คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.28 น.

คลิปกล้วยทอดทำเกมพลิก! โพลเผยคนไทยรู้สึกดี เห็นผู้นำติดดินไม่เฟก–ไม่จัดฉาก

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 สำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เพื่อศึกษาความรู้สึก ความต้องการ และมุมมองของประชาชนต่อเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ รวมถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้ออกมาขอโทษประชาชน ยอมรับความบกพร่อง และลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจนี้สะท้อนภาพรวมของ “ความรู้สึกใหม่” หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งวิกฤตของภัยธรรมชาติ และบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน


ในการสำรวจครั้งนี้ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เปิดเผยรายงานผลสำรวจเรื่อง ความรู้สึกและความต้องการของประชาชน หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีขอโทษ ประชาชน เหตุอุทกภัย ภาคใต้ จากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.8 เห็นว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้เป็น “เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ” ขณะที่ ร้อยละ 24.2 มองว่า “ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย” และยังสามารถป้องกันหรือบรรเทาได้หากมีระบบบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ ตัวเลข ร้อยละ 75.8 สะท้อนความเข้าใจของประชาชนต่อปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ตัวเลข ร้อยละ 24.2 ชี้ให้เห็นถึงความกังวลต่อระบบป้องกันน้ำท่วม การเตือนภัย และประสิทธิภาพของท้องถิ่น–ส่วนกลาง กลุ่มที่มองว่า “สามารถป้องกันได้” ถือเป็นฐานเสียงที่รัฐบาลต้องสื่อสารและแสดงผลงานให้ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชนตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีของนายกรัฐมนตรีอย่างมีนัยสำคัญ ต้องการให้เยียวยาแบบโอนเงินตรง แยกส่วนใช้จ่าย–ก้อนหนี้ (94.7%) เป็นเสียงเรียกร้องที่ “เอกฉันท์ที่สุด” ในผลสำรวจนี้ สะท้อนว่า ประชาชนต้องการความรวดเร็ว โปร่งใส และเข้าถึงได้จริง และความพอใจทุกฝ่ายช่วยเหลือประชาชน คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน (91.5%) แสดงถึงพลังของ “ความร่วมมือทางสังคม” ที่ประชาชนให้คุณค่าอย่างสูงในภาวะวิกฤต และเสียงของประชาชนที่ขอให้หยุดทะเลาะกัน หยุดด่ากันไปมา เลิกวิจารณ์ที่ไม่เกิดประโยชน์ หันมาร่วมมือช่วยเหลือประชาชนดีที่สุด (90.3%) เป็นเสียงเรียกร้องที่เด่นชัดว่า ประชาชนต้องการ “การเมืองเพื่อประชาชน” ไม่ใช่การเมืองเพื่อความขัดแย้ง ไม่ต้องการให้ใครฉวยโอกาสเอาความเจ็บปวดของประชาชนมาก่อความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังกังวลเรื่องหนี้สินและการรอรับเงินเยียวยา (82.9%) สะท้อนความทุกข์ร่วมของประชาชนผู้ประสบภัย ที่ต้องเผชิญทั้งน้ำท่วมและหนี้ท่วมพร้อมกัน และการขอโทษประชาชน พร้อมเกาะติดพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ทำให้รู้สึกดีขึ้น (71.8%) ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า “ภาวะผู้นำเชิงมนุษย์ (Human Leadership)” ได้ผลจริง และเป็นปัจจัยฟื้นศรัทธาที่มีน้ำหนักมาก

ที่น่าสนใจคือ ความในใจของประชาชนเมื่อเห็น คลิป นายกรัฐมนตรี หยิบ กล้วยทอดที่ตกหล่นขึ้นมากิน พบว่า จำนวนมากที่สุดหรือร้อยละ 45.7 ระบุเป็น ผู้นำที่ติดดิน จริง ๆ ไม่เฟก ไม่สร้างภาพ ร้อยละ 41.2 ระบุ เป็น ผู้นำที่ไม่ได้เตรียมฉาก ไม่ได้จัดโชว์ ร้อยละ 36.8 ระบุ น่าสงสาร น่าเอ็นดู ร้อยละ 35.9 ระบุ คงหิวจัด ไม่ติดหรู แต่เกาะติดปัญหา กินไม่เป็นเวลา และร้อยละ 34.1 ระบุสร้างภาพ ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามความต้องการของประชาชน พบ 5 อันดับแรกของข้อมูลสะท้อนภาวะวิกฤตของประชาชนต้องมีเงินสดทันที ได้แก่ อันดับ 1 เร่งออกเงินเยียวยาค่าใช้จ่ายประจำวัน และเงินช่วยผู้เสียชีวิตทันที (91.1%)  เป็นภาวะ “ยามวิกฤตต้องมีเงิน” เพราะรายได้หยุด แต่ค่าใช้จ่ายไม่หยุด อันดับ 2 ช่วยชำระหนี้บ้าน–รถ–ธุรกิจ–ร้านค้า–หนี้ส่วนบุคคล (89.4%) ตัวเลขนี้ยืนยันว่า “น้ำท่วมลูกที่สอง” คือ หนี้สิน มากกว่าน้ำจริง อันดับ 3 ซ่อมบ้าน–ซ่อมรถ–ซ่อมอุปกรณ์ทำกิน (85.1%) สะท้อนว่าการฟื้นอาชีพต้องเริ่มจากการฟื้น “ทรัพย์สินพื้นฐานของชีวิต” อันดับ 4 สร้างงาน–สร้างอาชีพ–ยกเว้นภาษีรายได้ (77.2%) ตัวเลขนี้มีความหมายว่า ประชาชนต้องการ “ทางรอดหลังน้ำลด” ไม่ใช่เพียงเงินเยียวยาระยะสั้น อันดับ 5 พักชำระหนี้ ลดต้นลดดอก (73.4%) เป็นความต้องการที่เน้นเสถียรภาพการเงินระยะกลางของครัวเรือน

ที่น่าเป็นห่วง คือ ความกังวลต่อระบบราชการและงานเอกสาร แบ่งออกระหว่าง เสียงของคนในพื้นที่น้ำท่วม กับ คนนอกพื้นที่ พบ “ความจริงที่ตรงและแรงที่สุด” ของงานราชการไทยในสถานการณ์วิกฤต คือ คนในพื้นที่น้ำท่วม กังวลต่อระบบราชการล่าช้า 98.3% ในขณะที่ เพียง 1.7% ที่ไม่กังวล อย่างไรก็ตาม คนนอกพื้นที่ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 64.9 กังวล แต่ร้อยละ 35.1 ไม่กังวล

กล่าวโดยสรุป ผลโพลนี้ชี้ว่า แม้น้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของภาคใต้
แต่ประชาชนยัง “เปิดใจให้รัฐบาล” หากรัฐบาลเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จริงใจ และถึงมือจริง นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เริ่มต้นด้วยการขอโทษและลงพื้นที่บริหารวิกฤตด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่จะ“พลิกวิกฤตเป็นศรัทธา”ได้จริง คือ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ใน 3–7 วันหลังจากนี้

 

///////

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top