟ้องเชือดไก่ให้ลิงดู
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2567 แล้วนั้น
บัดนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความมาตรา158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
โปรดเกล้าฯครม.ชุดใหม่ตามโผแล้ว
นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายวราวุธศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคมนายสุรพงษ์ปิยะโชติ รมช.คมนาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เรมว.พาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เรมช.มหาดไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน2567 เป็นปีที่9ในรัชกาลปัจจุบัน
เปิดชื่อ10รมต.อกหัก-ไม่ได้ไปต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าส่วนรัฐมนตรีที่หลุดจากตำแหน่ง มีทั้งสิ้น 10คน ได้แก่ นายสุทิน คลังแสง , นายเกรียง กัลป์ตินันท์, นายจักรพงษ์ แสงมณี , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช , พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ , นายสันติ พร้อมพัฒน์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร , น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล และ นายชาดา ไทยเศรษฐ์
‘นายกฯอิงค์’อุ้มลูกเข้าตึกชินวัตร3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าเวลา 09.30น.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าอาคารชินวัตร 3 ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยวันเดียวกันนี้นายกฯ ได้พา ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ บุตรชายคนเล็กมาด้วย ทันทีเข้ามาถึง นายกฯ ได้โบกมือทักทายสื่อมวลชน และให้น้องธาษิณ สวัสดีพร้อมโบกมือทักทายสื่อฯ ด้วยเช่นกันผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า นำรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง นายกฯ ไม่ตอบ ได้แต่หันมายิ้มก่อนเดินขึ้นตึกไปทันที เวลา 11.34น.น.ส.แพทองธาร เดินทางออกจากอาคารชินวัตร3 หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งครม.โดยคนใกล้ชิดแจ้งว่า นายกฯออกไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวและยังไม่ได้แจ้งเวลาเดินทางกลับอาคารชินวัตร3
นำ’ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ฯ6ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร มีรายงานว่า ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)ได้ประสานแจ้งให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีชุดใหม่ เตรียมความพร้อมเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันศุกร์ที่ 6ก.ย.67 เวลา 17.00น.ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน โดยเวลา 14.00น.ขอให้นายกฯ และรัฐมนตรีชุดใหม่ เดินทางมาพร้อมกันที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายรูปทำบัตรประจำตัว และเวลา 15.00 น.นายกฯ และรัฐมนตรีชุดใหม่ ขึ้นรถตู้ที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ได้จัดเตรียมไว้พร้อมกัน เพื่อไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พร้อมกัน นอกจากนี้ ทาง สลค.ได้แจ้งรัฐมนตรีชุดใหม่ ว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย.67 เวลา 10.00 น.ขอให้เข้ามาตรวจ RT-PCR ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล หากตรวจเอง ขอให้นำผลตรวจไปแสดงให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังในวันเข้าเฝ้าฯ ด้วย
นั่งหัวโต๊ะประชุมครม.นัดพิเศษ7ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งรัฐมนตรีในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยจะเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6ก.ย.67 เวลา 17.00น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน จากนั้นในวันที่ 7ก.ย.นี้ น.ส.แพทองธาร จะเป็นประธานการประชุม ครม.นัดพิเศษ เพื่อเห็นชอบนโยบายที่จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม.จะมีการถ่ายภาพหมู่ ครม.ทั้งคณะ ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เอกสารนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงนั้น จะต้องดำเนินการจัดส่งไปยังสภาล่วงหน้า 3 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาวันที่เหมาะสม ซึ่ง สว.ไม่ติดวาระการประชุมใดๆ คาดว่าการแถลงนโยบายรัฐบาล จะมีขึ้นในวันที่ 11 หรือ 12ก.ย.นี้
‘บิ๊กอ้วน’ถกครม.พิเศษหารือนโยบาย
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะปฎิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ หากมีการโปรดเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วว่า ถ้ามีการถวายสัตย์ฯแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฉะนั้นการประชุม ครม.นัดพิเศษนัดแรกก็จะนำนโยบายที่ต้องแถลงมาหารือในที่ประชุม ซึ่งมีพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เพื่อจะได้นำส่งสภาฯต่อไป พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็ทำงานร่วมกันมาตลอดแล้ว ใครคิดอะไรก็พูดและเสนอกันมา ซึ่งแต่ละพรรคก็ต้องเอานโยบายมาคุย ถ้าเหมือนกันก็ไปด้วยกันก็ส่งไป แต่ถ้าไม่เหมือนกัน หรือเห็นต่างกันก็หาจุดเหมาะสมที่เป็นนโยบายกลางของรัฐบาล ซึ่งจริงๆก็จะพูดนโยบายหลักๆที่สำคัญๆโดยพูดเรื่องหลักการ ไม่มีบอกรายละเอียดว่าจะจัดการเรื่องนั้นอย่างนี้ แต่เป็นเรื่องกรอบใหญ่ เช่น นโยบายที่จะแก้ปัญหาความยากจนให้ประชาชน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คุยกันมาต่อเนื่องอยู่แล้ว“เขาคุยกันมาบ้างแล้ว ที่บอกว่าเขาจะเสนออะไรกัน จริงๆ เกือบไม่ต้องทำอะไรใหม่ ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลใหม่ แต่ว่ากรอบใหญ่มันก็เหมือนเดิม แต่อาจมีอะไรที่ต้องปรับบ้าง เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ก็ต้องมาดูก็ต้องมาคุยกันก็เท่านั้นเอง เพื่อหาจุดร่วมกัน“นายภูมิธรรม กล่าว
นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเดินหน้าต่อ
ส่วนเรื่องนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราคุยกับพรรคร่วมมาตลอด และไม่มีอะไรที่เห็นแตกต่างกัน จะมีแค่รายละเอียดตรงนั้นอย่างตรงนั้นตรงนั้นอย่างนี้ เมื่อถามว่า จะคุยเรื่องระบบจ่ายเงินโครงการดังกล่าวให้เป็นเงินสดหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้น ถ้าเรายังยืนยันว่าเราจะจัดการเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลักใหญ่จะประมาณนี้ แต่คนเขียนเขาจะสรุปอย่างไรตนไม่ได้เข้าร่วมในการทำนโยบาย
ไม่ต้องติว‘อิงค์’ไปตอบกระทู้ในสภา
เมื่อถามว่า วันประชุม ครม.นัดพิเศษ จะมีการแถลงเปิดเผยนโยบายร่วมกันหรือไม่ นายภูมิธรรมม กล่าวว่า พอประชุมเสร็จ และจะไปแถลงที่สภาฯก็เป็นที่เปิดเผยอยู่แล้ว คงต่างกันแค่ 1-2 วัน ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีอะไรก็เพียงแค่หารือให้ครบถ้วนกับกระบวนการเพื่อจะเข้ามาบริหารประเทศเท่านั้นเอง เมื่อถามว่า หากมองไปข้างหน้าในเรื่องของงานสภา เราจะเห็นนายกฯไปตอบกระทู้เป็นประจำหรือต้องมีการติวอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องติวหรอก นายกฯของตนเก่งจะตาย ทุกคนเวลาจะไปพูดในสภาฯถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นเรื่องที่ต้องดูรายละเอียดการต่างคนก็ต่างรู้อยู่แล้ว เรารู้หลักๆทุกเรื่อง แต่เรื่องรายละเอียดเป็นเรื่องที่ฝ่ายประจำเขาทำมา เราก็ต้องดู แต่ถ้ามาติว หรือซ้อมพูดอะไรไม่ต้อง ทุกคนเป็นธรรมชาติของตนเองอยู่แล้ว ทุกคนก็เห็นว่านายกรัฐมนตรี พูดปราศรัยอะไรต่างๆชัดเจนฉะฉาน เข้าใจประเด็นมีภูมิปัญญามองประเด็นหลักๆได้ ยืนยันว่าไม่ต้องติวและไม่เคยติวใคร
อย่าเอาเรื่องครอบครัวมาเกี่ยวข้อง
นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องประวัติรัฐมนตรีบางคน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการ อย่าไปคิดแบบนั้น หากเป็นแบบเดิมคงเรียบร้อยไปแล้ว แต่เพราะมีคำว่าหลักจริยธรรม หรือตีความมาก ทำให้เกิดการเสียเวลา แต่มีหลายคนคิดว่าไม่อยากให้เป็นประเด็น จึงเอาลูกหลาน คนรู้จัก คนมีความสามารถ เข้ามาทำงานแทน ซึ่งไม่น่ามีปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่า การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลจะทำให้คนเก่ามีปัญหา เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าเป็น ครม.ครอบครัว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเองพูดตรงนี้ไม่ได้ ให้รอผลการดำเนินการเสร็จสิ้นก่อน แต่ไม่อยากให้เอาคำว่าครอบครัวมาเกี่ยวข้อง เพราะวันนี้วัดคนที่ความสามารถเข้ามาทำงาน ใครมีความสามารถ จะคนในครอบครัว หรือคนคิดเห็นไม่เหมือนกัน หากมีศักยภาพก็เอาเข้ามาทำงาน
ในสภาร่วมยินดี‘รมต.ป้ายแดง’
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ ทำให้บรรยากาศในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขณะที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2568 วาระ2
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะสส.ในฝั่งของพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง อาทิ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สส.สระแก้ว เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวานิช รมช.มหาดไทย สส.กทม. พรรคเพื่อไทย มีสส.ของพรรคร่วมถ่ายภาพแสดงความยินดี
เช่นเดียวกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข สส.สงขลา เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมถ่ายภาพกับสส.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย
‘สุทิน-ชลน่าน’ชูมือส่งสัญญาณสู้ๆ
ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ที่หลุดจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม ในครม.น.ส.แพทองธารร่วมถ่ายภาพกับนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีต รมว.สาธารณสุขที่ถูกปรับครม.ไปตั้งแต่ช่วงที่นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ พร้อมชูมือเป็นสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์สู้ๆ
ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยที่ถอนชื่อออกจากครม.ชุดนี้ เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ขัดต่อกฎหมาย จึงส่ง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ บุตรสาว มาเป็นรมช.มหาดไทยแทนก็มาร่วมประชุมสภาฯในมาดเคร่งขรึม พร้อมถ่ายภาพร่วมกับสส.ของพรรคภูมิใจไทย
‘ธีรรัตน์’มท.4หา‘อนุทิน’ฝากตัว
ช่วงบ่าย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทยซึ่งเพิ่งได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ได้เดินไปแนะนำตัว ฝากเนื้อฝากตัวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยถึงที่นั่งพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ในห้องประชุมสภาและมีการถ่ายรูปร่วมกัน จากนั้นได้นั่งพูดคุยกันสักครู่หนึ่ง
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และก๊วน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ยังคงปักหลักนั่งอยู่ที่ฝั่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ช่วงหนึ่ง โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้ไปพูดคุยกับนายอนุทิน และกลุ่ม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย
‘ขิง’ลั่นปท.มาก่อน-ทำงานกับพท.
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเคยเป็น กปปส.ไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่กลับมาร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ว่า เมื่ออยู่ในการเมือง ก็ยินดีรับฟังทุกความเห็น และพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน วันนี้เรื่องของบ้านเมืองต้องมาก่อนเชื่อว่า คนที่มีจุดอยู่ และอุดมการณ์เดียวกัน ก็อาจมีวิธีที่ต่างกัน ตนในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ จะต้องเลือกวิธีที่ดีที่สุด เพื่อเป็นทางออกของประเทศที่ดีที่สุด บางทีอาจเป็นทางออกทางเดียว ซึ่งยืนยันอยู่ในจุดยืนนี้มาโดยตลอด คืออุดมการณ์ในการปกป้อง และรักษาสถาบัน ที่เป็นเสาหลักของประเทศ เมื่อถามว่า จะเสียแนวร่วมหรือกลุ่มสนับสนุนไปหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนไม่ทราบแต่ขอให้ผลงานกับระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งทุกความเห็นไม่ว่าจะเป็นคำด่าหรือคำติชม ยินดีรับฟัง อาชีพนักการเมืองเป็นอาชีพที่ตนรัก และยึดมั่นในอุดมการณ์ที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติมาโดยตลอด ก็จะตั้งใจทำงานให้คุ้มค่ากับโอกาสที่ได้รับ
ไม่ลืมอุดมการณ์เดิม-แต่ต้องเลือก
เมื่อถามว่ามีหลายคนใช้คำแรงว่าเราหักอุดมการณ์ตัวเอง นายเอกนัฏ กล่าวว่า เข้าใจ เพราะตนมายืนอยู่ในตรงนี้ อาชีพนี้ การตัดสินใจและจะทำอะไรต่างๆไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยืนยันว่าได้เลือกทางที่ดีที่สุด ณ จังหวะเวลานี้ ภัยคุกคามและความท้าทายของประเทศมันเปลี่ยนไป ตอนนี้เป็นจังหวะสำคัญที่เราต้องร่วมมือกัน เมื่อถามว่าสามารถทำงานได้สนิทใจหรือไม่ กับลูกของนายทักษิณ ชินวัตร นายเอกนัฏ กล่าวว่า “ก็ต้องทำล่ะครับ”วันนี้ขอให้คิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก มันก็สามารถทำงานด้วยกันได้ เราไม่ได้ลืม เราไม่ได้ลบ แต่เราเลือก เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนยังคงพูดคุยกับทุกคนปกติ ตนเข้าใจ ที่ผ่านมาไม่อยากพูดมาก แต่ไม่ได้แปลว่าไม่รับฟัง เข้าใจว่าคนที่ตำหนิมามีความปรารถนาดี ก็ต้องรับฟังและปรับปรุงตัว แต่ย้ำว่าตลอดชีวิตการทำงานการเมืองที่ผ่านมามีจุดยืน ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
‘เดชอิศม์’โวย ไม่เกี่ยวค้ายา-ฆ่าคน
ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรมช.สาธารณสุข แถลงโต้ตอบกรณีสื่อมวลชนบางสำนักพาดพิงงเกี่ยวข้องกับประเด็นจริยธรรมต่างๆ ว่า สำหรับข้อกล่าวหาว่าตนพัวพันธ์กับนายเตียว วุยฮวด หรือ“โทนี่ เตียว”ว่า เขาเป็นนักธุรกิจใหญ่จากมาเลเซีย แล้วเข้ามาอยู่ในจังหวัดสงขลาร่วม10ปี ลงทุนเป็นพันล้านบาท ทั้งแม่ทัพภาคmuj4 ผู้ว่ฯสงขลา นายอำเภอสะเดา ก็ไปอำนวยความสะดวก ตนเป็นคนสงขลา เมื่อนักธุรกิจมาลงทุนก็มีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่เราก็มีเงื่อนไขว่าต้องมาอย่างถูกกฎหมาย ไม่กระทำผิดกฎหมายไทยใดๆ ทั้งนี้ นายโทนี่ เตียวรู้จักกับตนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เขาไปบวช ตนก็ไปร่วมพิธีบวชด้วยตามวิญญูชนคนสงขลาทั่วไป ดังนั้นตนและนายโทนี่ เตียวไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ภายหลังทราบว่าเขาทำผิดกฎหมายที่ประเทศจีน วันนี้จึงถูกจับแล้วส่งตัวไปประเทศจีน ถ้าทำผิดกฎหมายไทย ไทยจะส่งตัวไปจีนไม่ได้ แต่จะต้องรับโทษในประเทศไทยก่อน
มึนไม่รู้คดีค้างในปปช.มาจากไหน
นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ส่วนข้อกล่าวหาในปปช.นั้น ตนเพิ่งไปเช็คข่าวว่าเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อปี55 ซึ่งขณะนั้นไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ จึงสงสัยว่าส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.ได้อย่างไร และทราบว่าผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีโดนสั่งฟ้องไปหมดแล้ว แต่ชื่อตนอาจไปอยู่ในกลุ่มไลน์ผู้ต้องหา เขาก็ส่งรายชื่อเหล่านี้ไปตรวจสอบ และตนได้ทำหนังสือไปยังป.ป.ช.ขอให้ส่งรายละเอียดมาให้ด้วย โดยทางป.ป.ช.ตอบกลับว่าอยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นยังไม่สามารถส่งข้อมูลให้ได้
นายเดชอิศม์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ยืนยันว่าไม่เคยต้องคดีอาญาใดๆ ไม่ว่าจะฆ่าคนตาย ค้ายาเสพติด เพราะถ้ามีคดีเหล่านี้จะต้องมีหมายเรียกหรือหมายจับ ต้องรายงานตัว พิมพ์ลายนิ้วมือ ชีวิตตนมีคดีเดียว คือ คดีการเลือกตั้งที่ นายนวพล บุญญามณี เป็นผู้ฟ้อง สมัยเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา สุดท้ายศาลยกฟ้อง เพราะฉะนั้นอยากฝากถึงสื่อมวลชน จริยธรรมนักการเมืองก็สำคัญแต่จริยธรรมของสื่อมวลชนก็เป็นเรื่องสำคัญมาก
ขู่ฟ้องใส่ร้าย-วอนสื่อมีจริยธรรม
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเบื้องหลังหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เชื่อว่ามีขบวนการอยู่ข้างหลัง เพราะจ้องมาที่ตนและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.เป็นพิเศษ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไร นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ต้องดูว่ากรณีใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตนต้องรักษาสิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง เมื่อถามว่า หากฟ้องจะฟ้องนักข่าว หรือสำนักข่าว นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ตนสงสารนักข่าวบางคนบางทีเขาไม่ใช่คนชั่ว แต่เขาถูกให้ชั่วโดยเจ้านายสั่ง แต่บางคนก็ชั่วโดยสันดานก็มีเช่นกัน หากเขาไม่มีเจตนาชั่วจริง ตนก็ไม่ต้องการฟ้องใคร ยืนยันว่าพรรคส่งชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีไปเพียง 2คน ไม่มีส่งชื่อสำรอง ายเฉลิมชัย ยังเป็นผู้บริสุทธิ์100% มีเพียงสำนักข่าวเดียวที่ถล่มตนและนายเฉลิมชัย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี