529.jpg
ทบ.ยันพื้นที่‘บ้านหนองจาน’ของไทย  ฉะเขมรเล่นไม่ซื่อ!  ใช้ปชช.ออกหน้ารุกแดน

ทบ.ยันพื้นที่‘บ้านหนองจาน’ของไทย ฉะเขมรเล่นไม่ซื่อ! ใช้ปชช.ออกหน้ารุกแดน

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทบ.ยันพื้นที่‘บ้านหนองจาน’ของไทย

ฉะเขมรเล่นไม่ซื่อ!

ใช้ปชช.ออกหน้ารุกแดน

‘บิ๊กเล็ก’ลั่น‘ถ้าผมยังอยู่’

ไม่มีวันรื้อรั้วลวดหนาม

กู้ระเบิด3จว.แล้ว800จุด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดปกติ กองทัพไทยยัง วางกำลังตามแนวที่มั่น 11 พื้นที่-วางรั้วลวดหนามต่อเนื่อง ทภ.2 ไม่ขัดข้อง “เขมร” แจ้งเลื่อนประชุมอาร์บีซี เป็นวันที่ 27 สิงหาคมที่ช่องสะงำ ด้านผบ.ทสส.ยันภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดระดมกำลังจากหลายหน่วยงานลงพื้นที่ 3 จว.ชายแดน ค้นหาแล้วกว่า 800 จุด เดินหน้าจนกว่าพื้นที่จะปลอดภัย ขณะที่โฆษก ทบ. ซัดเขมร ใช้มวลชนรุกอธิปไตยไทย ยัน “บ้านหนองจาน”คือ พื้นที่ลี้ภัยสู้รบเขมรแดง ไม่ย้ายออก-ขยายชุมชน แม้ฝ่ายไทยประท้วงแต่เขมรยังนิ่ง “บิ๊กเล็ก” ประกาศชัด!ไม่รื้อรั้วลวดหนาม‘บ้านหนองจาน’เพื่อสันติภาพ หลังคนเขมรประท้วง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัดประจำวันว่า เหตุการณ์ปกติ กองทัพไทยยังวางกำลังตามแนวที่มั่นทั้ง 11 พื้นที่ และวางรั้วลวดหนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามา


ส่งทีมM-MCATTดูแลสภาพจิตใจทหาร

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของทหารและกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดน ล่าสุด กองทัพบก ส่งทหารเหล่าแพทย์ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ M-MCATT (Military Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) และให้โรงพยาบาลทหารในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพร่างกายและประเมินสภาพจิตใจของกำลังพลตามฐานปฏิบัติการต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ซึ่งการใส่ใจดูแลทั้งสุขภาพกายและใจของกำลังพล เป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ขัดข้องเขมรขอเลื่อนถกRBCเป็น27สค.

ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก. ) แจ้งความคืบหน้า การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค RBCไทย-กัมพูชาในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 ว่า กองเลขาฯ ฝ่ายกัมพูชาประสานขอเลื่อนการประชุม RBC สมัยวิสามัญ จากเดิม วันที่ 21 สิงหาคม เป็นวันที่ 27 สิงหาคมเพื่อมีเวลาเตรียมการประชุมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นำเรียน พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.แล้ว ไม่ขัดข้องสำหรับการเลื่อนห้วงการประชุม RBC ตามที่ฝ่าย กัมพูชา เสนอ ดังนั้น กองทัพภาคที่2 จึงขอเลื่อนการประชุมประสานการปฏิบัติ และการประชุม RBC สมัยวิสามัญ ดังนี้ วันที่ 25-26 สิงหาคม เป็นการประชุมกองเลขาฯ วันที่ 27 สิงหาคม เป็นการประชุม RBC สมัยวิสามัญ ส่วนสถานที่ประชุมนั้น บริเวณกึ่งกลางจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ

สำหรับกำหนดการประชุมอาร์บีซีกองทัพภาคที่1 จัดขึ้นในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่1 จะเดินทางร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา หรือ RBC ที่สโมสรมณฑลทหารบก ที่ 19 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว โดยฝั่งกัมพูชา ส่งผู้บัญชาการทหารภูมิภาคทหารที่5 กัมพูชา พร้อมคณะเข้าร่วมประชุม โดยจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนร่วมเก็บภาพบรรยากาศการหารืออย่างเปิดเผยในช่วงต้น ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือร่วมกัน และลงนามข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมแจกเอกสารข่าวอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ วันที่ 21 สิงหาคม ฝ่ายเลขานุการฯ RBC ไทย – กัมพูชา จะร่วมหารือกันก่อน ฝ่ายไทยนำโดยเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา นำโดยรองผู้บัญชาการทหารภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา ซึ่งจะลงรายละเอียดในข้อตกลง และวันที่ 27 สิงหาคม เป็นการประชุมอาร์บีซี ในส่วนกองทัพภาคที่2 ที่ประชุมบริเวณ กึ่งกลางจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอ ภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

ชงปมร้อนกู้ทุ่นระเบิด-บินโดรนถกRBC

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เมื่อหารือหัวข้อการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)ไทย-กัมพูชา ซึ่งไม่มีอะไรเพียงแต่นำข้อสรุปของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( GBC) ไทย-กัมพูชา มาทบทวน และลงรายละเอียดเล็กน้อย สำหรับหัวข้อประชุมอาร์บีซี นอกจากเรื่องเก็บกู้เรื่องทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแล้ว ยังหารือไม่ให้เพิ่มกำลังหรือรุกล้ำในจุดที่วางกำลังอยู่ เช่น การบินโดนประชิดแนวเนื่องจากล่อแหลมต่อการปะทะกัน ซึ่งหัวข้อหารือจะนำไปปฎิบัติเป็นรูปธรรมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับระดับผู้นำของเขมรด้วย ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ถ้าเป็นเรื่อง 50 : 50 เขามักจะขออนุญาตหารือกับผู้นำเขาก่อน ซึ่งเป็นธรรมดาปกติของเขมรที่ยึดแนวนี้อยู่แล้ว ส่วนมีการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 เรื่องพื้นที่จังหวัดชายแดนสระแก้วนั้น มีแนวทางเดียวกันกับกองกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด

กู้ระเบิดไปแล้วกว่า800จุด-ใช้15ทีมลุย3จว.

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เปิดเผยความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิด โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเพียงชุด TMAC (ศูนย์ปฏฺิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ) เท่านั้นที่เข้าปฏิบัติงาน แต่ยังมีหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงผู้นำท้องถิ่นอย่างกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ช่วยค้นหาและเก็บกู้ด้วย ปัจจุบันมีกำลังพลปฏิบัติงานรวม 15 ชุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดหลักคือ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ โดยสามารถตรวจสอบไปแล้วกว่า 800 จุด และจะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าพื้นที่จะปลอดภัยทั้งหมด ซึ่งเครื่อง TMAC ยังคงถูกบรรจุอยู่ในราชการทหารสนาม แต่ได้เสริมกำลังจากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนแนวหน้า เพื่อให้การเก็บกู้วัตถุระเบิดเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

ภูมิธรรมถกสมช.เคลียร์ปมเขมรล้ำแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานประชุมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาบริเวณบ้านหนองจาน หลังทหารไทยนำรั้วลวดหนามไปติดตั้งทำให้กัมพูชา ระดมประชาชนมาต่อต้าน นอกจากนี้ ยังมีชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งชุมชนและยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้คนไทยมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนกองทัพภาคที่ 2 มีปัญหาปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งพบปัญหาวางทุ่นระเบิดของทหารกัมพูชาจำนวนมากในพื้นที่โดยรอบ

โยนจนท.คุยปมใช้คนเขมรสร้างบ้านเขตไทย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีมีคนเขมรมาสร้างหมู่บ้านในเขตประเทศไทย และอ้างเป็นพื้นที่ของเขมรว่า ขณะนี้ตามข้อตกลงคือ ให้หยุดยิง ใครอยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น ฉะนั้น ตอนนี้เรายังยืนอยู่จุดนี้ ซึ่งต้องคุยกันครั้งต่อไปอีกประมาณเดือนกันยายน ยืนยันที่เราวางลวดหนามไว้ เขมรเข้ามาไม่ได้

ส่วนขณะนี้เขมรพยายามใช้มวลชนเข้ามากดดันทหารไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องของประเทศเขาที่ต้องดำเนินการ รวมถึงที่เขามาสร้างหมู่บ้านด้วย รอให้เจ้าหน้าที่มาคุยกัน เรื่องของเขตแดนไม่สามารถคุยจบได้ในครั้งเดียว ฉะนั้น ยังอยู่ในประเด็นที่ต้องคุยกันต่อ เราก็ยืนยันอย่างที่เป็นของเรา อันไหนที่เขาบุกรุกมา เราก็ต้องยืนยันและต้องคุยกัน

สำหรับกรณีกองทัพภาคที่ 2 เลื่อนประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (อาร์บีซี) เหตุใดกัมพูชาขอเลื่อน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เป็นไร เราก็บันทึกไปเรื่อยๆว่าเขาให้ความร่วมมือหรือไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งการประชุมยังมีอีกหลายระดับ ทั้งคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) ที่ต้องไปคุยกัน ส่วนประเด็นจะยุบศบ.ทก.หรือไม่นั้น ต้องดูประเมินสถานการณ์ก่อนค่อยสรุป ถ้าคิดว่าเรียบร้อยก็ไม่ต้องมีศบ.ทก. ความจริงยังไม่มีอะไรเลย ต้องรอการประเมิน ถ้าเหมาะสมแล้วก็หยุด แต่ถ้าคิดว่ายังจำเป็นก็ต้องอยู่ ฉะนั้น ต้องรอประชุม สมช.ก่อน

บอกสบายๆถูกฟ้องปมปล่อยเขมรรุกไทย

นายภูมิธรรมยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมืองขอนแก่น แจ้งความตำรวจขอนแก่ เอาผิดนายภูมิธรรม ข้อหาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.119, 120, 124, 157 และมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีปล่อยให้กัมพูชารุกรานประเทศไทยว่า ไม่เป็นไร เขาก็เคยเป็นนักการเมือง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่าไปตามกฎหมาย ถ้าคิดว่าไปแจ้งความแล้วตำรวจรับทำคดี ส่งขึ้นมาศาล ศาลเรียกตัวตนไป ตนก็สบายๆ ฟ้องตอนนี้ก็มีเรื่อง และคิดว่าตอนนี้สังคมไทยมันมีเรื่องที่ต้องไปทบทวนกฎหมายอีกหลายอย่างเหมือนกัน ไม่ใช่อยู่ๆ ใครนึกอยากจะทำอะไรก็ทำได้ ให้กระบวนการยุติธรรมว่าไปเลย ไม่มีปัญหาอะไร

ทบ.ยันบ้านหนองจานเป็นของไทย

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกแถลงถึงกรณีชาวกัมพูชาออกมาร้องเรียนเรื่องการวางรั้วลวดหนามของทหารไทยบริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว โดยกล่าวอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของเขมรว่า แท้จริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวเป็นอาณาเขตของประเทศไทย อยู่บริเวณ บ.หนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว รอยต่อแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างหลักเขตแดนที่ 46 และ 47 โดยบริเวณดังกล่าวมีประเด็นปัญหา 2 ส่วน ได้แก่

1. เป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ ที่ไทยและกัมพูชาไม่สามารถตกลงที่ตั้งหลักเขตแดนได้ เพราะเขมรอ้างว่าตำแหน่งหลักเขตที่ปรากฏปัจจุบัน มีการเคลื่อนย้ายเข้าไปในฝั่งประเทศของตน จึงต้องรออาศัยกลไกทวิภาคี อาทิ JBC มาแก้ไขปัญหาระยะยาว 2. พื้นที่ดังกล่าว ในอดีตเมื่อครั้งเกิดสงครามการสู้รบภายในกัมพูชา ปี 2520 รัฐบาลไทยขณะนั้นให้ราษฎรกัมพูชาอพยพลี้ภัยเข้ามาอยู่ในเขตประเทศไทยชั่วคราว เพื่อแสดงถึงความมีน้ำใจและเห็นแก่หลักมนุษยชน แต่เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ มีราษฎรกัมพูชาบางส่วนไม่ยอมกลับประเทศ ยังอาศัยในพื้นที่ของประเทศไทย

ซัดเล่ห์เขมรใช้ปชช.ออกหน้ารุกดินแดน

นอกจากนี้ ยังพบว่าฝ่ายเขมรละเมิดข้อตกลงในพื้นที่อ้างสิทธิ์ โดยการสนับสนุนให้ราษฎรมาสร้างถิ่นฐานอย่างถาวร ทั้งในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ และนอกบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ในฝั่งประเทศไทย กองทัพบก โดยกองกำลังบูรพา ได้ประท้วงร้องเรียนฝ่ายกัมพูชาในเวทีต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับหน่วยทหารในพื้นที่ และผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน แต่ฝ่ายกัมพูชากลับนิ่งเฉย ไม่ชี้แจงรายละเอียด หรือแก้ไขใดๆ จึงยืนยันได้ว่าฝ่ายไทยใช้การแก้ปัญหาโดยสันติวิธีมาตลอด

“ปัญหาปัจจุบัน เขมรมีเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ พยายามใช้ประชาชนออกหน้ารุกล้ำพื้นที่อธิปไตยไทยในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ อาจเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฝ่ายทหารโดยตรง ทำให้เข้าใจได้ว่า การกระทำดังกล่าวเหมือนมีการวางแผนมาเป็นระบบ และคอยเฝ้าดูว่า ถ้าไทยดำเนินการอะไรไป ก็จะนำเรื่องดังกล่าวไปบิดเบือนทำลายความน่าเชื่อถือประเทศไทย ขอความเห็นใจสังคมโลกอย่างที่เป็นภาพให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน จึงอยากให้ช่วยกันสื่อสารกับประชาคมโลก ให้เข้าใจในข้อเท็จจริงว่า การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของไทย รวมถึงการแสดงออกถึงความมีน้ำใจที่ดีต่อเพื่อนบ้านในอดีต ไม่ควรถูกฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน เพื่อให้เป็นผลกลับมาใช้ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายไทยอย่างไม่เป็นธรรม”โฆษก ทบ.กล่าว

“บิ๊กเล็ก”ลั่นไม่รื้อลวดหนามบ้านหนองจาน

เวลา 14.50 น. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา (RBC) ของกองกำลังชายแดนจันทบุรี ตราด ที่มีข่าวว่าไม่ได้อะไรเลย เพราะกัมพูชาไม่ตอบรับว่า ก็เป็นไปตามผลประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย – กัมพูชา ที่เขาไม่ตอบรับ ก็เหมือนเดิม ทั้งเรื่องทุ่นระเบิดและสแกรมเมอร์

ส่วนการประชุมอื่นๆที่เลื่อนออกไปนั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มีอะไร ตนวิเคราะห์เองว่ากัมพูชาเวลาเขาประชุมกัน ทีมที่มาคุยจะใช้ทีมเดียวกัน ฉะนั้นกองกำลังบริเวณชายแดนจันทบุรี ตราด เขาก็จะไปทางกองทัพภาคที่ 2 ต่อ ซึ่งไม่มีอะไร เป็นเรื่องตัวบุคคลที่เขาใช้คณะเดียวกันในการพูดคุย แต่ของเราใช้คนละทีม ซึ่งเราไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ซึ่งตอนนี้มีปัญหามวลชนเขมรมากดดันทหารไทย หลังเราล้อมรั้ว พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย- กัมพูชา (JBC) ซึ่งต้องมีการชี้เขตกันให้ชัด ถามต่อว่า แต่เหมือนที่จุดบ้านหนองจานเป็นเขตกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเมือง ขณะที่กองทัพภาคที่2 เป็นพื้นที่เขตป่า ยุทธวิธีต้องเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพราะเงื่อนไขเปลี่ยนไป พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ปัจจัยต่างกันเยอะแยะ

เมื่อถามว่า การประชุมวันนี้ที่โซเชียลแชร์กันว่าสุดท้ายแล้วมติที่ประชุมจะถอนเรื่องรั้วลวดหนามออกเพื่อให้เกิดสันติภาพจริงหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า “ไม่จริง รับรอง ถ้าผมนั่งอยู่ในที่ประชุมไม่มี”

IOT8ปท.ลงพื้นที่ทภ.2อุบลฯวันแรก

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team : IOT) 8 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวม 14 นาย นำโดย ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซีย ประจำกรุงเทพฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (กองกำลังสุรนารี) เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชา ตามบันทึกข้อตกลงจากผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย -กัมพูชา รวมทั้งการขัดขวางการปฏิบัติการในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ กำหนดการวันแรก คณะฯจะเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปยังบก.มณฑลทหารบกที่ 22 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปในช่วงเวลา 15.15 น.

ส่วนวันอังคารที่ 19 สิงหาคม คณะฯจะเดินทางลงพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน และเดินทางต่อไปยังผามออีแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อรับฟังบรรยายสรุป ในประเด็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงส่วนช่วงบ่ายจะเดินทางเพื่อไปยังฐานกฤษณา -ฐานปราบศึก ใกล้ภูมะเขือ พร้อมรับชมภารปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการหุ่นระเบิดด้านมนุษธธรมที่2

จากนั้นวันพุธที่ 20 สิงหาคม คณะฯมีกำหนดไปตรวจเยี่ยมเชลยศึก เดินทางไป รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษา จ. สุรินทร์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป พร้อมตรวจพื้นที่ผลกระทบจาก จรวดหลายลำกล้อง BM-21) และเดินทางต่อไปยังช่องจุ๊ปตะโมก ตรวจพื้นที่จุดที่กำลังพล ร้อย.ทพ.2601 เหยียบกับระเบิด

“มาดามรถถัง»ส่งช่างพร้อมอะไหล่ประจำชายแดน

นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือ «มาดามรถถัง» ผู้บริหารบริษัทชัยเสรี ระบุถึงเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วพี่น้องคนไทยก็ต้องร่วมมือกัน สามัคคีกัน ช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วย เพื่อการป้องกันประเทศ ทั้งนี้ «ชัยเสรี» เป็นบริษัทสัญชาติไทย ในฐานะคนไทย มีหน้าที่รักษาเอกราช และความมั่นคงของชาติ ซึ่งขีดความสามารถของชัยเสรีคือ การคิดค้นยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันประเทศ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือ การออกแบบข้อต่อสายพานซ่อมรถให้กองทัพ และออกแบบรถเฟิสต์วิน 4x4 และ รถสะเทินน้ำสะเทินบก 8x8 ให้กองทัพโดยขณะนี้ปฏิบัติงานอยู่ที่ชายแดน พร้อมกันนี้ บริษัทยังทำรถเกราะกันกระสุน-กันระเบิดไปช่วยชายแดน และในฐานะที่เป็นโรงงานซ่อมสร้างยานยนต์ทหาร ก็ได้ส่งคณะช่าง อะไหล่ ไปอยู่ประจำที่ชายแดน เพื่อรอซ่อมรถต่างๆให้กองทัพ ในภารกิจปกป้องประเทศ เช่น รถฮัมวี่ และ รถสายพานลำเลียงพล M113 พร้อมกันนี้ ยังรวบรวมจิตอาสาคิดค้นโดรนสนับสนุนการปฏิบัติงานที่ชายแดน ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นสิ่งที่ภาคเอกชน ร่วมมือกัน

เปิดเรียนวันแรกรร.พื้นที่พนมดงรักบางตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่โรงเรียนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ทำการเปิดเรียนตามปกติ หลังจากเลื่อนการเปิดเรียนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน เกรงจะมีการสู้รบกันเกิดขึ้นอีก โดยการปิดการเรียนการสอนมีขึ้นตั้งแต่เกิดการสู้รบกันตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.68 เป็นต้นมา โดยบรรยากาศการเปิดเรียนวันแรก โรงเรียนพนมดิน พื้นที่อำเภอพนมดงรัก ส่วนใหญ่นักเรียนยังมาเรียนน้อย เนื่องจากผู้ปกครองยังมีความกังวลใจ กับสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนอยู่ บางโรงเรียนนักเรียนมาไม่ถึง 50%

ด้านนายสมจิตร ประพานศรี อายุ 36 ปี ชาวบ้านพนมดิน ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ บอกว่า สถานการณ์ตอนนี้ 50/50 ตนไม่ไว้ใจกัมพูชา ยังมีความกังวลอยู่บ้าง รอดูสถานการณ์ หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง ตนเองได้มีการเตรียมพร้อมเก็บเสื้อผ้าพร้อมอพยพทันที ส่วนโรงเรียนพนมดงรักพิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอพนมดงรัก ออกประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของโรงเรียน ให้นักเรียนเรียนทางออนไลน์ไปจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม จึงจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง

 สมช.ย้ำเฝ้าระวังสถานการณ์ไทย-เขมร

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯแถลงหลังประชุม สมช.ว่า ที่ประชุมประเมินสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังต้องเฝ้าระวัง มีเรื่องกระทบกระทั่งกันอยู่ กองทัพและกระทรวงกลาโหมยังติดตามใกล้ชิด ขณะที่การเจรจาเขตแดนทั้งหลายยังไม่จบง่ายๆ ต้องรอการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) วันที่ 27 สิงหาคม และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) วันที่ 8-10 กันยายน ที่ประเทศกัมพูชา เราติดตามโดยให้ทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนให้มากขึ้น ซึ่งต้องเป็นเอกภาพสื่อสารประสานงานอย่างเต็มที่ ขณะนี้มีการสร้างความสับสนแก่ประชาชน มีกระบวนการไอโอ อยากฝากให้พวกเราอย่าตกเป็นเหยื่อ รัฐบาลจะดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุดเอาประเทศชาติ อธิปไตย ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนเป็นที่ตั้ง

สั่งตร.-อัยการฟ้องผู้นำเขมรต่อศาลไทย

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า เรื่องที่สอง เราพูดกันเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีกัมพูชาใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทย ซึ่งกระทบชีวิต ทรัพย์สินประชาชนคนไทย และเราเตรียมดำเนินการฟ้องร้องกัมพูชา รวมทั้งผู้นำกัมพูชาที่เป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณากัน และขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รับเรื่องนี้แล้ว  และตร.มอบหมายกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ให้เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และหน่วยราชการต่างๆ  และคดีบุคคลต่างๆในการดำเนินการ้องเรียนให้ทำเรื่องตรงจุดนั้น จากนั้นให้ส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อรับหน้าที่ฟ้องร้อง

 “ทั้งหมดจะเป็นฟ้องในประเทศคือ การกระทบต่อความมั่นคง และทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ก่อเหตุอยู่ภายนอกประเทศ จุดสำคัญคือ เราจะฟ้องเฉพาะในประเทศเท่านั้น จะไม่ไปฟ้องที่กฎหมายระหว่างประเทศ เพราะเราทำในหน้าที่กรอบตรงนี้ และไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้าเราไม่ทำอาจโดนข้อหา มาตรา 157 ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้น  เราจะดำเนินเรื่องนี้ โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดทำหน้าที่ทนายแผ่นดินรับเรื่องฟ้องร้อง  โดยมี ตร.และกองบัญชาการตำรวจภูธร เป็นตัวกลางสอบสวนรวบรวมเอกสารทั้งหมด”นายภูมิธรรมกล่าว      และว่า จากนี้ต้องเฝ้าระวังให้เต็มที่มากขึ้น ซึ่งเรายังดำเนินการไปตามแผนงานเรื่องนี้ต่อจนกว่าการเจรจาและการพูดคุยจะคลี่คลายไปในทิศทางไหนก็จะปรับปรุงจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ

ฟ้องทั้งแพ่ง-อาญา/เจอตัวในปท.จับทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่า การฟ้องภายในประเทศ เราจะเอาผู้ต้องหาเข้ามาอย่างไร นายภูมิธรรมตอบว่า เป็นการฟ้องที่สามารถดำเนินการได้ เป็นคดีที่เป็นการฝากขัง ถ้าเข้ามาในประเทศเจอเมื่อไหร่ก็จับ

ถามย้ำว่าจะฟ้องทั้งฮุน เซน และนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ให้อัยการสูงสุดไปดู และรวบรวมคดีดำเนินการตามข้อเท็จจริงตามกฎหมาย   เมื่อซักต่อว่า จะฟ้องข้อหาเจตนาฆ่าเลยหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า "ผมไม่ใช่ทนาย เป็นคดีทั้งอาญาและแพ่ง"

ฟ้องศาลโลกไม่ได้เพราะไม่ยอมรับอำนาจ

เมื่อถามอีกว่า ทำไมเราไม่ดำเนินการฟ้อง โดยใช้กฎหมายระหว่างประเทศ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อชีวิตทรัพย์สินในประเทศ รวมทั้งสถานที่ราชการต่างๆ แต่ว่าผู้ก่อเหตุอยู่นอกประเทศ วันนี้เราก็ดำเนินการภายในประเทศตามอำนาจหน้าที่ที่ทำได้เลย ส่วนต่างประเทศนั้นเราไม่ได้รับขอบเขตอำนาจของศาลโลก ฉะนั้น ตรงนี้ก็ยังไม่ไปถึงตรงนั้น

 ถามต่อว่า เราจะสามารถสืบหาเส้นทางการเงินของเครือข่ายนักการเมืองกัมพูชาในไทย หรือเส้นทางการเงินของฮุนเซนทำได้เลยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณาให้เหมาะสม ถ้าจะทำก็ยังพูดไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรมาพูด  ถามอีกว่า ถ้าจะทำเขาก็อาจรู้ตัวใช่หรือไม่ ถ้าเราพูด นายภูมิธรรมกล่าว่า ไม่ใช่ เรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ เป็นเรื่องการดำเนินการตามปกติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 เมื่อถามว่า จะยังมีศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) อยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดว่าจะยุบเลยซักคำ

 เมื่อถามถึงเรื่องเงินเยียวยาชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) จะเข้าครม.พรุ่งนี้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด อาจจะมี ไม่แน่ใจ ต้องไปดู

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top