‘มติสภาฯ’ 253 เสียงโหวตถอนร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

‘มติสภาฯ’ 253 เสียงโหวตถอนร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

วันพุธ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.56 น.

‘สภาฯ’เสียงข้างมากโหวตถอน‘ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ด้าน‘ไชยชนก’ยันภูมิใจไทย‘ต้านกาสิโน’เพราะทำเพื่อ‘ชาติ-ศาสนา’ ถาม‘รัฐบาล’ทำไมไม่ฟังเสียงค้าน ขณะที่‘ผู้นำฝ่ายค้านฯ’ตอกย้ำ ‘เสียงโหวตรัฐบาล’ไม่พอผ่านร่างกฎหมาย

เมื่อเวลา 12.18 น.วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ซึ่งได้เปิดให้ สส. อภิปรายญัตติของนายภราดร ปริศนานันทกุลสส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่ไม่เห็นด้วยต่อการที่รัฐบาลขอถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ... (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)  ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ และญัตติของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ที่เสนอญัตติไม่เห็นด้วยกับการใช้ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 88 กรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านญัตติใดให้ถือว่าเป็นมติของที่ประชุม  นานเกือบ 1 ชั่วโมงโดยมีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกันคือ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาเสียงสนับสนุนที่ไม่เพียงพอต่อการผลักดันให้ผ่านวาระพิจารณาของสภาฯ ไปได้


นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเสนอให้ปิดอภิปราย แต่สส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชนต่างคัดค้าน ทำให้ต้องมีการลงมติ ซึ่งผลการลงมติพบว่า สส.รัฐบาล ได้รวบรวมเสียงข้างมากมาลงมติได้ครบองค์ประชุม และได้รับเสียงโหวต จำนวน 251 เสียง ทำให้ต้องปิดการอภิปราย

จากนั้นนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายปิดญัตติว่า ตนขอชี้แจงกรณีที่ถูกพาดพิงต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยข้อมูลลับ ทั้งที่ไม่ใช่ เพราะเป็นรายงานที่มีการบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนกรณีที่ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยน เพราะตำแหน่งเปลี่ยน ความเห็นจึงเปลี่ยน ตนยอมรับว่าจริงแต่เปลี่ยนมาตั้งแต่เป็นรัฐบาล เหตุผลคือพรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นั้น มีประชาชนเจตจำนงชัดเจนมีตัวแทนทุกศาสนา ส่งจดหมายถึงนายกฯ ว่าไม่เห็นด้วย ดังนั้นต้องเปลี่ยน

“เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีเสียงค้านจากประชาชน และองค์กรศาสนาอย่างชัดเจน ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยทำเพื่อชาติ ศาสนา จึงต้องเปลี่ยนความคิด แต่ทำไมพวกท่านไม่คิดเปลี่ยน ไม่ฟังเสียง ชาติ ศาสนาบ้างหรือ หากเรื่องนี้ยังอยู่ในสภาฯ​ ประชาชนจะตัดสินใจลงถนนอย่างแน่นอน” นายไชยชนก กล่าว

ขณะที่นายณัฐพงษ์ อภิปรายปิดญัตติ ตอนหนึ่งว่า พรรคฝ่ายค้าน ต้องการรับฟังเหตุผลที่จริงใจต่อการถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ใช่ถอนร่างออกไปเพื่อรอเสียบในวันข้างหน้าเมื่อรัฐบาลรวมเสียงได้ ทั้งนี้คะแนนโหวตขอให้ปิดอภิปราย มี 251 เสียงจากพรรครัฐบาล และขอให้หักเสียงร่วมรัฐบาลออกไปที่ไม่เห็นด้วยและไม่อาจโหวตรับรองหรือไม่เห็นด้วยต่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ทุกคนได้ข้อสรุปตรงกันแน่นอนว่า รัฐบาลต้องการถอนร่างออกไป เพราะหากเข้าวาระแรกถูกโหวตคว่ำแน่นอน ดังนั้นเป็นความไม่จริงใจของรัฐบาล ทำให้และเราไม่สามารถร่วมสังฆกรรมกับการถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกไป

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติผลปรากฏว่าเสียงข้างมาก 253 เสียง เห็นชอบให้ถอนร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ต่อเสียงไม่เห็นด้วย 65 เสียง

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top