วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ปชป.ชี้แจก1หมื่น
ให้’กลุ่มเปราะบาง’
กระตุ้นศก.ระยะสั้น
หนุนฟื้นแบบยั่งยืน
โฆษกปชป.ติงแจกเงินสด 1 หมื่น‘กลุ่มเปราะบาง’แค่กระตุ้นศก.ระยะสั้นเท่านั้น แนะวางแนวทางทำระยะยาวให้ประเทศฟื้นตัวยั่งยืน ขอถ้อยถ้อยอาศัย-ยึดประโยชน์ปชช.เป็นที่ตั้ง ด้าน‘เทพไท’เย้ยแค่ไฟไหม้ฟาง ยากจะเกิดพายุหมุน4รอบ
เมื่อวันที่ 29ก.ย.2567 น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2567 กำหนดแจกกลุ่มเปราะบาง ทั้งกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนพิการ รวม 14.55 ล้านคน คนละ 10,000 บาท ผ่านการโอนเข้าบัญชีว่า พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับเงินสด 10,000บาท ซึ่งที่ผ่านมาโครงการดังกล่าว ได้รับทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงท้วงติงจากหลายภาคส่วน รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ตั้งแต่เรื่องที่มาของงบประมาณ ตลอดจนวิธีการและความคุ้มค่าของโครงการ จนในที่สุดรัฐบาลได้ปรับเปลี่ยนแนวทางและรายละเอียดจนสามารถแจกเป็นเงินสดถึงมือพี่น้องประชาชนสำเร็จเป็นเฟสแรก
น.ส.เจนจิรา กล่าวต่อว่า การนำนโยบายในการหาเสียงมาปฏิบัติ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเสียงท้วงติง เพื่อให้การแปรเปลี่ยนนโยบายพรรคการเมืองเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้จริง การที่รัฐบาลยอมปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน จากการแจกดิจิทัลวอลเล็ต 50ล้านคน รอบเดียว มาเป็นจ่ายเงินสด 10,000บาท โดยเริ่มต้นที่กลุ่มเปราะบางก่อน ส่วนหนึ่งมองได้ว่า เป็นการยอมรับฟังเสียงท้วงติงจากทุกภาคส่วนในสังคมและจะเป็นการเก็บบทเรียนเป็นแนวทางทำให้การดำเนินการสำหรับกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการนำเงินงบประมาณไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
โฆษก ปชป.กล่าวด้วยว่า การแจกเงินสด 10,000บาท ให้กลุ่มเปราะบางในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น ภาวะที่ประเทศเผชิญภัยพิบัติธรรมชาติ กระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรง รัฐบาลจะต้องมีแนวทางสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อให้ประเทศฟื้นตัวอย่างยั่งยืนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินการนโยบายในเรื่องอื่นต่อๆไปของรัฐบาล ต้องรับฟังถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็เชื่อได้ว่า รัฐบาลนี้จะสามารถสร้างผลงานได้สำเร็จอีกหลายๆเรื่องและจะเป็นแบบอย่างของการปรองดองในชาติต่อไป
ด้าน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท-คุยการเมือง” หัวข้อ “แจกเงินหมื่น เหมือนไฟไหม้ฟาง” ระบุว่า มีสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาประโคมข่าวโครงการแจกเงินสด 10,000 บาทให้กับกลุ่มเปราะบางและคนพิการ เป็นพายุหมุนลูกแรก ซึ่งเป็นการโฆษณาเกินจริง ถ้าไปดูในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จะเห็นว่าเงิน 10,000 บาทที่รัฐบาลจัดให้ ผู้ได้รับจะกดไปใช้หมด และจะใช้จ่ายภายในรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้หนี้ โอนให้ลูกไปใช้จ่าย ไม่ได้จับจ่ายใช้สอย ตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ ในจำนวนผู้ได้รับเงินทั้งหมด มีไม่น้อยกว่า 50% จะนำเงินไปใช้หนี้ และอีก 30% นำไปใช้เงินที่ไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีเพียง 20% เท่านั้น ที่นำเงินไปใช้จ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
ฉะนั้นการที่รัฐบาลจะคาดหวังให้เกิดพายุหมุน 4 รอบนั้น เป็นเรื่องเป็นไปได้ยากมาก การแจกเงินสดโดยไม่มีการควบคุมการใช้จ่าย คนรับสามารถใช้ได้ไม่จำกัดสินค้า ไม่จำกัดขอบเขตและพื้นที่ จะมีการใช้จ่ายอย่างรวดเร็วและจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสั้นๆ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไฟไหม้ฟาง วูบเดียวก็หายไป ถ้าจะถามว่าการแจกเงินสดเป็นที่ถูกใจของชาวบ้านหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าประชาชนถูกใจพอใจ บางคนดีใจจนน้ำตาไหล เพราะในชีวิตไม่เคยเจอเงิน 10,000 บาทมาก่อนเลย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาพความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของสังคมไทย ที่มีช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย ที่ห่างกันมาก คนที่มีฐานะร่ำรวยมีเพียงหยิบมือเดียว แต่คนยากจนมีมากกว่าครึ่งประเทศ ถ้ารัฐบาลไม่ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และยังเยียวยาแก่กันเป็นประชานิยมแบบนี้ ก็ไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้เลย การแจกเงินสด 10,000 บาท ที่รัฐบาลหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไฟไหม้ฟางเช่นนี้ จะได้ไม่คุ้มเสียอย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี