‘ศึกเขมร’หลักฐานเชิงประจักษ์ หักล้าง 3 วาทกรรมด้อยค่ากองทัพ-ทหาร

‘ศึกเขมร’หลักฐานเชิงประจักษ์ หักล้าง 3 วาทกรรมด้อยค่ากองทัพ-ทหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

‘ศึกเขมร’หลักฐานเชิงประจักษ์ หักล้าง 3 วาทกรรมด้อยค่ากองทัพ-ทหาร

1 มกราคม 2569 พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Teeranan Nandhakwang ระบุว่า...


ปีใหม่ปีนี้ เป็นปีที่มีการทลาย วาทกรรม ที่ด้อยค่า กองทัพ และ ความเป็นทหาร ด้วยกัน 3 วาทกรรม คือ

1) มีทหารไว้ทำไม :

วาทกรรมนี้ ถูกส่งออกมาเพื่อด้อยค่าทหารและกองทัพอย่างชัดเจน พอมีคนอธิบาย ก็จะคนมาตอบว่า เขาไม่ได้หมายถึงทหารที่ทำหน้าที่ตามแนวชายแดน เขาหมายถึง ทหารที่เข้ามายุ่งการเมือง แต่เวลาพูดถึงวาทกรรมนี้ จะถูกส่งออกกระทบทหารที่เหลือทั้งกองทัพ

2) ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ :

วาทกรรมนี้ถูกส่งออกมาหลังวาทกรรม “มีทหารไว้ทำไม” เป็นวาทกรรมที่ตอกย้ำ ด้อยค่า ปรามาส ขีดความสามารถ ของกองทัพ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่จำเป็นในการจัดหาอาวุธที่ทันสมัย ควรเอางบประมาณไปทำอย่างอื่นดีกว่า

3) ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง :

เป็นวาทกรรม ที่สร้างความแตกแยก ให้กับทหารในระดับต่างๆ มีการแบ่งแยกกันเองว่าเป็นคนละพวก ด้อยค่าสร้างความไม่เท่าเทียม ระหว่าง พลทหาร นายทหารชั้นประทวน นายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นนายพล

จากสถานการการสู้รบกับ เขมร ใน 2 ครั้งที่ผ่านมา คิดว่าคงจะมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ ทั้ง 3 วาทกรรม ว่า

* ทหารมีไว้ทำไม - ทหารก็เหมือนอาชีพต่างๆ ที่มีทั้งคนดีและไม่ดี การเหมารวมคงจะไม่ใช่คำตอบ พรรคการเมือง ที่ส่งออกวาทกรรมนี้ ก็ไม่ต่างกันที่ ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. มีคนฉ้อโกง มีคนพัวพันยาเสพติด มีคนล่วงละเมิดทางเพศ แล้วเราจะถามกลับได้หรือไม่ว่า เราจะมี พรรคการเมืองนี้ไว้ทำไม

* ทหารไทยรบยังไงก็แพ้ - สถานการณ์ การสู้รบ ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาคงเป็นคำอธิบายได้อย่างชัดเจน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ถึงความเป็น มืออาชีพในการสู้รบ ของทหารไทย

* ทหารชั้นผู้น้อย หรือ ทหารระดับล่าง - กองทัพก็เหมือนองค์กรอื่นๆ ที่บุคคลหลายระดับในที่ทำงาน แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ที่ต่างกัน หัวหน้า มีน้อยกว่าลูกน้อง ซึ่งทหารก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อ ทหารออกไปทำการรบด้วยกัน เขาก็เป็นทีมเดียวกัน หัวหน้าลูกน้อง ก็ออกไปทำการรบตามตำแหน่งหน้าที่ตนเอง ทหารทุกคนที่ออกรบร่วมกัน เราถือว่าทุกคนเป็นสหายร่วมรบ เพราะกระสุนไม่เลือกว่าใครเป็นใคร

จากการสู้รบกับเขมร 2 ครั้งที่ ผ่านมาคงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สามารถหักล้าง วาทกรรม ทั้ง 3 ได้อย่างชัดเจน พวกเรา ที่เป็นทหาร ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ บางคนก็ไม่ได้กลับมา บางคนกลับมาไม่ครบ 32 บางคนกลับมาแต่ต้องมาอยู่สภาวะที่หวาดกลัว

ผมอยากจะบอกว่า การรบครั้งนี้มีการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนควบคุมบังคับบัญชาที่ มีเอกภาพ ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่สลับซับซ้อน มีนายทหารขั้นยศ นายพล เดินเต็มแนวหน้าไปหมด ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ทบ. แม่ทัพ ผบ.พล. ผบ.พล.ป. ผบ.พล.รพศ. ผบ.ขกท. ผบ.มทบ.ต่างๆ

สรุปก็คือ

- ท่านจะชอบหรือไม่ชอบเรา เราไม่ว่า เราไม่เคยเรียกร้อง เพราะเราก็จะทำหน้าที่ของเรากันต่อไป แต่อย่ามาด้อยค่าพวกเราเลย มันบั่นทอน ความรู้สึกของคนที่ออกไปทำหน้าที่

- ส่วนการออกไปทำงานของทหาร ตำรวจ อส. พลเรือน นักการเมืองต่างๆก็อย่าเอาไปหาเสียง   กันมากนัก

….Hooah!!!!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top