วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
25 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศราเผยแพร่ข้อมูล “ด้านการข่าว” ที่ประเมินข่าวเชิงลึก ที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ “กปปส.และรัฐบาล ภายใต้การสนับสนุนของคนเสื้อแดง” เพื่อฉายภาพให้เห็นชัดเจนมายิ่งขึ้นว่า มีการจัดแถวอย่างไร หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นแกนนำการชุมนุมมาตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.56 และเกิดเหตุรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 700 ราย เสียชีวิต 20 ราย และพักรักษาตัวในโรงพยาบาลขณะนี้ 32 ราย
“กปปส.” แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก อยู่ในพื้นที่ชุมนุม จะแบ่งเป็น 2 ส่วน 1.เป็นการ์ดที่มีการเกณฑ์-สมัคร-อาสา มาจากภาคใต้ โดยหัวหน้าการ์ดบางคนมีความสนิทชิดเชื้อกับนักการเมืองภาคใต้เป็นอย่างดี แต่ส่วนใหญ่การ์ดจะเป็นพวกนิสัยนักเลง ,พวกใจถึง มากกว่า ซึ่งมีจำนวนหลักร้อย อาวุธของการ์ดจะเป็นอาวุธที่ใช้ป้องกันตัว หรือป้องกันแกนนำส่วนใหญ่จะเป็นปืนสั้น-ปืนพก ที่มีติดตัวกันมาอยู่แล้ว
2.เป็นการ์ดที่มีข่าวทางลับมาตลอดว่าเป็นคนมีสี แต่เป็นการรับจ็อบทำงานนอกเวลา คอยดูแลสถานที่และรักษาความปลอดภัยให้กับแกนนำ เมื่อรับงานเสร็จก็เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามเดิม ซึ่งการ์ดคนมีสีตามการข่าวแล้ว ไม่เคยออกนอกพื้นที่การชุมนุม และจะไม่ปฏิบัติการพิเศษเด็ดขาด จะรักษาหน้าที่ดูแลสถานที่และรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก
กลุ่มที่สอง อยู่นอกพื้นที่การชุมนุม ตามการข่าวมีการเรียกขานกลุ่มนี้ว่า “ป๊อปคอร์น” หรือ “นิรนาม” ผลงานชิ้นโบว์แดงคือการชุมนุมที่เขตหลักสี่ และสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่ง “ป๊อปคอร์น” จะมีการใช้อาวุธหนัก และมีความชำนาญสูง
“พวกป็อปคอร์น ผมคิดว่าแม้แต่คุณสุเทพ (เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.) ก็ไม่รู้ว่าพวกนี้คือใคร แต่ก็พอเดากันออก พวกป็อปคอร์นมาอาสาช่วย กปปส.เอง ไม่มีการร้องขอ คุณสุเทพขอบคุณบนเวทีกปปส.หลายครั้ง เพราะเขาไม่รู้จริงๆว่าป็อปคอร์นคือใคร” แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงกล่าว
ในซีกรัฐบาลที่มีกลุ่ม นปช. คนเสื้อแดงให้การสนับสนุนนั้น การข่าวระบุว่า “แดงฮาร์ดคอร์” คือนักรบที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี เพื่อสู้ศึกกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 52-53 และมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในช่วงการชุมนุมของกปปส.โดยส่วนหนึ่งเป็นทหารพรานเก่า ส่วนหนึ่งได้รับการฝึกจนมีความชำนาญในการใช้อาวุธ แบ่งออกเป็น 2 สายคือ 1. “แดงฮาร์ดคอร์” ที่เคลื่อนไหวอยู่ใน กทม. จะปักหลักอยู่ที่นนทบุรี ปทุมธานี ดอนเมือง สายไหม ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมี “แดงฮาร์คอร์” อยู่ประมาณ 20 คน โดยจะสลับผลัดเปลี่ยนกันก่อเหตุ โดยกลุ่มนี้จะมีนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยหลายคนคอยดูแลอุ้มชูอยู่
“จากการข่าวคนเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ใน กทม. จะมีลักษณะการก่อเหตุที่แบ่งกันเป็นทีม หากทีมไหนลงมือก่อเหตุก็จะหนีออกจากพื้นที่ กทม.และพื้นที่ปริมณฑลทันที เพราะจะเกรงว่าถูกไล่ล่าจะฝั่งตรงข้าม และจะเปิดโอกาสให้ทีมอื่นลงมือต่อ เมื่อเรื่องเงียบลงก็จะกลับเข้ามาในพื้นที่” แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงกล่าว
2.กลุ่มที่เคลื่อนไหวต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะแบ่งความรับผิดชอบตามพื้นที่ ในภาคอีสานเป็นที่รู้กันตามหน้าสื่อว่า “ขวัญชัย ไพรพนา” มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่ที่ถูกจับตามากที่สุดชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้นเสื้อแดงจากภาคตะวันออก โฟกัสไปที่จังหวัดตราด ซึ่งเกิดเหตุลอบยิง “กปปส.” จังหวัดตราด เมื่อวัน 22 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการประกาศผ่านบนเวที “นปช.ลั่นกลองรบ” ว่าพี่น้องเสื้อแดงจังหวัดตราด ต้อนรับ “ผู้ชุมนุม กปปส.” อย่างดีจนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเด็ก 8 ขวบ และผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
“ดาบแดง” ผู้ประกาศชื่นชมผลงานคนเสื้อแดงบนเวที “นปช.ลั่นกลองรบ” ปักหลักอยู่จังหวัดตราด ชลบุรี จันทบุรี เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันมาตลอด โดยในจังหวัดตราดมีลูกน้องคนสนิทของ “คนมีสี” อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษคดีอาญา ชื่อย่อ “ส.” คอยเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมอย่างหนักมาต่อเนื่อง
“หลังจากนี้ต้องจับตาความเคลื่อนไหวของแดงฮาร์ดคอร์ต่างจังหวัดอย่างหนัก เพราะเมื่อมีคู่ขัดแย้งไปจัดเวทีชุมนุมในถิ่นฐานของคนเสื้อแดงแล้ว การเผชิญหน้าจึงเกิดขึ้นได้ง่าย” แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงกล่าว
ข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี