542.jpg
รมว.ยุติธรรม ยันไม่มีใบสั่งการเมือง เล็งสอบคลิปภาวุธ ชวนลงทุน ตั้งข้อสังเกตเงินเทรดทอง

รมว.ยุติธรรม ยันไม่มีใบสั่งการเมือง เล็งสอบคลิปภาวุธ ชวนลงทุน ตั้งข้อสังเกตเงินเทรดทอง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.02 น.

‘รมว.ยุติธรรม‘ ปัดมีใบสั่งการเมืองเล่นงาน ‘ภาวุธ’ เป็นไปตามข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฎ แจงคลิป ’ชวนลงทุน‘ ต้องตรวจสอบก่อน ตั้งข้อสังเกต ’เงินเทรดทอง‘ จะไม่มีตัวเลขกลมๆ โยนสื่อเปิดชื่อมาก่อน ’ดีเอสไอ‘ จำเป็นต้องแจ้ง แม้ยังไม่ตกเป็น ’ผู้ต้องหา‘ 

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา14.50น. ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล​ เนาวรัตน์​ รมว.ยุติธรรม​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เตรียมนำคดี​ Forex เป็นคดีพิเศษว่า  ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวน ซึ่งทางดีเอสไออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และผู้เสียหายซึ่งขณะนี้ทยอยเดินทางกันเข้ามาให้ข้อมูล หลังจากนี้จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ทั้งนี้ผู้เสียหายที่เข้ามาให้ข้อมูลจากการสอบถามเบื้องต้นเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา มีผู้เสียหายทยอยเข้ามาจำนวน 30 คน เช่นเดียวกับพยานที่ทยอยเดินทางเข้ามาแล้ว 


เมื่อถามถึงการเผยแพร่คลิปของนายภาวุธ​ พงษ์วิทยภานุ​ สส.บัญชี​รายชื่อ​ พรรค​ประชาชน​ ในลักษณะการเชิญชวนลงทุนจะสามารถเอาผิดได้หรือไม่ พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล​ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากข้อมูลมีจำนวนเยอะมาก หลังจากเข้าตรวจค้นทั้งหมด 24 จุด และมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ถึง 300 นาย จึงต้องมีการวิเคราะห์ทั้งเส้นเงิน หลักฐานเอกสาร รวมทั้งของกลางเช่นคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดมาได้ และขณะนี้ยังไม่ได้ออกเรียกนายภาวุธ   

เมื่อถามย้ำว่าคลิปของนายภาวุธ สามารถเป็นหลักฐานเอาผิดได้หรือไม่ พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล​ กล่าวว่า รายละเอียดดีเอสไอจะต้องเป็นผู้วิเคราะห์ 

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า การแถลงข่าวของดีเอสไอปิดชื่อผู้ต้องหาแต่เปิดชื่อผู้ต้องสงสัย พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล​ กล่าวว่า วันที่จะมีปฏิบัติการ ตนเดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดสกลนคร กระทั่งมาทราบข่าวช่วงบ่ายของอีกวัน ก็เห็นผู้สื่อข่าวมีการเปิดชื่อย่อและอาชีพ  ซึ่งในวันที่ 18มิ.ย. สื่อมวลชนก็เริ่มเปิดชื่อนายภาวุธอย่างเป็นทางการ  และเมื่อมีการแถลงข่าว นักข่าวก็เป็นคนพูดชื่อของนายภาวุธ ไม่ใช่ดีเอสไอเป็นคนเปิดเผยชื่อ  

เมื่อถามว่าสังคมมองว่าเป็นเกมการเมืองเชือดไก่ให้ลิงดู พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล กล่าวว่า จากการตรวจค้น 24 จุด ประกอบกับดีเอสไอใช้เวลาในการสอบสวนกว่าหกเดือน เนื่องจากคดีดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน เพราะผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยมีตำแหน่งหน้าที่ จึงต้องใช้วิจารณญาณและต้องใช้หลักฐานที่ชัดเจน 

เมื่อถามว่ามีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่  พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล กล่าวว่า “ไม่ใช่ เพราะในรายละเอียด และในชาร์จการแถลงข่าวของดีเอสไอก็มีข้อมูลปรากฏหมด และผู้สื่อข่าวก็พูดชื่อนี้ขึ้นมา”

เมื่อถามต่อว่าการแถลงข่าวของดีเอสไอที่มีชื่อของนายภาวุธแสดงว่าเพื่อต้องการชี้แจงต่อสังคมหลังมาชื่อหลุดออกมาใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุท​ธ​พล  กล่าวว่า ทางผู้แถลงข่าวยืนยันตั้งแต่ต้นแล้วว่า กระทำความผิดยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด และไม่มีการเอ่ยชื่อ แต่ผู้สื่อข่าวทราบชื่อนี้มาก่อนแล้ว และมีการถามในวงแถลงข่าว

เมื่อถามว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาได้เมื่อไหร่ พล.ต.ท.รุทธพล กล้าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับดีเอสไอ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งตนได้นโยบายว่า เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ จึงต้องให้มีการรายงานทุก 15 วัน

เมื่อถามว่านายภาวุธจะไม่ใช้เอกสิทธิ์สส. ก็จะดำเนินการตามนั้นใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุท​ธ​พล  กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับดีเอสไอ ไม่ทราบว่านายภาวุธจะเข้ามาให้ข้อมูลเมื่อไหร่ เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่จะประสานงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่นายภาวุธชี้แจงว่าเส้นเงินที่โอนเข้าบัญชีที่โอนเข้าบัญชีมาจากการเทรดทองคำฟังขึ้นหรือไม่ พล.ต.ท.​รุท​ธ​พล กล่าวว่าเป็นคำชี้แจงของนายภาวุธแต่ต้องมีการตรวจสอบ แต่หากถามคนเทรดทองคำ จะไม่มีตัวเลขกลมๆ หรือเป็นจุดทศนิยม แต่เรื่องนี้ก็จะต้องตรวจสอบเพราะถือเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว ขอเวลาให้ดีเอสไอวิเคราะห์เส้นเงินว่ามาจากที่ไหนบ้าง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top