ยกระดับ!‘รวมพลังแผ่นดิน’นัดชุมนุมใหญ่กลางเดือนส.ค. ฉะ‘พท.’เกลียดแต่นอนกอดเผด็จการ

ยกระดับ!‘รวมพลังแผ่นดิน’นัดชุมนุมใหญ่กลางเดือนส.ค. ฉะ‘พท.’เกลียดแต่นอนกอดเผด็จการ

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.53 น.

‘รวมพลังแผ่นดิน’นัดชุมนุมใหญ่อีกรอบกลางเดือนสิงหาคม ปล่อย‘คปท.’ตรึงกำลังหน้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมเดินสายต่างจังหวัด ‘จตุพร’ย้ำไม่เอารัฐประหาร อัด‘เพื่อไทย’นักผลประโยชน์ อ้างประชาธิปไตย ซัด‘ฝ่ายค้าน’ไม่ทำหน้าที่ เปิดตัวเลขยอดบริจาค 30 ล้านบาท เตรียมซื้อโดรน-สาธารณูปโภค มอบ‘กองทัพภาคที่ 2’

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย อาทิ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ , นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายพิชิต ไชยมงคล , นายแก้วสรร อติโพธิ , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ร่วมแถลงท่าทีการเคลื่อนไหว


นายปานเทพ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนที่ถูกครหา และด้อยค่าก่อนหน้านี้ว่าการชุมนุมของเรามีนายทุนหนุนหลัง ขอแจ้งให้ทราบว่าตั้งแต่เราเปิดรับบริจาคจนถึงเมื่อวาน(30 มิ.ย.) มียอดรวมบริจาคทั้งหมด 30,771,060  บาท โดยมีผู้บริจาครวมทั้งสิ้น 56,200 คน ซึ่งเราคิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันแถลงข่าว การเดินรณรงค์จนถึงวันเวทีใหญ่ถ่ายทอดสด การ์ดรักษาความปลอดภัย อาหาร การเช่าเต้นท์ ทั้งหมดเราใช้ค่าใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 2,072,535 บาท ทำให้เหลือค่าใช้จ่ายสำหรับมอบให้ส่วนต่างๆของความมั่นคงประเทศ 28,698,525 บาท โดยจำนวนนี้อยู่ในวัตถุประสงค์ของผู้โอนว่าจะมอบให้กองทัพภาคที่ 1 ทั้งสิ้น 1,100,000 บาท  แต่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งที่จะต้องหักเงินทั้งหมดให้กองทัพภาคที่ 2 ทั้งสิ้น 27,598,535 บาท ในจำนวนนี้ ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ประสงค์จะไม่รับเงินสด ตนจึงได้ประสานว่าต้องการสิ่งใดขอให้บอก

“ตนจึงแจ้งจะจัดซื้อจัดหาอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนลาดตระเวนป่าไม้ในเวลากลางคืน และสาธารณูปโภคเพื่อความปลอดภัยของทหาร เช่น ห้องน้ำสำเร็จรูป ถังน้ำ ตู้คอนเทนเนอร์ แผ่นพื้นคอนกรีต รถตัดหน้าขุดหลังล้อยาง รถไถนา เครื่องปั่นไฟ โซลาเซลล์  เพื่อความมั่นคงของทหารให้ปลอดภัยที่สุด โดยรวมยอดเงินที่จะใช้ในส่วนดังกล่าวประมาณ 25 ล้านบาท และเหลือเงินอีกประมาณ  2 ล้านบาท และจะประสานเพิ่มเติมเพื่อใช้เงินให้หมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับกองทัพ โดยจะนำไปมอบให้ที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์” นายปานเทพ กล่าว 

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า มติของคณะรวมพลังแผ่นดินฯประกาศชัดเจนว่าไม่เอาการรัฐประหาร และไม่เอา น.ส.แพทองธารเช่นเดียวกัน ตนขอบอกไปยังพรรคเพื่อไทยว่าถ้าคุณรังเกียจการรัฐประหารตามที่ประกาศ คุณไปรับเสียง สว.152 เสียง มาโหวตให้นายเศรษฐา ทวีสินมาเป็นนายกฯทำไม คุณไปเอาพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้วด่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรื่องบอยคอตการเลือกตั้ง แต่ก็ยังเอาไว้ในพรรคร่วมรัฐบาล

“เกลียดเผด็จการก็นอนกอดอยู่กับเผด็จการ เกลียดรัฐประหารก็เอาสิ่งที่คณะรัฐประหารเขาส่งมา เพราะฉะนั้นอย่ามาอวดอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยคุณก็แค่นักผลประโยชน์ แต่ปากอ้างประชาธิปไตย ใจคุณหนักกว่าเผด็จการหลายเท่านัก” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ส่วนพรรคประชาชนนั้นตนไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่การปรับครม.จึงมีตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจถึง 2 คน และการที่ออกแถลงการณ์ให้ประชาชนออกจากการชุมนุม ตนอยากบอกว่าพวกเราแสดงตนรับผิดชอบไม่มีหน้าที่ยุให้คนอื่นไปชุมนุมแล้วตัวเองไม่รับผิดชอบ การจะรัฐประหารนั้นไม่มีใครสามารถกวักมือให้ทหารมา ไม่มีใครทำได้ แต่การรัฐประหารมันเกิดจากเหตุผลเดิมๆที่รัฐบาลทุจริตฉ้อฉล การแทรกแซงองค์กรอิสระ การสร้างความแตกแยก การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือแม้กระทั้งเรื่องการขายชาติ ไม่มีใครเรียกร้องการรัฐประหารได้ และข้อเท็จจริงบนเวทีก็ไม่มีใครเรียกร้อง และถามว่าพรรคฝ่ายค้านจะทำอย่างไรในการหยุดยั้งรัฐประหาร คือ ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะมี 3 กรณีที่เข้าข่ายหน้าสงสัย คือเมื่อคุณอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นหลบเลี่ยงภาษีตั๋ว P/N การรุกที่ดินเขาใหญ่ การโกงที่วัดสร้างสนามกลอ์ฟอัลไพน์ และบอกว่าจะโรยเกลือ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าไม่มีเกลือ เหลือแต่สารส้มทุบ เพราะถ้าไปยื่นยังศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องจริยธรรมของนายกฯ น.ส.แพทองธารจะไปก่อนที่จะมีโอกาสคุยโทรศัพท์กับสมเด็จ ฮุน เซน แต่คุณไม่ทำ นอกจากนี้ เมื่อพรรคภูมิใจไทยเสนอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 150 ในประเด็นเรื่องความมั่นคงจากกรณีคลิปหลุด และพฤติกรรมต่างๆ แต่พรรคประชาชนยังไม่เห็นชอบด้วยจนบัดนี้ ถามจริงๆคุณเป็นฝ่ายไหนกันแน่ ตนบอกเรื่องนี้ให้คุณไปทบทวน อย่ามาใส่ความประชาชนว่าเขาเรียกร้องรัฐประหาร

“ถ้าคุณได้ทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน ปิดประตูการทำรัฐประหารโดยสิ้นเชิง แต่เพราะพรรคประชาชนไม่ทำหน้าที่ ไม่โรยเกลือตามที่ประกาศ แต่ไปโรยสารส้มแทน” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) เขาอยู่ประจำเป็นแนวหน้าให้พวกเรา ฉะนั้นในระหว่างนี้ประชาชนสามารถไปร่วมได้ทุกวันที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ และต่อจากนี้เราอาจจะมีเวทีอีกในต่างจังหวัดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ที่จะอาจเลือกจังหวัดที่มีความพร้อมที่สามารถรวบรวมประชาชน จะ 3,500 5,000  หรือ 10,000 คน เราก็จัดทัพใหญ่ไป ในระหว่างนี้ในกรุงเทพฯก็จะมีการปรึกษาและนัดหมายกันเป็นระยะ และคาดหมายกันว่าเวทีใหญ่กันแบบสุดๆกันอีกรอบเอาไว้ประมาณกลางเดือนสิงหาคม

เมื่อถามว่า การนัดชุมนุมใหญ่กลางเดือนสิงหาคมนั้น คือประเด็นอะไร จะขับไล่รัฐบาลหรือไม่ นายจตุพร ตอบว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น แต่เราพูดชัดเจนถึงข้อเรียกร้องเดิมที่ได้รับกาปฏิเสธที่ให้น.ส.แพทองธารลาออก แม้บัดนี้จะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วก็ตาม ในส่วนการปกป้องอธิปไตยเราได้ทำอย่างสมบูรณ์ในการให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2  แล้วค่อยนัดหมายกันใหม่ ถ้าเป็นในส่วนของรัฐบาลการยกระดับขับไล่นายกฯและรัฐบาล มันก็มีช่องทางอยู่เท่านี้ แต่ในระหว่างทางนี้มันก็มีสถานการณ์เป็นจุดที่กำหนดว่าในสถานการณ์นั้นเราจะขับเคลื่อนอย่างไร  ทั้งหมดจะไม่ไกลเกินกว่าสถานการณ์ และยืนยันอีกครั้งว่าไม่เอารัฐประหารเด็ดขาด 

เมื่อถามว่า ประเมินว่าการชุมนุมในกลางเดือนสิงหาคมนั้นจะได้รับการตอบรับจากมวลชนมากน้อยแค่ไหน นายจตุพร ตอบว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความชอบธรรมของการชุมนุม เหตุผลในการชุมนุม จะเป็นตัวกำหนดในจำนวน และบัดนี้คนที่มีความรักชาติบ้านเมือง รักสิ่งที่ถูกต้องเขาแสดงพลังให้เห็น และก็เห็นว่าการชุมนุมนั้นเราปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา ฉะนั้นนี้คือการยกระดับของการจัดการชุมนุมไปอีกระดับหนึ่ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top