ปธ.กกต.ลั่นพร้อมจัดเลือกตั้งสส.
กาบัตร8ก.พ.69
หารือ‘ครม.’สัปดาห์หน้า
‘อนุทิน’ปัดหักหลัง‘ปชน.’
ชี้โหวตรธน.ไม่อยู่ในMOA
‘เท้ง’ยังหวังแก้รธน.สำเร็จ
โปรดเกล้าฯพ.ร.ฎ.ยุบสภา เดินหน้าจัดเลือกตั้งภายใน 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ด้าน “อนุทิน” เปิดใจเหตุยุบสภา อ้าง “เท้ง” บอกไม่ให้ไปต่อ ยันไม่ได้หักหลัง ยึดตาม MOA แต่เรื่องคงอำนาจ สว.โหวตรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง รับสั่งสว.ไม่ได้ แย้มพร้อมหนุนประชามติแก้รัฐธรรมนูญคำถามแรกขณะที่ “ปชน.” พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลง-แก้วิกฤตรุมล้อมประเทศ ยอมรับ-ขอโทษประชาชนผลักดันวาระ รธน.ไม่สำเร็จ ยังมีความหวังกระบวนการทำรธน.ใหม่เต็มเปี่ยม ปธ.กกต.ยืนยันว่าพร้อมจัดเลือกตั้งเต็มที่และเตรียมคุยครม.ต้นสัปดาห์หน้า หารือคำถามประชามติ ยอมรับเป็นไปได้หย่อนบัตรวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ.2568 ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า ด้วยนายกรัฐมนตรี ได้นำความกราบบังคมทูลฯ สมควรยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากและมีเสถียรภาพที่ได้รับอาณัติที่ชอบธรรมจากประชาชนเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปโดยราบรื่นและเรียบร้อยสืบไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา103และมาตรา175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา 1.พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า“พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 มาตรา2.พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา 3.ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป มาตรา 4 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 45วัน แต่ไม่เกิน60วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ มาตรา5 ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
‘อนุทิน’แจงยุบสภา’เท้ง’ไม่ให้ไปต่อ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุผลในการตัดสินใจยุบสภาว่า ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชน ตนและพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลได้ เพราะพรรคประชาชนให้มาเป็นและการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็พยายามทำมาตลอด ในสัญญาที่มีต่อกันใน MOAทั้ง 4-5 ข้อ พรรคภูมิใจไทยก็ปฏิบัติมาตลอด แต่เรื่องการแก้ไขมาตรา 256/28 เกี่ยวกับอำนาจสว.ในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เคยมีการพูดกันในเอ็มโอเอมาก่อน แต่เมื่อหัวหน้าพรรคประชาชนแถลงในรัฐสภาว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่โหวตตามที่ต้องการ พรรคประชาชนก็จะไม่สนับสนุน และขอให้นายกฯยุบสภา
“ท่านโหวตให้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ท่านบอกว่าไม่สนับสนุนผมแล้ว ท่านขอให้ผมยุบสภาผมก็ทำตามท่าน เป็นไปตามมารยาท และขั้นตอนที่ควรจะเป็น” นายอนุทิน กล่าว
ไม่มีการหักหลังปชน.-ท้าไปดูเอ็มโอเอ
เมื่อถามว่า ก่อนถึงจุดนี้ได้เจรจากับพรรคปชน.แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีการพูดคุย และประสานกัน ซึ่งคนที่ประสานงานหลัก คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่า สาเหตุที่ตัดสินใจยุบสภามาจากการพรรคปชน.เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา151 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคิดว่าชัดเจนที่ท่านต้องการให้ยุบสภา ตนก็ยุบ เพราะท่านให้ตนมาเป็นรัฐบาล ตนก็ให้เกียรติท่าน เมื่อถามว่า การที่พรรคภท.สนับสนุนคงอำนาจ สว.ในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นการหักหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีการหักหลังใดๆ ให้ไปดู MOAเขียนไว้อย่างไร ซึ่งMOAไม่มีเรื่องเกี่ยวกับสว.เลย แต่เป็นข้อตกลงที่พรรคภูมิใจไทยพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อตกลงที่จะไม่มีการเพิ่มจำนวนสส.และไม่พยายามเป็นเสียงข้างมาก ซึ่งเป็นบริบททางการเมืองที่เราสามารถทำได้ แต่เราก็ไม่ทำ ซึ่งการขอให้มีมติเกี่ยวกับคำถามแก้รัฐธรรมนูญเราก็ทำให้ หากส่งมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งตนได้หารือกับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ท่านก็บอกว่าสามารถที่จะกำหนดวันทำประชามติได้ โดยอำนาจคณะรัฐมนตรีที่ยังรักษาการอยู่ ตนก็ทำให้ รักษาเงื่อนไขตามเอ็มโอเอ พร้อมย้ำว่า ไม่มีการหักหลังใดๆทั้งสิ้น
ลต.ไม่เกิน60วัน-รับรอง45วัน-ตั้ง ครม1ด.
นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงจะให้ความมั่นใจประชาชนตามแนวชายแดนอย่างไรเพราะเมื่อมีการยุบสภาฯแล้วทำให้มีความกังวลว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อว่า รัฐบาลรักษาการก็มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน มีเพียงข้อยกเว้นบางอย่างเท่านั้นแต่ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ข้อยกเว้นนั้นก็ไปอธิบายกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้และถ้าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อดูตามวางไทม์ไลน์ที่เคยดำเนินการมาเลือกตั้งไม่เกิน 60 วัน การรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 45 วัน การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ทุกรัฐบาลจะหมดวาระไปเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณซึ่งเมื่อนับๆดูก็แค่ 5-6 เดือน”นายอนุทิน กล่าว
‘ปชน.’แถลงพร้อมเดินหน้าเลือกตั้ง
ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงความพร้อมเดินหน้าเลือกตั้งและการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังมีความชัดเจนเรื่องการยุบสภา โดย นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุดที่มีการประกาศยุบสภาไปแล้ว ตนรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่พรรคปชน.ผลักดันไม่สำเร็จและขอโทษต่อประชาชนกับภารกิจในครั้งนี้ แม้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดได้ ในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเมื่อวานที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภายังมีมติให้มีคำถามประชามติในครั้งที่1 ซึ่งตอนนี้เป็นข้อผูกพันตามกฏหมายตาม พรบ.ประชามติ ที่ได้ส่งครม.แล้ว หวังว่าครม.จะดำเนินการตามข้อกฎหมายที่เป็นอยู่ ในการจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าพร้อมกับการจัดทำประชามติในส่วนของคำถามที่1เพื่ออย่างน้อยยังทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเดินหน้าได้อยู่ วันนี้ขอประกาศความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตอนนี้พรรคประชาชนมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ
หวังปชช.เลือกสส.มาก-แก้รธน.ได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันตั้งคำถามต่อนายกฯโดยตรงว่า เหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงเลือกที่จะลงมติสวนมติวิปรัฐบาลของตัวเอง พรรคประชาชนได้แสดงจุดยืนก่อนหน้านี้มาตลอดแล้ว ด้วยการทำงานผ่านกรรมาธิการหรือการประสานงานกันโดยตลอดระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง ว่าพรรคประชาชนไม่สามารถจะยอมรับได้ถ้ามีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ยังคงอำนาจ สว.1ใน3ไว้ ฉะนั้นในเรื่องของการผิดหรือไม่ผิดเอ็มโอเอ ตนอยากให้ถามคำถามในเชิงปฎิบัติกับนายกฯด้วย ส่วนกระบวนการต่อไปในครั้งหน้า อย่างน้อยเงื่อนไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็คือคำถามที่ 1 ที่จะต้องมีการจัดทำประชามติก่อน ซึ่งตอนนี้รัฐสภาได้ผ่านญัตติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นข้อผูกมัดตามกฎหมายที่ครม.รักษาการต้องดำเนินการตาม เพราะฉะนั้นความหวังในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่ และในการเลือกตั้งครั้งหน้ายิ่งเสียงของประชาชนเห็นด้วยกับพรรคประชาชนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำเร็จมากขึ้นได้เท่านั้น
‘จุลพันธ์’ฟาด‘ปชน.-ภท.’รับผิดชอบ
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปไม่ถึงวาระ 3 ถือว่าเกินความคาดหมายหรือไม่ ว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่พูดมาโดยตลอด เพราะเห็นมาตั้งแต่ต้นว่าเอ็มโอเอที่ทำมาจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) มีแต่ทางล้มเหลว เพราะเป็นดีลการเมืองที่พังพินาศที่สุดเท่าที่เคยมีมา และขัดต่อหลักการประชาธิปไตย และเมื่อเข้าสู่ดีลนี้กันแล้วมีแต่ไปสู่ความผิดพลาด สุดท้ายปรากฏชัดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม
เมื่อถามถึง กรณีที่สถานการณ์มาถึงจุดนี้ดูเหมือนว่าพรรคปชน.กับพรรคภท.โยนความผิดกันไปมา นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องรับผิดชอบทั้งคู่ สำหรับพรรค พท.ต้องแสดงความผิดหวังกับรัฐบาลก่อน เพราะสภาวะประเทศขณะนี้ทั้งสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เรื่องน้ำท่วมที่ยังแก้ไขไม่เสร็จ รัฐบาลกลับปัดทิ้งภาระความรับผิดชอบ และเลือกที่จะหนีการตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจและยุบสภา ทิ้งให้ประชาชนเดือดร้อนต่อไป แต่แน่นอนว่ากลไกภาครัฐยังสามารถเดินต่อไปได้ ทหารก็ดูแลชายแดนไป แต่รัฐบาลปัดความรับผิดชอบของตนเอง ยุบสภาหนีการตรวจสอบ
“ซึ่งต้องใช้คำว่า ปล่อยหนูเข้าป่า เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลสามารถที่จะยุบสภาได้ทัน เพื่อที่จะไม่ต้องตรวจสอบกัน เป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาล ไม่ต้องโดนตรวจสอบ ซึ่งเราผิดหวังทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ และอีกหลายพรรคการเมือง ที่มาลงชื่อไว้กับผม ก็พร้อมที่จะตรวจสอบ เรารอพรรคประชาชนว่าจะเอาอย่างไร”นายจุลพันธ์ กล่าว
ยันปล่อย’หนู’ลอยตัวหนีซักฟอก
เมื่อถามว่า สถานการณ์แบบนี้เหมือนปล่อยให้รัฐบาลลอยตัวเหนือความผิดหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ถูกต้อง ความจริงแล้วกระบวนการถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สภาก็เดินหน้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อได้ สภามีหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีเข้ามาใหม่ หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลุดออกจากตำแหน่ง ซึ่งยังสามารถเสนอชื่อเข้ามาได้ ไม่ได้ผิดอะไร และการแก้ไขปัญหาประเทศก็เดินหน้าต่อ เมื่อมีรัฐบาลใหม่มาก็ประสานงานต่อแค่นั้น แต่ตอนนี้คือมีสุญญากาศ เมื่อถามย้ำว่า เป็นการเตะหมูเข้าปากหนูใช่หรือไม่ พรรค พท.จะตั้งเกมรับมืออย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราไม่ตั้งเกม เพราะเราเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว วันนี้ต้องบอกประชาชนว่าอย่าสิ้นหวัง วันนี้ต้องใช้เวทีการเลือกตั้งนำพาประเทศกลับสู่ความถูกต้อง พรรค พท.พร้อมเป็นตัวเลือก
เมื่อถามว่า จะได้เห็นความจริงใจสุดท้ายของรัฐบาล ในการเดินหน้าทำคำถามประชามติหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร สุดท้ายพวกเราที่อยู่ในสภาก็คุยกัน เพื่อที่จะเร่งกระบวนการในการผ่านญัตติเรื่องคำถามประชามติ คำถามที่ 1 ว่า เห็นควรให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ซึ่งจบด้วยดี
“ตอนนี้ไม่ได้ถามถึงความจริงใจรัฐบาล เมื่อมีคำถามประชามติส่งไปจากรัฐสภาไปยังรัฐบาล ตามกฎหมายรัฐบาลต้องดำเนินการ ดังนั้น ไม่ต้องไปถามหาความจริงใจ ผมว่าความจริงใจเขาหมดตั้งแต่เข้าสู่เอ็มโอเอและกระบวนการลงมติมาตรา 256/28 เมื่อคืนนี้แล้ว วันนี้ไม่ได้มาถามหาความจริงใจ แต่ขอให้ทำตามกฎหมายคือ คำสั่งที่รัฐสภาส่งไปให้ถาม ก็ไปถามซะ” นายจุลพันธ์กล่าว
‘ภูมินทร์-กิตติ-ประเสริฐ-นุชนาถ’ซบ ภท..
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 4 พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ภาพหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมโพสต์ภาพถ่ายร่วมกับ 3 สส.พรรคเพื่อไทย คือ นายกิตติ สมทรัพย์ อดีต สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 , นายประเสริฐ บุญเรือง อดีต สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 และ นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร อดีต สส.ศรีสะเกษ เขต 9 พร้อมโพสต์ข้อความว่า “ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้วนะครับ”ต่อมา นพ.ภูมินทร์ เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคเพื่อไทย และได้กรอกใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยเตรียมจะยื่นในวันที่ 13ธ.ค.68 รวมถึง นายกิตติ , นายประเสริฐ และ นางนุชนาถ ได้เตรียมยื่นสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน
ปชป.พร้อมเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งหลังรัฐบาลประกาศยุบสภา ว่า พรรคมีความพร้อม ไม่มีปัญหาอะไร เราเป็นพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้เสมออยู่แล้ว ตนก็ได้กำชับผู้บริหารทุกคนมาตั้งแต่ต้น ว่าเราทำงานแข่งขันกับเวลา แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดในหลายเรื่อง แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆแต่ก็มั่นใจ ขณะนี้เราเร่งทำกันมาก ซึ่งก็มีความพร้อม และเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศ ในแง่ผู้สมัครก็เร่งรัดปฏิบัติตามขั้นตอน และเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างครบถ้วน และมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาทำการเมืองแบบสุจริตจำนวนมาก ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องกลั่นกรองและคัดเลือกให้เหมาะสมที่สุด
เสียดายยังแก้สู้รบเขมร-น้ำท่วมไม่จบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ห่วงใย และได้ออกแถลงการณ์ไปตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งต้องยอมรับว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้ ทั้งการสู้รบตามแนวชายแดน และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย หากเรามีการเมืองที่เป็นเอกภาพ มีพลังและมีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยดี พร้อมกับยอมรับว่ารู้สึกเสียดาย อาจจะเรียกว่าการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองสุดก็แล้วแต่ ทำให้เกิดการชะงักงัน สิ่งที่ตนอยากจะเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ต้องมุ่งมั่นในการดำเนินภารกิจ ทั้ง 2 เรื่องให้เสร็จสิ้นด้วยดี แม้ว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งก็จะมีข้อจำกัดไปโดยปริยาย ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้กระทั่งรัฐบาลหรือตัวนายกรัฐมนตรี ต้องมาใช้เวลากับการรณรงค์หาเสียง การที่รัฐบาลไม่ได้มีอำนาจเต็ม และต้องรักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามา และการตัดสินใจในนโยบายใหม่ๆ ก็คงทำไม่ได้ และอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ เพราะเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง จะมีเรื่องของกกต.ซึ่งอย่างน้อยที่สุด ถ้าเริ่มต้นวันนี้นายกรัฐมนตรีกับรัฐบาล จะดูแลภารกิจเหล่านี้ว่าจะไม่กระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นั่นคือสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอในวันนี้มากกว่า ส่วนเรื่องการเลือกตั้งก็ว่าไปตามกระบวนการของพรรคการเมือง
จัดได้ทั่วปท.หรือไม่ต้องไปถามกกต.
เมื่อถามว่าคิดว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะอาศัยช่วงนี้เป็นรัฐบาลรักษาการณ์ยาว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปลากยาวด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ได้ ยกเว้นเท่าที่กฏหมายให้อำนาจไว้ อย่างกรณีที่ก่อนหน้านี้ที่มีการเลื่อนเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดศรีสะเกษ ก็เป็นไปตามกฎหมาย คือกกต.เห็นแล้วว่าการจะเลือกตั้งในพื้นที่เหล่านั้นมันจัดไม่ได้ หรือไม่สามารถจัดได้ และทำให้เกิดความมั่นใจว่าประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ก็เป็นอำนาจของกกต.ที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง แต่จะเป็นการทั่วไปยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายจะอนุญาตอย่างไร
เมื่อถามว่ามีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญิวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่งประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่ามีบทบัญญัติที่พยายามมาปรับ เพื่อแก้สถานการณ์ตรงนั้นอยู่ว่าในกรณีบางพื้นที่ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรก็คงเป็นหน้าที่และอำนาจของกกต.ที่จะวินิจฉัย ส่วนการชิงยุบสภากระทันหันมองว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบเพื่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่อยากไปถกเถียงว่าใครเป็นคนผิดข้อตกลงหรืออะไร เพียงแต่มันน่าเสียดายตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์ไปว่าถ้าพรรคการเมืองจะพยามยามหาทางออกร่วมกันผลักดันสิ่งที่เป็นเป้าหมายร่วมกันสักนิดก็จะหลีกเลี่ยงที่จะทำให้บางปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต้องได้รับผกระทบไปด้วย
ถ้าหันหน้าหากันก็แก้ไขรธน.ได้
“ความได้เปรียบเสียเปรียบก็ทราบกันมาอยู่แล้วตามเงื่อนไข ให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ เพราะนายกฯพูดมาตลอดว่าถ้าขยับอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ เขาก็จะยุบสภา เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้พรรคประชาชนก็ไม่ได้บอกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเคยถูกสอบถามก็บอกว่ารัฐบาลยังไม่มีความผิดร้ายแรง แต่พอมีปัญหาเรื่องตกลงกันไม่ได้ เรื่องสาระของรัฐธรรมนูญเลยทำให้เป็นเหตุขึ้นมา ในใจผมก็นึกว่าถ้าเราเอาเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่มาเป็นตัวตั้งของประเทศแล้วคุยกันเสีย เผื่อหาทางออกได้มันก็น่าจะดีกว่านี้ แต่เมื่อถึงจุดนี้ก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ยังสับสนทำไมชิงประกาศยุบสภา
เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆที่ค้างอยู่ในสภาฯไม่สามารถออกมาได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ตนมีความรู้สักสับสนนิดหน่อยว่า ฝ่ายที่ต้องการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติม หรือจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อยู่ดีๆก็เลือกเส้นทางทำให้มันจบลง แม้จะเสนอให้ ครม.อนุมัติให้ทำประชามติ แต่จริงๆแล้วตรงนี้ไม่ได้ช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้น เพราะจริงๆแล้วก่อนหน้านี้คำถามที่ไปถามประชาชนจะไปถามพร้อมกับตัวร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้จัดทำใหม่ แม้มีการทำประชามติไปพร้อมการเลือกตั้งแล้วผ่านก็ยังต้องทำประชามติอีกรอบอยู่ดี วันที่ไปแก้รัฐธรรมนูญมาตรา256 จริงๆแล้วก็แปลกใจอยู่ว่าแทนที่จะพยายามหาทางออกก็ไปเลือกเส้นทางที่เหมือนกับมาตั้งต้นกันใหม่
‘โสภณ’มองยังอพยพ ไม่น่าเลือกตั้งได้
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะกำกับดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดการเลือกตั้ง สส. ซึ่งกฎหมายกำหนดให้จัดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด 400 เขต แต่ยังมีสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา จะมีปัญหาหรือไม่ ว่า ถ้ามันไม่สงบก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้าคนยังอพยพอยู่อย่างนี้จะเลือกตั้งอย่างไร ซึ่งไม่น่าจะได้ เพราะต้องเลือกตั้งพร้อมกัน เมื่อถามถึงการหาเสียงของพรรค ภท.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นายโสภณ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เราก็ดูแลประชาชน ซึ่งจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ยังไม่รู้ อยู่ที่ กกต.
‘วราวุธ’ลาออกชทพ.15ธ.คซบ.ภท.
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) หลังจากที่นายวราวุธศิลปอาชา อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำอดีต สส.ของพรรคทั้ง 10 คน ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ล่าสุด บรรดาอดีต สส.พรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 10 คน ประกอบด้วย นายวราวุธ, นายประภัตร โพธสุธน อดีตเลขาธิการพรรค , นายสรชัด สุจิตต์ , นายนพดล มาตรศรี , นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีต สส.สุพรรณบุรี , นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ นายอนุชา สะสมทรัพย์ และนายศุภโชค ศรีสุขจร อดีต สส.นครปฐม และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีต สส.ร้อยเอ็ด ต่างทยอยเดินทางมายังที่ทำการพรรค ชทพ. เพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อนายทะเบียนพรรคแล้ว และในวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม นี้ อดีตสส.ทั้ง 10 คน นำโดยนายวราวุธจะเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
รายงานข่าว ระบุว่า หลังจากที่นายวราวุธ ลาออกแล้ว เท่ากับว่ากรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค ต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่งและต้องมีการเลือกขึ้นมาใหม่ ภายในระยะเวลา 60 วัน ดังนั้นการปรับโครงสร้างภายในพรรคจะดำเนินการหลังจากนี้ และเมื่อนายวราวุธ ลาออกแล้ว จะให้นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคไปพรางก่อน เพื่อรอการเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคของน.ส.กัญจนา ศิลปะอาชา
ประธานกกต.พร้อมจัดเลือกตั้ง
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.ให้สัมภาษณ์หลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการการเลือกตั้ง ว่า วันนี้ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและเมื่อมีการยุบสภา กกต.ก็จะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งเรามีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอาจมีการยุบสภาขึ้น จึงได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ โดยมีการแบ่งเขตตามจำนวนประชากรที่เพิ่มลดในบางจังหวัดแล้ว คาดว่าภายในวันจันทร์หรืออังคารจะมีความชัดเจน ส่วนไทม์ไลน์การเลือกตั้งสำนักงานกกต.ก็เตรียมไว้แล้ว ส่วนวันเลือกตั้งเป็นไปได้ที่จะเป็นวันอาทิตย์ที่ 8ก.พ.69 เหมือนที่สื่อคาดการณ์
เป็นไปได้จัดหย่อนบัตร8ก.พ.69
เมื่อถามว่าสถานการณ์สู้รบไทยกัมพูชา อาจทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ภายในวันเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนดมีการเตรียมการอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า เราก็คาดการณ์ไว้ และได้มีการติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา แต่การจัดการเลือกตั้งต้องจัดพร้อมกันอยู่แล้ว ซึ่งก็จะทำเต็มที่ และยังเชื่อว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ ส่วนเรื่องทำประชามติจะเกิดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ต้องรอ ครม. ก่อน ทราบว่า ครม.จะส่งผู้แทนมาพบ กกต.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเห็นว่าครม.รักษาการมีอำนาจในการจัดออกเสียงประชามติได้และมีอำนาจที่จะอนุมัติงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อถามว่า รู้สึกกดดันกับการทำงานหรือไม่เพราะเข้ามาในช่วงที่ประชาชนมีความคาดหวัง นายณรงค์กล่าวว่า “ไม่กดดันครับ เพราะเป็นหน้าที่ และจะจัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุด”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี