546.jpg
ปชน.ขย่มหนัก  สอบเส้นเงินสว.

ปชน.ขย่มหนัก สอบเส้นเงินสว.

วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“พริษฐ์”ปธ.วิปฝ่ายค้าน เดินหน้าบี้กกต.-ป.ป.ช.สอบทรัพย์สินกลุ่มสว.ที่ถูกกล่าวหาคดีโกงสว.หลังฝ่ายค้าน“เจาะลึกหลักฐาน”อ้างมีเส้นเงินถึงกกต. 8.6 แสนบาท สิ้น“เกรียง กัลป์ตินันท์”แม่ทัพอีสาน“เพื่อไทย”ปิดฉากนักการเมือง วัย 73 ปี นายกฯ“อนุทิน” ปัดคุยการเมือง “เศรษฐา” หลังควงแขนดูมวยเวทีราชดำเนิน แจงรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนเมืองนอก   ด้าน‘สุชาติ’ปัดไม่รู้ดีลงูเขียว ย้ำรัฐบาลอนุทิน แข็งแรง ยืนหยัดด้วยการทำงาน ลั่นโควิดหนักกว่านี้เยอะ ยังผ่านมาได้‘พิพัฒน์’เผย ครม.สัญจรสงขลา’31ส.ค.-1ก.ย.’ถกปัญหา5จังหวัดภาคใต้ กระตุ้น’เศรษฐกิจ-แก้ปัญหาผังเมือง’

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์  วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊กเจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว. ทวงคำถาม กกต.และเพิ่มคำถามให้ ป.ป.ช. เรื่องบัญชีทรัพย์สิน กรณีเส้นเงินจากนักการเมืองสีน้ำเงิน จ.อำนาจเจริญ ไปที่เจ้าหน้าที่ กกต. ยอดรวม 860,000 บาท ช่วง เม.ย.-ก.ค. 67


นายพริษฐ์ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เปิดหลักฐานเส้นทางการเงินจากนักการเมืองสีน้ำเงิน(ญาณี สีฟ้า)ไปที่เจ้าหน้าที่ กกต.(สุรชัย ขันติยานนท์) รวม 860,000 บาท ในช่วง เม.ย.-ก.ค.67ที่คาบเกี่ยวกับการเลือก สว. ตอนนี้ผ่านไปแล้ว 1วันทำการ โดยเรายังไม่ได้ยินคำชี้แจงใดๆจากกกต.มีเพียงแค่ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯที่ออกมาแนะนำให้ถาม กกต.ซึ่งก็ทำอยู่แล้วและออกมาให้ข้อมูลว่าได้แจ้งความผมฐานหมิ่นประมาท ก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว

ฝ่ายค้านบี้กกต.-ป.ป.ช.สอบทรัพย์สิน

ดังนั้น วันนี้ ขอทำ 2 อย่าง เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวต่อ 1. ทวงถาม กกต.ว่าตกลงกกต.ได้สอบสวนกรณีนี้หรือยัง?การโอนเงินทั้งหมดเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. หรือไม่? สถานะและผลการสอบสวนเป็นอย่างไร?(รายละเอียดคำถาม: https://shorturl.at/UMY2T) 2 เพิ่มคำถามให้ ป.ป.ช. ต่อข้อค้นพบใหม่เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของ ส.อบจ. ญาณี สีฟ้า

อย่างที่ทราบกันดี หลังจากที่คุณญาณีได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ. เมื่อ ก.พ.2568 คุณญาณีมีหน้าที่ตามกฎหมาย ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งหากคำนวณตามกรอบเวลาตามกฎหมาย โดยคุณญาณี จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี จะถูกเปิดเผยในเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. เป็นระยะเวลา 180 วัน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

พิรุธตรวจสอบบัญชีส.อบจ.อำนาจเจริญ

น่าเสียดายที่ ป.ป.ช. ยังไม่ยอมแก้ระเบียบเผื่อเปิดเผยบนเว็บไซต์นานกว่า 180 วันป.ป.ช. จะต้องตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี และเผยแพร่ผลการตรวจสอบบนเว็บไซต์ ว่าค้นพบความผิดปกติหรือไม่) แต่พอเข้าไปในเว็บไซต์ ป.ป.ช.เพื่อค้นหาผลการตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี กลับไม่สามารถหาผลการตรวจสอบดังกล่าวได้

สิ่งที่ทำให้น่าสงสัยเพิ่มขึ้นคือในบรรดา ส.อบจ. ในจังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งหมด 24 คน ที่ได้รับเลือกตั้งพร้อมกับคุณญาณี มี ส.อบจ. 18 คน ที่เว็บไซต์ ป.ป.ช. มีการเผยแพร่ผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่าไม่พบความผิดปกติใด ๆ (ผลของ 6 คน ถูกเผยแพร่ ก.พ. 2569 / ผลของ 12 คน ถูกเผยแพร่ พ.ค. 2569) แต่มี ส.อบจ.6 คน รวมถึงคุณญาณี สีฟ้า และ คุณสิทธิกร วันทนียกุล ซึ่งมีนามสกุลเดียวกับ รมต.สุขสมรวย ที่ ป.ป.ช. ยังไม่มีการเผยแพร่ผลการตรวจสอบใด ๆ

ซัดปปช.ล่าช้า-ไม่เผยแพร่บัญชีทรัพย์สิน

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่าคำถามสำหรับ ป.ป.ช.ได้แก่ 1. เหตุใด ป.ป.ช. ถึงยังไม่มีการเผยแพร่ผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี สีฟ้า? เหตุผลเป็นเพราะ คุณญาณี ยังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน หรือยื่นไม่ทันกรอบเวลาตามกฎหมาย? หรือคุณญาณี ยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว แต่ ป.ป.ช. ค้นพบความผิดปกติในบัญชีทรัพย์สิน? หรือ ป.ป.ช. ไม่ได้ค้นพบความผิดปกติใดๆ แต่ ป.ป.ช. ทำงานล่าช้า? 2. หากเป็นเพราะค้นพบความผิดปกติ ในบัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี ความผิดปกติดังกล่าวคืออะไร? 3. หากเป็นเพราะ ป.ป.ช. ทำงานล่าช้า เหตุใด ป.ป.ช. ถึงดำเนินการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ด้วยกรอบเวลาที่ต่างกันระหว่าง คุณญาณี กับ ส.อบจ. อีก 18 คน ที่ถูกรับเลือกตั้งมาพร้อมกัน และที่ ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ผลการตรวจสอบไปแล้ว?

4. ป.ป.ช. จะตรวจสอบเสร็จ และเผยแพร่ผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี ได้ภายในเมื่อไหร่ นอกเหนือจากการรอคำชี้แจงจาก ป.ป.ช. วันนี้ ทางทีมงานผมจะเดินทางไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายในการขอตรวจดูบัญชีทรัพย์สินของคุณญาณี สีฟ้า หวังว่า ป.ป.ช. จะให้ความร่วมมือตามที่กำหนดไว้ชัดเจนในกฎหมาย และไม่ทำการใดๆ ที่เป็นการสกัดกั้น หรือชะลอการตรวจสอบครับ

‘เกรียง’แม่ทัพอีสานพท.ปิดฉากวัย73ปี

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีต สส.อุบลราชธานี อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.)ถึงแก่กรรมอย่างสงบ ในวัย 73 ปี

สำหรับนายเกรียง กัลป์ตินันท์ หรือชื่อเล่น“เบี้ยว”เกิดเมื่อวันที่27พฤศจิกายน 2495 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นหนึ่งในแกนนำ“บ้านใหญ่”ของพรรคเพื่อไทยในพื้นที่สมรสกับนางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี มีบุตรสาว 1 คน ซึ่งเสียชีวิตแล้ว และบุตรชาย 2 คน คือ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี และนายอภิสิทธิ์ กัลป์ตินันท์

สำหรับเส้นทางการเมือง นายเกรียงเริ่มต้นเป็น สส.อุบลราชธานีครั้งแรกในการเลือกตั้งปี 2538โดยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคความหวังใหม่และพรรคไทยรักไทยในเวลาต่อมานายเกรียงยังเป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก่อนกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งและก้าวขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยโดยได้รับการยอมรับในฐานะ“แม่ทัพภาคอีสาน”ของพรรคต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 นายเกรียงได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญบนเส้นทางการเมืองที่ยาวนานของเขา

‘สุริยะ’อาลัย‘เกรียง’ผูกพัน-คุ้นเคย

ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าได้รับทราบข่าวการเสียชีวิตของนายเกรียง กัลป์ตินัน อดีต รมช.มหาดไทยแล้ว ซึ่งหากทราบกำหนดการที่แน่นอน ก็จะเดินทางไปร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสียในครั้งนี้ด้วย นายสุริยะยังระบุว่า ส่วนตัว มีความคุ้นเคยกับนายเกรียงตั้งแต่สมัยก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งนายเกรียงถือเป็นบุคลากรที่เก่าแก่ของพรรค เป็นรุ่นบุกเบิกในการก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาด้วยกัน

‘อนุทิน’แจงปมควง‘เศรษฐา’ดูมวย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย ถึงแก่กรรมว่าตนได้ทราบข่าวแล้วซึ่งท่านเคยทำงานอยู่กับตนเป็นรมช.มหาดไทย ตอนรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ก็เสียดายท่านเพราะท่านเป็นคนน่ารัก เมื่อถามถึงกรณีดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับนายเศรษฐาทวีสิน อดีตนายกฯจนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีก็เป็นการเปิดหูเปิดตา ธุรกิจใหม่ที่เปลี่ยนจากการพนันอย่างเดียวแล้วมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์เป็นการโชว์ศิลปะของไทยซึ่งก็ดี ไม่ได้รู้สึกเข้าไปแล้วอึดอัดหรืออันตรายเหมือนเมื่อก่อนและนักท่องเที่ยวเข้าไปชมเต็มหมดทุกรอบ อย่างน้อยก็เห็นว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา เที่ยวเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ทางผู้จัดเขาก็เสนอว่าถ้าเราสามารถกระจายไปยังจังหวัดใหญ่ๆเช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยาก็จะให้ผู้เกี่ยวข้องส่งเสริมสนับสนุนซึ่งก็โอเค

ไร้การเมือง-รู้จักตั้งแต่เรียนเมืองนอก

เมื่อถามว่า การพบกันครั้งนี้ถูกมองว่าสืบเนื่องจากปฏิญญาโมนาโก นายกฯย้อนถามกลับว่า ปฏิญญาอะไรนะ ตนมีแต่ปฏิญญามอคโคน่าแก้ง่วง ยืนยันว่าไม่มี ซึ่งนายเศรษฐาท่านยุ่งอะไรกับการเมืองตอนนี้และวันดังกล่าว ตนไปงานศพพ่อตาท่าน ท่านก็ชวนไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย ไม่มีการเมืองใดๆทั้งสิ้น

“อย่างไรก็ตามทุกคนก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าตนกับนายเศรษฐาไม่ใช่เพิ่งมารู้จักกันตอนมาทำงานเป็นลูกน้องท่านในคณะรัฐมนตรีแต่ตนรู้จักท่านตั้งแต่เรียนที่ต่างประเทศด้วยกันแล้วก็ไปมาหาสู่ติดต่อกันมาโดยตลอด ตอนที่ตนอยู่กับนายเศรษฐาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับท่านเลย”นายกฯกล่าวย้ำ

‘สุชาติ’ปัดไม่รู้ดีลงูเขียวย้ายซบภท.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวงูเขียวจากพรรคกล้าธรรม(กธ.)10คน จะย้ายมาอยู่กับพรรคภท.ว่าเรื่องนี้ตนได้ติดตามจากสื่อมวลชน ตนไม่ได้อยู่ในวงการพูดคุย เรื่องนี้ตนไม่รู้จริงๆอันไหนไม่รู้คือไม่รู้ คนอย่างตนถ้ารู้คงเก็บไว้ในใจไม่ได้คงบอกถ้าถามแต่ถ้าไม่รู้คือไม่รู้จริงๆถ้าพูดไปในสิ่งที่เราไม่รู้มันก็ไม่ดี ต้องยอมรับต่อหน้าสื่อมวลชนว่าไม่ทราบจริงๆไม่ได้ติดตามเพราะถือว่าเป็นความคิดความอ่านของแต่ละคน ไม่ขอก้าวล่วงความรู้สึกของแต่ละคน

เมื่อถามว่าได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกธ.หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ช่วงหลังๆ เจอกันในสภามากกว่า ไม่ได้คุยอะไร นางบุญยิ่งเป็นผู้ใหญ่ ตนเห็นจากข่าวมาก็ไม่ได้ไปเช็กในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนน่าจะมีข้อมูลมากกว่าตน

ย้ำรบ.หนูแข็งแรง-ยืนหยัดด้วยการทำงาน

เมื่อถามว่ารัฐบาลทำงานมา 3-4เดือน มีความตั้งใจที่จะดึงใครเข้ามาเพิ่มหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นแนวคิดของผู้บริหารพรรค ตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคอะไรเลยเป็นเพียงสมาชิกพรรคและสส.เป็นเพียง 1เสียงใน สส. 197คนเท่านั้น ในส่วนของการตัดสินใจ ทั้งทิศทางของพรรคและทิศทางของรัฐบาลต้องยกให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพราะนายกฯเป็นหัวหน้าพรรคด้วย ตนไม่สามารถอยู่ในชั้นวงนั้นได้

