ขยาดกฎอัยการศึกบ้านหนองจาน
เขมรไม่กล้าป่วน
กองทัพส่งกำลังเข้าคุมเข้ม
‘บิ๊กเล็ก-ทบ.’ประสานเสียง
‘อิ๊งค์’ร่วงไม่กระทบชายแดน
จับ38เขมรหนีจนเข้าไทย
กฎอัยการศึกได้ผลเขมรไม่กล้าป่วนบ้านหนองจาน สระแก้ว ชี้มีโทษรุนแรงหากฝ่าฝืน ขณะที่ “บิ๊กเล็ก-ทบ.” ย้ำ “อุ๊งอิ๊งค์” ตกกระป๋อง ไม่กระทบงานด้านชายแดน อึ้งกองกำลังบูรพาสกัดจับชาวกัมพูชาเกือบ 40 ชีวิตหนีความอดอยากลักลอบเข้าไทยหางานทำ
เมื่อเวลา 10.05 น.วันที่ 30 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล บิ๊กเล็ก-พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงความกังวลว่าการเป็นรัฐบาลรักษาการจะส่งผลกระทบต่องานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าเรื่องนี้ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เนื่องจากกระทรวงกลาโหมได้มอบอำนาจ “กฎการใช้กำลัง” ให้แก่กองทัพไว้เรียบร้อยแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจเร่งด่วน เช่น การปกป้องอธิปไตย สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากรัฐบาล
พล.อ.ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบอำนาจไว้อย่างชัดเจนว่าหากสถานการณ์เป็นอย่างไร และสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะฉะนั้นการป้องกันประเทศจึงไม่มีปัญหา สามารถตัดสินใจได้ทันที
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่านโยบายด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศจะไม่เปลี่ยนแปลง และกองทัพพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ส่วนเรื่องที่ต้องรอความชัดเจนคือเรื่องนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่สำหรับงานด้านการป้องกันชายแดนและการใช้กำลังป้องกันประเทศนั้นยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ
ทบ.ยันไม่กระทบชายแดน
ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า การเปลี่ยนรัฐบาลจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของกองทัพบกในการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา กองทัพบกทำงานในฐานะหน่วยปฏิบัติ ซึ่งมีรัฐบาลชุดใดก็ตามคอยให้การสนับสนุนอยู่แล้ว จึงไม่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และกองทัพก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานบริหาร
มทภ.2 เยี่ยมพลทหารบาดเจ็บ
ทางด้าน พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจพลทหารอดิสร ป้อมกลาง อายุ 22 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ หลังได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดบริเวณชายแดน ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศการเดินทางมาของแม่ทัพเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ต่างมารอต้อนรับและขอถ่ายรูป หลังจากนั้น พล.ท.บุญสิน ได้นำกระเช้าและถุงยังชีพเข้ามอบให้พลทหารอดิสร ซึ่งถึงแม้จะยังมีอาการซึมเล็กน้อยจากฤทธิ์ยา แต่เมื่อได้รับกำลังใจจากแม่ทัพก็ดูสดใสขึ้น โดยมีภรรยาและครอบครัวคอยดูแลไม่ห่าง
นางสาวเสาวลักษณ์ ป้อมกลาง มารดาของพลทหารอดิสร กล่าวว่ารู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่แม่ทัพเดินทางมาเยี่ยมลูกชายถึงโรงพยาบาล โดยทางแม่ทัพได้ให้คำมั่นว่าจะดูแลพลทหารอดิสรอย่างดีที่สุด และยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะรับทายาทเข้าบรรจุเป็นข้าราชการในอนาคต ทำให้ครอบครัวรู้สึกมีกำลังใจอย่างมาก และขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความห่วงใย นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจทหารนายอื่นที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะตามแนวชายแดนอีกด้วย
ชาวบ้านแห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา
ส่วนที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านบ้านออด ต.บัวเชด อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ มีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณกลางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากรัฐบาลได้ประกาศให้ 7 จังหวัดชายแดน เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครอบคลุมพื้นที่ 45 อำเภอ 336 ตำบล และ 4,081 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว และตราด เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับมาตรการเยียวยาที่ ครม.อนุมัติ มีดังนี้ เงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 2,000 บาท สำหรับการอพยพไม่เกิน 7 วัน, ครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับการอพยพตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป และการจ่ายเงิน จะจ่ายเป็นเงินสดผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยใช้งบประมาณรวม 1,516 ล้านบาท
นายทินกร เอ็นดู ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า วันนี้มีผู้มาลงทะเบียนขอรับการเยียวยาแล้วจำนวน 157 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกในการยื่นเอกสาร ซึ่งประกอบด้วยสำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน และใบมอบอำนาจ (กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นมายื่นแทน)
นอกจากนี้ ครม. ยังได้อนุมัติงบกลางเพิ่มเติมอีก 2,900 ล้านบาท ให้แก่กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อใช้ในการจัดสรรสวัสดิการสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13.45 ล้านคนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2568 (สิงหาคม-กันยายน) เนื่องจากงบประมาณเดิมไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่ประเมินไว้
อุบลฯ เร่งจัดการเงินเยียวยา
ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายภพ ภูสมปอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดอุบลราชธานี (ก.ช.ก.จ.อบ.) เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางการจ่ายเงินช่วยเหลือและเยียวยาเพิ่มเติมให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง
ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีได้มอบหมายให้อำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น และอำเภอนาจะหลวย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ชี้แจงข้อมูลและเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนต่อไป
จนท.คุมเข้มบ้านหนองจาน
ส่วนบรรยากาศวันที่ 2 หลังผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย คุมพื้นที่ “บ้านหนองจาน” โดยกำหนดให้ ถ.ศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ-ห้ามพกพาอาวุธ-ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ทำให้วันนี้ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง ไม่มีการชุมนุม เหมือนหลายวันที่ผ่านมา แต่ยังมีประชาชนในพื้นที่แวะมาดูเหตุการณ์และเมื่อเห็นว่าไม่มีการปราศรัยรวมตัว บางส่วนจึงเดินทางกลับ นอกจากนี้ยังมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์ ถือธงชาติถ่ายรูปกับป้ายและแนวถนนศรีเพ็ญ
ส่วนหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่บริเวณด้านในซึ่งเคยมีชาวกัมพูชาปลูกบ้านและถูกผลักดันออกไปแล้ว วันนี้เจ้าหน้าที่ที่ดินจะเข้าจังหวัดพื้นที่เพื่อพิสูจน์สิทธิ์หลังมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งยื่นเอกสาร สค.1 และนส.3 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วไปก่อนหน้านี้
จับ 38 เขมรหนีอดอยาก
เช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพา, หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และสามารถควบคุมตัวชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ 38 คนทั้งหมดถูกพบตัวในไร่อ้อยที่บ้านโนนขี้เหล็ก ต.ผ่านศึก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 2 กิโลเมตร โดยเป็นชาย 20 คน, หญิง 17 คน และเด็กหญิงอีก 1 คน
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเดินทางมาจากประเทศกัมพูชาและลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ เพื่อหางานทำในประเทศไทย เนื่องจากประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ทำให้ต้องยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อมาหาเลี้ยงชีพในต่างแดน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปที่กองร้อยทหารพรานที่ 1204 เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี