วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 3 กรกฎาคม 2569 กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 33 คน นำโดย ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นางรสนา โตสิตระกูล, และนายอลงกรณ์ พลบุตร ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อให้เร่งรัดส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า
.jpg)
แถลงการณ์ กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
เรื่อง เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ
เรียน พี่น้องประชาชนชาวไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
สืบเนื่องจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 2๐๐ คน เมื่อกลางปี พ.ศ. 2567 ซึ่งถือเป็นกลไกกลางอันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยและการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ ทว่า ตลอดกระบวนการเลือกกันเองในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ กลับปรากฏพฤติการณ์ ข้อบ่งชี้ และพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการทุจริตเชิงระบบที่ไร้ความสมบูรณ์ชอบธรรม มีลักษณะการตกลงร่วมมือและสมยอมคะแนนในลักษณะกระบวนการ จัดตั้ง (Block Vote) หรือ "การฮั้วเลือกตั้ง" อย่างกว้างขวาง
ดังที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงสะเทือนวิชาชีพสื่อสารมวลชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสองปี ที่ผ่านมา
ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งก่อกำเนิดและปฏิบัติหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และวางรากฐานการปฏิรูปประเทศให้ตั้งมั่นอยู่บนความโปร่งใส เที่ยงธรรม และหลักธรรมาภิบาล มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสภาวการณ์ปัจจุบันที่กำลังกัดเซาะความมั่นคงของสถาบันการเมือง จึงขอแถลงการณ์เรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสังคมไทย ดังต่อไปนี้
1. วิกฤตการณ์แทรกแซงและยึดครององค์กรตรวจสอบต้นน้ำ
การปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้ง สว. ดำเนินไปจนเสร็จสิ้นและมีการรับรองผล โดยปราศจากการกลั่นกรองและคัดแยกผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้สภาสูง ซึ่งเป็น "ต้นน้ำ" ของอำนาจนิติบัญญัติและมีหน้าที่สรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ—ถูกยึดครองโดยตัวแทนแฝงเร้นของกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มทุนอิทธิพล การปล่อยปละละเลยพฤติการณ์ดังกล่าวให้ล่วงเลยมากว่าสองปี ได้เปิดโอกาสให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐถูกแทรกแซงจนบิดเบือน นำไปสู่ วิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระและความสั่นคลอนของระบบนิติรัฐที่ยากจะเยียวยา
2. พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ล่วงเลยเวลาที่ควรนิ่งเฉย
กกต. ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็น ไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มิอาจเพิกเฉยหรือประวิงเวลาให้กระบวนการอันมิชอบด้วยกฎหมายนี้ บ่อนทำลายรากฐานของชาติ ได้อีกต่อไป บัดนี้ ระยะเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงลึก และหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ปรากฏต่อสาธารณะ ล้วนบ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่ากระบวนการได้มา ซึ่ง สว. ชุดนี้ มีความด่างพร้อยและส่อทุจริตในวงกว้าง
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
3. มาตรการเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติทันที
เราขอเรียกร้องให้ กกต. แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม โดยดำเนินการในทันที ดังนี้
เร่งรัดส่งสำนวนคดีสู่ศาลฎีกา : นำสำนวนการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติการณ์บล็อกโหวต (Block Vote) หรือสมยอมคะแนนที่มีความชัดเจน ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ และให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด
ดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด : ดำเนินคดีทางอาญากับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการ ทุจริตเลือกตั้ง สว. ทุกรายอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและสร้าง บรรทัดฐานที่ถูกต้องมิให้เกิดการลอกเลียนแบบในอนาคต
บทสรุปและคำมั่นสัญญา
กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มุ่งหวังที่จะเห็นกลไกของวุฒิสภาเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นกลาง มีเกียรติภูมิ และปราศจากการครอบงำจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่ชี้นำทิศทางประเทศยาวนานถึงสองปี ถือเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศและทรยศต่อความหวังของประชาชนอย่างร้ายแรง
พวกเราขอเร่งเร้าให้ กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมายส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลฎีกาโดยพลัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และคืนความชอบธรรมให้แก่สถาบันนิติบัญญัติ ก่อนที่ระบบรัฐสภาของไทยจะเสียหายจนเกินกว่าจะกอบกู้ “ร่วมกันปฏิรูปประเทศ และปกป้องระบบรัฐสภา เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรม” กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
1. ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร
2. ธรรมรักษ์ การพิศิษฏ์
3. ศ. ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่
4. รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน
5. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
6. รสนา โตสิตระกูล
7. คุรุจิต นาครทรรพ
8. อลงกรณ์ พลบุตร
9. มานิจ สุขสมจิตร
1๐. รศ. ประภาภัทร นิยม
11. ประชา เตรัตน์
12. หาญณรงค์ เยาวเลิศ
13. รศ. จุมพล รอดคำดี
14. ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์
15. ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
16. นพ. พลเดช ปิ่นประทีป
17. บุญเลิศ คชายุทธเดช
18. พลเอกประสูติ รัศมีแพทย์
19. เทียนชัย ปิ่นวิเศษ
20. สรณะ เทพเนาว์
21. สมสุข บุญญะบัญชา
22. ดร. อุทัย สอนหลักทรัพย์
23. ผศ. ดร. ณรงค์ พุทธิชีวิน
24. ดร. โกวิทย์ ทรงคุณ
25. สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์
26. ธวัช สุวุฒิกุล
27. ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์
28. รศ. ดร. สุชาติ นวกวงษ์
29. ดร.อรพินท์ สพโชคชัย
30. ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์
31. ประสาร มฤคพิทักษ์
32. รศ. ดร. สืบพงศ์ ธรรมชาติ
33. กาศพล แก้วประพาฬ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี