546.jpg
'อดีตสว.สมชาย'ส่งจม.เปิดผนึกถึง'นายกฯ' จี้คืน'สนามกอล์ฟอัลไพน์'ให้สงฆ์

'อดีตสว.สมชาย'ส่งจม.เปิดผนึกถึง'นายกฯ' จี้คืน'สนามกอล์ฟอัลไพน์'ให้สงฆ์

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.40 น.

'สมชาย'อดีตสว.ส่งจดหมายเปิดผนึกฉบับ3 ถึง'นายกฯ'สั่งการ รมต.ที่กำชับ คืนสนามกอล์ฟอัลไพน์กลับเป็นที่ธรณีสงฆ์ ชี้ตามรธน.ต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2567 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์เนื้อหาจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ฉบับที่3) เพื่อให้พิจารณาสั่งการให้รัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลตรวจสอบการกระทําผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ดำเนินการเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ กลับเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร เพื่อเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยมีเนื้อหาดังนี้


"จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่3)
เรื่อง เพื่อพิจารณาสั่งการให้รัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลตรวจสอบการกระทําผิดกฎหมายพรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ดำเนินการเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ กลับเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร เพื่อเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

สิ่งที่แนบมาด้วย 1) เอกสารข่าว จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่1)และ(ฉบับที่2) เรื่อง พิจารณาแก้ปัญหาที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์และหมู่บ้านจัดสรรเพื่อโอนคืนวัดธรรมิการามและเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามกฎหมาย 2) สรุปคำพิพากษาคดี อัลไพน์ 3)บันทึกความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมใหญ่) 4)บันทึกtimeline ของคดีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์

ตามที่ได้เคยนำเรียนข้อเสนอประกอบ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ ในการสั่งการแก้ไขให้โอนคืนที่ดิน924ไร่ ตามพินัยกรรม นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา เพื่อโอนคืนเป็นของวัดธรรมิการามและให้ตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามกฎหมาย ในจดหมายเปิดผนึก (ฉบับที่1)และ(ฉบับที่2)แล้วนั้น
บัดนี้ระยะเวลาได้ล่วงเลยมานานานพอสมควรแล้วและยังไม่รับทราบความคืบหน้าในการพิจารณาสั่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

จึงขอเรียนเสนอมายังนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อโปรดพิจารณาสั่งการให้รัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลสํานักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตรวจสอบการกระทําผิดกฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ. ศ. ๒๕๐๕ ดำเนินการเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ และที่ดินจัดสรรหมู่บ้านราชธานี เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวกลับไปเป็นของวัดธรรมิการามวรวิหารเป็นที่ธรณีสงฆ์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามกฎหมาย

โดยมีข้อกฎหมายประกอบข้อเท็จจริง เสนอเพื่อพิจารณาสั่งการดังนี้

1)ความเห็นของที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้วินิจฉัยว่า ที่ดินที่ นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ทำพินัยกรรมยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้วัดธรรมิการามวรวิหารเป็นที่ธรณีสงฆ์ ณ ที่ว่าการอำเภอดุสิต จังหวัดพระนครว่า “ต้องการยกกรรมสิทธิ์ที่ดินสองแปลงที่ตั้งอยู่ที่อําเภอ คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่รวมกัน ๙๒๔ไร่ให้แก่วัดธรรมิการามวรวิหาร” ซึ่งนับตั้งแต่เมื่อนางเนื่อมฯเจ้ามรดกถึงแก่กรรม ในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๑๔ วัดฯ ได้เก็บผลประโยชน์จากที่ดินโดยเก็บค่าเช่าทํานามาโดยตลอด ไม่ปรากฏว่าวัดฯได้ทําหนังสือแสดงเจตนาสละมรดกที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด ”ดังนั้นที่ดินตามพินัยกรรมนางเนื่อม จึงตกเป็นกรรมสิทธิของวัดแล้วตั้งแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม ตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และผลทางกฎหมายคือ *ที่ดินมรดก924ไร่ ของนางเนื่อมฯตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดฯตามกฎหมายแล้ว ตั้งแต่นางเนื่องถึงแก่กรรม ที่ดังกล่าวจึงเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามกฎหมาย มาตรา ๓๓( ๒)แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

2)การจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้เอกชนคือ การขายให้กับบริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด และรายการจดทะเบียนที่สืบต่อกันมา จึงเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น รวมตลอดถึงการดําเนินการที่ได้กระทําต่อมาในภายหลังด้วย

3)การโอนที่ดินที่เป็นโมฆะ จึงตกเป็นอันเสียเปล่าทั้งหมดตามไปด้วย รายละเอียดตามหนังสือสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร ๙๐๕๑๑๔๒ ลงวันที่๒๗ธันวาคม๒๕๕๓ และคำพิพากษาในศาลอาญาทุจริตและศาลอุทธรณ์ซึ่งคดีถึงที่สุด ให้จำคุกนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย 2ปี และคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ยืนตามความเห็นทางกฎหมายของที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ต้องยึดมติครมพศ2482 เป็นหลัก จึงชัดเจนในคำพิพากษาว่าคำสั่งของนายยงยุทธ รักษาปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินขณะนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะไม่มีผลบังคับตั้งแต่เริ่มแรก ผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ที่ต้องดําเนินการประกาศความเป็นโมฆะกรรม และต้องเพิกถอนหลักฐานทางทะเบียน

4) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะรัฐมนตรี ทำหน้าที่หัวหน้ารัฐบาล ต้องทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ตามหลักความรับผิดร่วมกัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่และใช้อํานาจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีความรอบคอบและระมัดระวังในการดําเนินกิจการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม และต้องยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ดังนั้น จึงเรียนเสนอมาเพื่อโปรดพิจารณาสั่งการให้รัฐมนตรีที่กํากับดูแล กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลสํานักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ เร่งรัดแก้ไขกรณีปัญหาที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหารโดยเร็ว ในการดำเนินการให้ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์และที่ดินจัดสรรหมู่บ้านราชธานี กลับไปเป็นของวัดธรรมิการามวรวิหารเป็นที่ธรณีสงฆ์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามกฎหมาย ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคำพิพากษาซึ่งที่ถึงที่สุดแล้วโดยเร็วต่อไป"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top