‘พปชร.’ทุบเปรี้ยง‘เพื่อไทย’ขาดความชอบธรรม ดึงดันตั้ง‘รัฐบาลใหม่’ก็แก้ปัญหาไม่ได้

‘พปชร.’ทุบเปรี้ยง‘เพื่อไทย’ขาดความชอบธรรม ดึงดันตั้ง‘รัฐบาลใหม่’ก็แก้ปัญหาไม่ได้

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.26 น.

‘พปชร.’เห็นว่า‘พรรคเพื่อไทย’ขาดความชอบธรรม การยอมรับจากพี่น้องประชาชนในการบริหารประเทศต่อไป หากจัดตั้ง‘รัฐบาลใหม่’ก็จะแก้ปัญหาที่มีอยู่ไม่ได้

30 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดและ มีคำพิพากษาว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และให้พ้นตำแหน่งนายกฯ กรณีคดีคลิปเสียงฮุน เซน และทางพรรคเพื่อไทย พยายามรวมพรรคการเมืองต่างๆเพื่อจัดตั้งรัฐบาล กรณีดังกล่าวเห็นว่า พรรคเพื่อไทยขาดความชอบธรรม และการยอมรับจากพี่น้องประชาชนในการบริหารประเทศต่อไปแล้ว


พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ชัดว่า การกระทำของ น.ส.แพทองธารฯ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่คำนึงผลประโยชน์ประเทศชาติ ทำให้เกียรติภูมิของประเทศ และนายกฯเสียหาย ทำให้ประชาชนคนไทยเสียหาย ขาดความภูมิใจ ขาดความไว้วางใจนายกฯ ไม่พิทักษ์เกียรติภูมิ รักษาประโยชน์ชาติ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว อันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง หากพรรคเพื่อไทยยังคงขืนดึงดันพยายามจัดตั้งรัฐบาล โดยพยายามเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากประขาชน   และปัญหาที่คงเป็นปัญหาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งของตระกูลชินและตระกูลฮุน  อันนำไปสู่ปัญหาการสู้รบและความสูญเสียกำลังพลฝ่ายทหารและชีวิตประชาชนทั้งสองประเทศ ก็ยังคงคาราคาซังและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเด็ดขาด

“ความสูญเสียของพี่น้องทหารหาญ  ที่พวกเขายอมสละชีวิต ยอมขาขาดพิการ เพราะเพื่อต้องการรักษาประเทศชาติ  ไม่ใช่เพื่อรักษาประโยชน์ของครอบครัวคนหนึ่งคนใด นายกรัฐมนตรีคนต่อไปต้องไม่มาจากพรรคเพื่อไทย” หากนายชัยเกษม นิติสิริ ได้รับการเสนอชื่อ  ความไม่เชื่อมั่นในความสามารถในการบริหารงานที่มาจากรัฐบาลเพื่อไทย และการไม่ยอมรับของประชาชน เพราะยังถูกครอบงำจากตระกูลชินวัตรอยู่ดีที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยนำพาประเทศจมดิ่งสู่ความยากจน   ถูกจัดลำดับจาก Moody ที่ปรับระดับประเทศไทยลงต่ำสุด อีกทั้ง IMF และ World Bank ก็เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ต่ำกว่ากัมพูชา และ สปป.ลาว” โฆษก พปชร. กล่าว

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวต่อต้านของคนเกือบทั้งประเทศ รวมถึงกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ที่ยื่นข้อเรียกร้องในการเคลื่อนไหว 5 ข้อ ได้แก่

1. ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 และ 2544

2. ยกเลิกโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์

3. ยกเลิกการขายที่ดิน 99 ปี

4. ยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ที่แอบซุกซ่อนที่ดินกว่า 3 แสนไร่ 99 ปี

5. ยกเลิกพ.ร.บ.ศูนย์กลางทางการเงินเพื่อสร้างสกุลเงินใหม่

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ล้วนเป็นนโยบายหรือเป็นการสร้างปัญหาของรัฐบาลเพื่อไทยเกือบทั้งนั้น โดยเฉพาะนายชัยเกษม นิติสิริ  ยังมีส่วนพัวพันกับการแก้ไข มาตรา 112 อีกด้วย   ตอนนี้  ประเทศต้องหาทางก้าวข้ามวังวนของปัญหาเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป

“นอกจากนี้ พปชร.เตรียมติดตามผล การดำเนินคดี น.ส.แพทองธาร ซึ่งทางกองบัญชาการสอบสวนกลางได้รับคำร้องทุกข์ กรณีปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และข้อหาความมั่นคง และการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่มีผู้ร้องนั้น ทั้งนี้เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันองค์กรอยู่แล้ว ดังนั้น โอกาสที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะวินิจฉัยเป็นผลตรงกันข้ามกับศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยากเว้นแต่จะมีคำอธิบายหรือเหตุผลที่ชัดเจน ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า น.ส. แพทองธารฯ มีการกระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง  ก็จะต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯพิพากษาซึ่งที่ผ่านมาถ้าศาลฎีกาเห็นว่ามีความผิดจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต” พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top