​ได้ข้อสรุปทุกมาตรา กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค. ‘เพื่อไทย’ดึงดันควรมีสสร.

​ได้ข้อสรุปทุกมาตรา กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค. ‘เพื่อไทย’ดึงดันควรมีสสร.

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ได้ข้อสรุปทุกมาตรา

กมธ.ชงวาระ2ช่วง10-11ธ.ค.

เพื่อไทยดึงดันควรมีสสร.

กมธ.แก้รธน.ถกปิดจ๊อบข้อสรุปทุกมาตราแล้ว รอเข้าวาระ 2 แย้มหากพิจารณาแค่ 10-11 ธันวาคม ไม่พอ จะใช้ 12 ธันวาคม วันเปิดประชุมสภาฯลุยต่อ ชลน่านประเมินถกแก้รธน.วาระสอง 2 แค่ 1 วันเพียงพอ เผยสงวนความเห็นไปสู้ในรัฐสภา ทวงคืน สสร.-โละสูตร20หยิบ1” ด้าน ชูศักดิ์ยันวาระ 2-3 ควรมีสสร.ปล่อยรัฐสภาตั้ง กมธ.ยกร่างฯ เสมือนถูกจัดตั้งโดยเสียงข้างมาก เสนอแก้สูตร 20 หยิบ 1 เพิ่มผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ถ่วงดุล

เมื่อวันที่ 26พฤศจิกายน 2568 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) และน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ(แก้ไขเพิ่มเติม) รัฐสภา ร่วมแถลงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมกมธ.ฯ พิจารณาครบทุกมาตราแล้ว วันนี้(26 พ.ย.)จะเป็นการทบทวนถ้อยคำ และเชิญผู้แปรญัตติมาชี้แจง ซึ่งหวังว่าทุกอย่างจะทำให้เสร็จได้ภายในวันนี้ เพื่อที่จะส่งให้ประธานรัฐสภาบรรจุวาระต่อไป ส่วนการเปิดประชุมสมัยวิสามัญวันที่ 10 -11 ธ.ค.จะเพียงพอหรือไม่นั้น ที่ประชุมกมธ.ฯ ยังไม่ได้เริ่มจัดเวลา แต่ได้คำนวณไว้ว่า ถ้าการพิจารณาในวันที่ 10 ธ.ค.และ 11ธ.ค.ไม่เพียงพอ ก็จะใช้วันที่ 12 ธ.ค.ที่เป็นวันเปิดสมัยประชุมสภาสามัญพอดี เพื่อจะได้พิจารณาต่อไปได้เลย ซึ่งทุกมาตรา กมธ.ฯก็มีมติเสียงข้างมากแล้ว ส่วนความเห็นต่างในกรรมาธิการได้มีการสงวนความเห็นไว้เพื่อที่จะนำไปอภิปรายในวาระ2ต่อไป


นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 10-11 ธ.ค. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ในวาระสอง ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีจำนวนมาตรารวม 50 มาตรา แม้ว่าร่างมาตราจำนวนไม่เยอะ แต่ในส่วนของมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขมาตรา 256 นั้น 39 มาตรา ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มีจำนวนมากและถูกแก้ไขแทบทุกมาตรา ดังนั้นสมาชิกสามารถอภิปรายได้ทุกมาตรา แต่ตนเชื่อว่าระยะเวลา 2วัน จะพอ ส่วนการอภิปรายในวาระ2ตนมองว่า ในระบบรัฐสภาที่ใช้เสียงข้างมาก ต้องหาข้อยุติได้และต้องจบ

เมื่อถามว่า เนื้อหาที่แก้ไขมีประเด็นใดที่กังวลใจบ้าง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่กังวลหนักสุดคือ ที่มาของกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 35คน ที่ถูกชี้นำครอบงำได้จากการเลือกของรัฐสภายุคหน้า ที่ทำให้รัฐธรรมนูญตกเป็นของคนกลุ่มนั้น ซึ่งทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนค่อนข้างยาก ยกเว้นรัฐสภารับข้อสงวนของกมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนไว้ ซึ่งตนสงวนความเห็นให้ใช้วิธีการเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ไม่ยึดติดกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คือ ใช้การลงมติโหวตเลือกกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ โดยต้องผ่านเกณฑ์เสียงข้างมาก ที่ได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วน คือ มี สว.เห็นชอบ1ใน5 หรือ 40คนและได้เสียงฝ่ายค้าน20% เพื่อลดการถูกครอบงำ และตนมองว่าสูตร 20 หยิบ1นั้น จะทำให้เกิดการครอบงำ

“วิธีที่เสนอนั้นผมไม่ชอบและต่อต้าน เพราะใช้เสียงข้างน้อยครอบงำเสียงข้างมาก แต่วิธีนี้ผมเห็นว่าเหมาะกับบางเรื่อง เช่น การคัดเลือกบุคคล เพื่อป้องกันเสียงข้างมากกินรวบ ทั้งนี้ประเด็นนี้ผมเสนอให้ทบทวนแล้ว แต่กมธ.เสียงข้างมากไม่ยอม จึงต้องสงวนไว้เพื่อไปสู่ในวาระสองต่อไป ซึ่งในทิศทางการสงวนความเห็นนั้น จะมีทั้งเชิงประเด็น เช่น สนับสนุน สภาร่างรัฐธรรมนูญ แทนกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และรายมาตรา เช่น กลไกได้มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ สูตร 20 หยิบ 1 เป็นต้น” นพ.ชลน่าน กล่าว

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวในนามของคณะกรรมาธิการฯสัดส่วนพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ระบุว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ข้อสรุปสาระสำคัญของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะนำสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ2และ3ทุกครั้งกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยก็ให้ความสนใจร่วมประชุมโดยตลอด วันนี้ได้สรุปการแปรญัตติของกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยในหลายประเด็นด้วยกัน เพื่อนำไปสู่การอภิปรายในรัฐสภาวันที่ 10-11ธันวาคม ประเด็นแรกที่ประชุมกรรมาธิการฯ ไม่ได้นำเอาประเด็นเรื่องสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอเข้าสู่การพิจาณากรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย จึงสงวนความเห็นว่า ขอให้มี สสร.ตามร่างที่เราเคยนำเสนอ เพราะเห็นว่าจะเป็นคำตอบของสภาที่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราเชื่อว่า สสร.จะทำหน้าที่ได้ดีกว่ามีเพียงกรรมาธิการ สสร.ที่เสนอโดให้มีการเลือกตั้งโดยประชาชน 300คน รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 100คน เป็น สสร.จากนั้น สสร.จะตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่2 เมื่อกรรมาธิการฯไม่เห็นชอบให้มี สสร.และกำหนดให้มีกรรมาธิการ 2ประเภท คือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรรมาธิการชุดละ 35คน แต่เราเห็นว่า เขาตัดการเลือกตั้งโดยประชาชนออก จึงไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่ยึดโยงกับประชาชน การให้รัฐสภาคัดเลือกโดยตรงด้วยระบบ 20 หยิบ 1 เสี่ยงทำให้ในที่สุดผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้น จะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญของรัฐสภาเสียงข้างมาก เราจึงได้สงวนความเห็นในประเด็นนี้ไว้ด้วย แทนที่จะใช้ 20หยิบ1ทั้งหมด เราเสนอให้มาจากรัฐสภา25คน จึงต้องใช้สูตรคำนวณ 28หยิบ1 แต่ที่เหลืออีก10คน ให้มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ให้เป็น 35คน เพราะเราต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถมาถ่วงดุลในกรรมาธิการยกร่างฯไม่ใช่เป็นกมธ.รัฐสภาเสียทั้งหมด ส่วนคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นฯ ก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน คือให้มาจากการคัดเลือกขององค์กร หรือสมาคมต่างๆด้วย 10คนเ ชื่อว่า สสร.วิธีนี้ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง แต่ให้ประชาชนเสนอตัวเป็นผู้สมัคร แล้วให้รัฐสภาหยิบมาให้เหลือ 100คน ตรงกันข้าม หากเราตัดประชาชนออกจากกระบวนการเหล่านี้ อาจทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสส.ถือเป็นการประชุมร่วมนัดแรกอย่างเป็นทางการภายหลังการรับรองสถานะจาก กกต.โดยที่ประชุมให้ความสำคัญ3เรื่อง 1.ได้หารือถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นชอบกับการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการคัดเลือกตัวแทนจากประชาชนโดยตรงและมีการคัดเลือกอีกครั้งผ่านกระบวนการของ สส.และสว.ตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับย้ำว่ากระบวนการยกร่างจะต้องไม่แก้ไขหมวด1และหมวด2 รวมถึงคงไว้ซึ่งการตรวจสอบคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ด้านจริยธรรมของนักการเมืองที่ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ประชุมร่วมฯเห็นว่าพรรคปชป.ในฐานะพรรคฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงมอบหมายให้ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้ประสานพูดคุยเพื่อนำเข้ามาหารือในที่ประชุมฯต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top