เมื่อถามอีกว่าหลายคนออกมาปรามาสว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ไม่ครบเทอมแน่นอน นายสุชาติ กล่าวว่า ตนว่า รัฐบาลของนายอนุทินเป็นรัฐบาลที่แข็งแรง รัฐมนตรีทุกคนมีความมั่นใจในการทำงาน ตนก็ผ่านการเป็น ครม.ตั้งแต่ปี 62 รวมระยะเวลา 6-7 ปี เคยเห็นบริบทของทุกรัฐบาลก็มีปัญหาในเรื่องข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของฝ่ายค้าน ฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายที่ไม่ชอบรัฐบาล ก็ต้องระดมข้อมูลใส่เพื่อที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไมได้ แค่นั้นเอง แต่ถ้ารัฐบาลยืนหยัด อย่างที่นายกฯพูดว่าเรายืนหยัดด้วยการทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ทุกอย่างก็ไม่สามารถที่จะทำร้ายรัฐบาลได้

ลั่นโควิดหนักกว่านี้เยอะยังผ่านมาได้

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้มีปัญหาหลายอย่างที่รุมเร้ารัฐบาล นายสุชาติ กล่าวว่า ตนว่า ปัญหาเหล่านี้ยังน้อยกว่าสมัยโควิด เพราะสมัยโควิดอันตรายที่สุด เป็นวิกฤติของประเทศ อันนั้นน่ากลัวกว่าเยอะ ทั้งนายอนุทินและตนก็เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ผ่านมา สมัยนั้นนายอนุทินเป็นรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข รับผิดชอบคนทั้งประเทศ ปัญหาหนักกว่าวันนี้เยอะ ส่วนวันนั้นตนเป็น รมว.แรงงาน ก็รับผิดชอบแรงงาน 10 กว่าล้านคน มองว่า ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดคือ ปัญหาที่เป็นวิกฤติของโลก หรือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้

ครม.สัญจรสงขลา31ส.ค.-1ก.ย.

ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า นายกฯ มีนโยบายประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นอกสถานที่ครั้งแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. นี้ โดยวันที่ 31 ส.ค. จะเป็นการลงพื้นที่ จะเป็นเรื่องของ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และผังเมืองที่ใช้มานาน ทั้งนี้ ตนประชุมไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทั้ง 5 จังหวัด และภาคเอกชน เพื่อแจ้งให้เตรียมความพร้อม รวมถึงรวบรวมเอกสาร นำส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และกระทรวงมหาดไทย

ถกปัญหา5จว.ใต้หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า โดยในวันที่ 25 ส.ค. นี้ จะมีการประชุมสรุปอีกครั้ง โดยให้ทั้ง 5 จังหวัดนำเสนอโครงการที่คิดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงสิ่งที่ต้องการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องผังเมืองและโซนนิ่งที่ใช้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ตรงไหนที่สมควรจะเปลี่ยน จะให้ภาคเอกชน 5 จังหวัด และ ผวจ. นำเสนอด้วย โดยไม่ได้พูดคุยเรื่องกรอบงบประมาณ เพราะเป็นเรื่องของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และเป็นเรื่องของภาคเอกชน ที่จะนำเสนอสิ่งที่อยากได้ และอยากทำ

ทั้งนี้ เบื้องต้นสิ่งที่เสนอ จะเป็นการส่งเสริมอาชีพและการฟื้นเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดภาคใต้ ว่าจะมีอาชีพเสริมอะไรบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุดของประเทศไทย ดังนั้น ในฐานะที่นายกฯ มอบหมายตนให้กำกับดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จึงถือโอกาสในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ นำเรื่อง 5 จังหวัดภาคใต้ มาพูดคุย และหาวิธีมาแก้ปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องคนในพื้นที่

คลังชี้ชงโครงการของบ2แสนล.ในก.ย.

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอขอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานในส่วนงบ 2 แสนล้านบาทหลัง ของกระทรวงต่างๆว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเข้ามา แต่เข้าใจว่าทุกกระทรวงเร่งดำเนินการอยู่ ใกล้จะเสร็จแล้วภายในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งน่าจะกลั่นกรองจนจบแล้ว ส่วนการนัดประชุมคณะกรรมการฯนั้น จะต้องมีการเสนอเรื่องเข้ามาก่อนจากนั้นจะได้มีการเบิกจ่ายเงินกู้ภายในระยะเวลา 1 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่าการใช้งบก้อนแรกที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอของบ 1,750-2,000 ล้านบาท เพื่อทำโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่ากระทรวงการท่องเที่ยวจะเสนอโครงการเข้ามา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top