วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความระบุว่า เกมวัดใจ พรรคเพื่อไทย กล้าๆหน่อย
ตั้งแต่วันที่พรรคภูมิใจไทยเซ็นMOAกับพรรคประชาชน เพื่อสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้วิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความเห็นทางการเมืองว่า รัฐบาลอนุทินจะมีอายุไม่ครบ4เดือนตามMOA จะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 31 มกราคม 2569 อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะถูกพรรคฝ่ายค้าน2พรรค คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำให้นายอนุทิน ต้องยุบสภาหนีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในทันที
ในเวลาต่อมาพรรคภูมิใจไทย รู้จุดอ่อนของพรรคประชาชน ที่ตั้งความหวังต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ จึงยึดเอาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันทางการเมือง ยอมประชุมสภาสมัยวิสามัญพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอาใจพรรคประชาชนแบบสุดๆ เพื่อซื้อใจไม่ให้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเปรียบเสมือนพรรคฝ่ายแค้น จ้องจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดเวลา แต่ยังติดเงื่อนไขภายในของพรรคเพื่อไทยเอง คือความพร้อมในการเลือกตั้ง เพราะเป็นพรรคทีียังไม่มีความพร้อมมากที่สุด ประกอบกับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจจะถูกย้อนศรจากพรรคภูมิใจไทยสมัยเป็นรัฐบาลก่อน จึงทำให้เกิดอาการลังเลว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่
ล่าสุดจากการที่นายอนุทินเพลี้ยงพล้ำ ประเด็นปฎิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่มีประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ได้เซ็นลงนามเป็นพยานด้วย แต่นายอนุทินกลับไม่เปิดเกมรุกกับประเทศกัมพูชา ต่อโดนัล ทรัมป์ และนายอันวาร์ มิหนำซ้ำยังพูดจาในลักษณะไม่ให้ความสำคัญกับโดนัล ทรัมป์ และประเทศสหรัฐอเมริกา จนมีหนังสือแจ้งระงับการเจรจากำแพงภาษีกับรัฐบาลไทยไปก่อน
จึงทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทย เรียงหน้ากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของนายอนุทินว่า ไร้วุฒิภาวะ ตั้งแต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญโฆษกพรรค นางสาวขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ทูตนอกแถว ออกมาทวงถามความรับผิดชอบจากนายอนุทิน เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าประเด็นที่จะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจมีเพิ่มขึ้นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ออกมาข่มขู่ว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกอนุทินแน่ๆ แต่มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหลายคน เรียงหน้าออกมาท้าทายว่า พร้อมที่จะให้อภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ซึ่งนายอนุทินพร้อมที่จะตอบการอภิปราย แต่ไม่พร้อมให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา151
ดังนั้นเป็นการวัดใจพรรคเพื่อไทยว่า กล้าที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ และต้องดูท่าทีของพรรคประชาชนว่า กล้าจะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอนุทินหรือไม่ หรือต้องการแค่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล หวังสร้างไมตรีกับพรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคฝ่ายค้ำรัฐบาลอนุทินต่อไป จนครบวาระ4เดือน
งานนี้วัดใจพรรคการเมือง3พรรคคือ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ว่าพรรคใดจะกล้ากว่ากัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี