พท.จูบปากทุกขัว  เคลียร์กันได้ถ้านโยบายไม่ขัดกัน

พท.จูบปากทุกขัว เคลียร์กันได้ถ้านโยบายไม่ขัดกัน

วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พท.จูบปากทุกขัว

เคลียร์กันได้ถ้านโยบายไม่ขัดกัน

ขอได้ทำงานเพื่อชาวบ้าน

‘เท้ง’นำปชน.บุก‘โคราช’

ตั้งใจเต็มร้อยขอเป็นรบ.

การันตีไม่มี‘เทา’เจือปน

“ยศชนัน” นำทัพเพื่อไทย หาเสียงสวนลุมพินี ประกาศชัดยังไม่ปิดตายทางการเมือง พร้อมผสมพันธุ์ทุกขั้วถ้านโยบายไม่ขัดกัน ด้าน “เท้ง” นำทัพปชน.เยือนเมืองย่าโมมุ่งมั่นเป็นรัฐบาล การันตีไม่มี“สีเทา”เข้ามาเจือปน

เมื่อเช้าวันที่ 2มกราคม2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.)และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วย ฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน และขอบคุณคะแนนเสียงชาวจังหวัดนครราชสีมา มากกว่า 5 แสนคะแนน ที่มอบให้อดีตพรรคก้าวไกล และผู้สมัครได้รับเลือกเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตถึง 3 ที่นั่ง จากทั้งหมด 16 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา การหาเสียงเช้าวันนี้เริ่มด้วยเดินตลาดหลักเมือง ตลาดปะปา ตลาดหัวรถไฟ และตลาดใหม่แม่กิมเฮง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเขตพื้นที่ ปิยชาติ รุจิพรวศิน ผู้สมัคร สส. เขต 2 และ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้สมัคร สส. เขต 3 จากนั้นเวลา 13.00 นาฬิกา ช่วงบ่ายวันนี้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มีกำหนดการพร้อมด้วยผู้สมัคร สส. นครราชสีมา เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม ต่อไป


สำหรับจังหวัดนครราชสีมา พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 16 เขต ดังนี้ ฉัตร สุภัทรวณิชย์ เขต 1 (เบอร์ 7) ปิยชาติ รุจิพรวศิน เขต 2 (เบอร์ 7) ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ เขต 3 (เบอร์ 5) ภาคภูมิ ประชญาภูมิวงศ์ เขต 4 (เบอร์ 3) กฤศวัฒน์ เลิศวิริยาภรณ์ เขต 5 (เบอร์ 4) ธัญญาภรณ์ กุลนอก เขต 6 (เบอร์ 8) อธิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 7 (เบอร์ 6) ศาสตรา นากระโทก เขต 8 (เบอร์ 5)

เศวตโชติ ตันติกุล เขต 9 (เบอร์ 5) ดวงทิพย์ ปานรักษา เขต 10 (เบอร์ 4) ณฐพงศ์ สอบกิ่ง เขต 11 (เบอร์ 5) ชรินทร์ ทำดี เขต 12 (เบอร์ 2) นาลันทา บุญชิต เขต 13 (เบอร์ 6) หนึ่ง ขัติยะนนท์ เขต 14 (เบอร์ 1) บรรดูลย์ พูนรัตนบัณฑิตย์ เขต 15 (เบอร์ 4) มาร์ค อุสมาน ปาทาน เขต 16 (เบอร์ 5)

นายณัฐพงษ์ ขอโอกาสพี่น้องประชาชน กา 1 ใบให้พรรคประชาชนเบอร์ 46 กาอีก 1 ใบให้ สส. เขตจากพรรคประชาชน ขอความไว้วางใจให้เป็นรัฐบาลประชาชนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศดีขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนที่ดีขึ้น

ประกาศลั่นโคราชเลือก‘ปชน.’ไม่มีเทา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน และขอบคุณคะแนนเสียงชาวจังหวัดนครราชสีมา มากกว่า 5 แสนคะแนน ที่มอบให้อดีตพรรคก้าวไกล และผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สส.แบบแบ่งเขตถึง 3 ที่นั่ง จากทั้งหมด 16 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวโคราชการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา มอบความไว้วางใจให้กับพรรคก้าวไกล สำหรับโจทย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้เป็นจุดตัดสินชี้ชะตาอนาคตของประเทศ เป็นวันที่ประชาชนทุกคนมีอำนาจเป็นของตัวเองจริงๆ เพราะว่าไม่มีเสียงของ สว.มาโหวตเหมือนครั้งที่แล้ว วันที่ 8 กุมภาพันธุ์ 2569 อยากจะฝากให้พ่อแม่พี่น้องชาวโคราชทุกๆคน ใครที่ถูกใจในการทำงานของตัวแทนจากพรรคประชาชน ก็ขอฝากลงคะแนนให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อประเทศไทยไม่มีสีเทา ประเทศไทยที่เท่ากัน และประเทศไทยที่เท่าทันโลก เป็นได้แน่นอนด้วยรัฐบาลของประชาชน

ผู้เสื่อข่าวถามว่าพรรคประชาชนครั้งนี้จะเข้าไปเป็นรัฐบาลได้แน่นอนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีความตั้งใจว่าจะเข้าไปเป็นรัฐบาล และครั้งนี้เรามีทีมบริหารจาก สส.ในพื้นที่ที่ดี นโยบายที่ดี เราเตรียมเปิดตัวหลังปีใหม่นี้ จะทยอยเปิดตัวทีมบริหาร ฝากทุกคนช่วยกันติดตามเป็นแรงใจแรงเชียร์ เชื่อมือพวกเราได้แน่นอน

เพื่อไทยหาเสียงสวนลุมพินี

เช้าวันเดียวกัน ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมพรรค พท.วิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี ถึงนโยบายด้านสวนสาธารณะและสุขภาพว่า ต้องพูดถึงเรื่องของ การลดรายจ่ายก่อน เพราะร่วม 10 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เป็นเรื่องสุขภาพที่ไม่ดี โดยการดูแลเรื่องค่ารักษาคือ เรื่องของปลายทาง ซึ่งเราพยายามแก้ปัญหาที่ต้นทาง ทั้งนี้ เราพบว่า ประมาณ 64 เปอร์เซ็นต์ เราสามารถป้องกันที่จะเกิดโรคได้ จึงอยากเชิญชวนทุกคนออกกำลังกาย เพื่อการดูแลร่างกาย

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องสวนสาธารณะและสภาพอากาศ พรรค พท.ได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นสมาชิกวุฒิสภา แต่ยังไม่สุดทางซึ่งเราจะผลักดันเรื่องนี้และกฎหมายลูกต่อไป เพราะอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจด้วย การที่อากาศมีปัญหาทำให้ชีวิตข้างนอก ทุกคนไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ดังนั้นอากาศสะอาดจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นและทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการแก้ปัญหาหลายภาคส่วน จะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถขึ้นรถไฟฟ้าและขึ้นรถเมล์มา ซึ่งต้องมีการลดค่าใช้จ่าย รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม

เน้นปัญหาเรื่องปากท้อง

เมื่อถามว่า ระหว่างวิ่งมีประชาชนสะท้อนอย่างไรบ้างนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องของปากท้อง ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่เข้ากับนโยบายของพรรค พท. อย่างที่สวนสาธารณะเรื่องปากท้องเป็นเรื่องที่นำมาพูดคุยกันที่นี่ บางส่วนมีการพูดคุยเรื่องการใช้ชีวิต เช่น ผู้สูงอายุเมื่อเจอกับคนต่างรุ่นก็มีการพูดคุยแนะนำกัน ซึ่งในส่วนของสวนสาธารณะ เป็นเรื่องที่พูดคุยกันมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นเป็นการปราศรัยในสวนสาธารณะ

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ดังนั้น สวนสาธารณะจะเป็นจุดศูนย์รวมที่เวลามีคนมีความเครียดก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่ ฉะนั้น การที่เราทำให้สวนสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ดี ซึ่งตรงนี้จะเป็นศูนย์รวมและทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การที่เราทำการผลักดันให้สตรีทฟู๊ดโดยการหาที่ขายให้ ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทย และไม่ใช่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่หากกรุงเทพฯ ทำได้จังหวัดอื่นก็ต้องทำได้เช่นกัน

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. กล่าวเสริมถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า ก่อนหน้านี้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่ยอมรับว่า กระบวนการของกรรมาธิการ ใช้เวลาค่อนข้างนานถึง 2 ปี มีการปรับแก้ และสุดท้ายเข้ามาในสภา แม้เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็ใช้เวลาเป็นเดือน จนกระทั่งผลักดันจนผ่านกระบวนการเข้าไปสู่ชั้น สว.แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภา ทำให้ตัวกฎหมายนั้นติดขัด ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะผลักดันตัวกฎหมายหรือไม่ แต่พรรค พท.ยืนยันว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล ยืนยันที่จะผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไปให้ได้ เพราะจะเป็นเครื่องยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้รับอากาศบริสุทธิ์

พร้อมจูบปากหลายค่าย

นายยศชนัน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มส่งสัญญาณจะจับมือทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะจับขั้วกับพรรคใดบ้าง ว่า ตนคิดว่าประเด็นนี้ประชาชนเริ่มมองเห็นแล้วว่าการจับขั้วในตอนนี้อาจจะเร็วเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญมากคือเรามองประชาชนเป็นที่ตั้ง เราพยายามที่จะเดินทางไปพูดคุยกับผู้คนว่ามีปัญหาเดือดร้อนแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นแนวนโยบายที่จะส่งไปถึงประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีแนวนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งหากพรรคการเมืองใดไม่ได้มีประเด็นนโยบายที่ไม่ไปทางเดียวกัน ก็สามารถจับได้ทุกขั้ว

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปิดตาย หากพรรคไหนนำนโยบายพรรคเพื่อไทยไปปฏิบัติก็สามารถจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ใช่ และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนพยายามบอกว่าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 เรายังไม่ค่อยจะเต็มใจตอบ เพราะเมื่อเราลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคน จึงมองว่านโยบายเราจะเป็นตัวตั้ง และต้องมาดูว่าพรรคการเมืองไหน สามารถที่จะจัดทำนโยบายพรรคเพื่อไทยทำได้ และเปิดกว้างหากพรรคการเมืองอื่นมีนโยบายที่ดีและสอดรับเราก็พร้อมที่จะทำ

เมื่อถามย้ำว่า เงื่อนไขการจับมือของพรรค เพื่อไทยต่อประเด็นมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค เพื่อไทยกล่าวเสริม ว่า เงื่อนไขการจับมือคือต้องดูนโยบาย ทุกอย่างอยู่ในนโยบายหมด รวมถึงเรื่องที่ถามก็เป็นนโยบาย

เปิดนโยบายสวัสดิการดูแลในท้องถึงชรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เปิดเผยรายละเอียดสวัสดิการของประชาชนหากได้เป็นรัฐบาล ระบุว่า คนไทยมีสวัสดิการทั่วถึงเท่าเทียม รัฐบาลประชาชน เสนอชุดนโยบายสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่ตั้งครรภ์ถึงยามสูงวัย ให้คนไทยเกิด-แก่ อย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายคนวัยทำงานที่ต้องหาเลี้ยงทั้งพ่อแม่และลูก ยืนยันว่าชุดสวัสดิการนี้คิดบนพื้นฐานงบประมาณที่เป็นจริง ตามสภาวะทางการคลังของประเทศ มีเงินจ่าย ไม่เสียวินัยการคลัง ในส่วนของเด็ก ได้เบี้ยเด็กเล็ก ปี 2569 ได้ 600 บาท/เดือน ถ้วนหน้า ปี 2572 ได้ 1,200 บาท/เดือน ถ้วนหน้า ได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ 5 เดือน (รวมได้ 3,000 บาท/ครรภ์) เกิดมาแล้วได้ Baby box ของขวัญวันเกิด เป็นเครดิต 3,000 บาท เอาไปซื้อของใช้สำหรับเด็ก จัดสร้างศูนย์ดูแลเด็กอ่อน 4 เดือน ถึง 2 ปี 1,000 แห่ง ทั่วประเทศ

ข่าวแจ้งว่า ขณะที่คนทำงาน มีค่าโดยสารร่วม เริ่มต้น 8 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท ใช้ได้ทั้งรถเมล์-รถไฟฟ้า ช่วยค่าเช่าบ้าน 50% (ไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน) เป็นเวลา 6 เดือน ได้ 500,000 ครัวเรือนต่อปี เปลี่ยนค่าเช่าบ้าน เป็นค่าผ่อนบ้านของการเคหะได้ สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ชำระผ่านบิลค่าไฟรายเดือน ส่วนคนสูงวัย ได้เบี้ยผู้สูงอายุ ปี 2569 ได้ 600 บาท/เดือน ปี 2572 ได้ 1,200 บาท/เดือน พ่วงกับระบบ Long Term Care ติดเตียง ติดบ้าน มีคูปองระบบดูแลให้อีกเดือนละ 6,000 บาท เอาเงินส่วนนี้ให้ลูกหลานตัวเองที่มาดูแลได้ หากลูกหลานผ่านการอบรม มีใบรับรองเป็น Care Giver ลดและปลดหนี้เกษตรผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป รัฐบาลประชาชน มีเรา มีสวัสดิการทั่วถึงให้คนทุกวัย จ่ายได้จริง ไม่เสียวินัยการคลัง

ปชป.เปิด3ยุทธวิธีหาเสียงของ’ชวน’

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า บอกความจริงกับประชาชน ผมนำผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.พัทลุง ทั้ง 3 เขต ไปสวัสดีปีใหม่ท่านชวน หลีกภัย ที่จ.ตรัง ท่านถามผู้สมัครทั้ง 3 คน ว่า อยากเป็นส.ส.จริงๆไหม ทั้ง 3 คนตอบพร้อมกันว่า อยากเป็น

จากนั้น ท่านร่ายยาวถึงการหาเสียงว่า 1.ต้องขยันและปราศรัยเยอะๆ 2.การปราศรัยนั้น ต้องพูดความจริงกับประชาชน ว่า ขณะนี้เกิดอะไรขึ้น และ หากไม่มีการแก้ไข จะเป็นอย่างไร 3.ต้องยึดมั่นในการเมืองสุจริต และพูดถึงอันตรายของการเมืองสีเทา แล้วท่านหันมาพูดกับผมว่า ให้แนะนำวิธีการปราศรัยให้น้องๆ ด้วยขากลับผมบอกน้องๆว่า พวกคุณ โชคดีที่สุดแล้ว ที่ได้อยู่ร่วมทีมเดียวกับท่านชวน หลีกภัย นักการเมือง ผู้ได้รับการยอมรับว่า มีความซื่อสัตย์สุจริตที่สุดในเมืองไทย

“เอกสิทธิ์”เปิดเกมรุก

ที่ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมกก.บห.พรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและผู้สมัครสส. กทม.25 เขตร่วมประกอบพิธีสักการะองค์ศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัยเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ แสดงความพร้อมในการทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยนายเอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยให้กับผู้สมัครในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงสมุทรปราการและผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ โดยขอพรให้ชนะเลือกตั้งในครั้งนี้ และขอให้ประชาชนสนับสนุนพรรคปวงชนไทย

โดยพรรคปวงชนไทยมีนโยบายการสร้างรายได้ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ที่ไทยจำเป็นจะต้องขยายฐานการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะ ไฮไลท์ที่ศาลหลักเมืองและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้วฯ ที่จะต้องมีการโปรโมทและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศได้รับทราบ รวมถึงสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เช่น ถนนเยาวราชที่เป็นเสน่ห์ของคนไทย หรือบางจุดยังขาดการประชาสัมพันธ์ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคปวงชนที่จะต้องประชาสัมพันธ์และนำรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะ การสนับสนุนสร้างแหล่งท่องเที่ยวเพิ่ม เพื่อนำเม็ดเงินมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม รวมถึงดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ

หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ยืนยันว่า พรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการหาเสียง ซึ่งผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้นำนโยบายของพรรคที่เน้นแก้ไขปัญหาปากท้อง สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ ดึงเม็ดเงินเข้ามา ทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยพรรคปวงชนไทย ยังมีการวางแผนการหาเสียง โดยจะมีการเปิดเวทีทุกจังหวัดที่ส่งผู้สมัคร สส.และเดินหาเสียงทุกวัน ดังนั้นจึงมั่นใจว่า พื้นที่เป้าหมายของพรรคคือกทม. และสมุทรปราการคาดหวังว่าจะชนะใจประชาชนได้ เพราะผู้สมัครของกทม.ต่างก็มีชื่อเสียง และเป็นผู้มีประสบการณ์ ส่วนพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการผู้สมัครเป็นนายจ้างและผู้ประกอบการ จึงจะมีการดูแลแรงงานในระบบและนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันทั้งประเทศมีมากกว่า 20 ล้านคน โดยพรรคมีนโยบายที่จะช่วยเหลือแรงงานด้านนี้ ให้มีโอกาส เข้าถึงแหล่งเงินทุน และ สวัสดิการอย่างเท่าเทียม

ชาวบ้านตอบรับแน่น

ทั้งนี้ผลตอบรับของพรรคปวงชนไทยตั้งแต่ได้หมายเลข 23 ถือว่าประชาชนให้การตอบรับดี จากเดิมที่พรรคมีคนรู้จักน้อย ขณะนี้ก็ได้มีการหาเสียงและคนก็เริ่มรู้จักมากขึ้น ซึ่งพรรคต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะเป็นพรรคใหม่และเปิดตัวในระยะสั้นๆ แต่ก็ทำงานเต็มที่ และสามารถที่จะส่งสส.ได้ถึง 100 เขต และสส.บัญชีรายชื่อ 41คน จึงมีความคาดหวังว่าจะได้สส.เข้าในสภามากพอสมควร อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ.และใช้สิทธิ์ในวันที่ 8 ก.พ.นี้อย่างเต็มที่

จากนั้นหัวหน้าพรรคปวงชนไทยได้นำทีมผู้สมัครสส.กรุงเทพมหานคร และแบบบัญชีรายชื่อ ขึ้นรถแห่รอบพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อแนะนำตัวกับประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่อย่างคึกคัก

“ชัยวุฒิ” อวยพรปีใหม่ ขอประชาชนเลือกตั้งได้นักการเมืองดี ๆ ลั่น “ไม่ได้เอาส้มมาล้มเทา…แต่จะล้มทั้งเทาทั้งส้ม”

“ชัยวฒิ”อวยพรปีใหม่

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวอวยพรปีใหม่ถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน โดยระบุว่า

“สวัสดีปีใหม่พี่น้องคนไทยทุกคน ปีใหม่นี้เป็นปีม้า ก็ขอให้เป็นม้าที่นำมาซึ่งพลัง ความเข้มแข็งของคนไทยทุกคน คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จ ทำธุรกิจการค้าใด ๆ ก็ขอให้ร่ำรวย รุ่งเรืองทุก ๆ คน

ที่สำคัญการเมืองปีนี้จะมีการเลือกตั้ง ก็ขอให้เลือกตั้งแล้ว เราได้นักการเมืองดี ๆ ได้คนดี ๆ มาช่วยกันดูแลชาติบ้านเมืองของเราต่อไปครับ ให้เป็นปีที่ดีของทุก ๆ คนนะครับ

ในช่วงท้าย นายชัยวุฒิแกะส้มรับประทาน พร้อมกล่าวปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดว่า “ผมไม่ได้เอาส้มมาล้มเทานะครับ เพราะผมจะล้มทั้งเทาทั้งส้มครับ”

///

/”ไทยสร้างไทย”ปล่อยไอเดียป้าย “หวยบำเหน็จ”

ด้านพรรคไทยสร้างไทยสร้างสีสันใหม่ให้วงการเมืองไทยด้วยการปล่อยป้ายหาเสียงสุดครีเอทีฟที่ออกแบบมาให้เข้าถึงหัวใจชาวบ้านอย่างแท้จริง โดยประเดิมด้วยนโยบายส่งเสริมการออมอย่าง “หวยบำเหน็จ” ที่นำเอาความชอบลุ้นโชคของคนไทยมาเปลี่ยนเป็นเครื่องมือการออมที่ทรงพลัง

ชูคอนเซปต์เปลี่ยนเงินที่เคยเสียเปล่าจากการซื้อหวยให้กลายเป็นเงินฝากที่จะได้รับคืนพร้อมดอกเบี้ยเมื่อเกษียณ ถือเป็นการเริ่มต้นสื่อสารนโยบายที่เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ และฉีกกรอบการหาเสียงแบบเดิมๆ ที่มักเน้นแต่ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จับต้องยาก มาเป็นการใช้วิถีชีวิตที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด

ความแปลกใหม่ของป้ายหาเสียงชุดนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่เนื้อหา แต่ยังรวมถึงดีไซน์และการจัดวางสื่อที่เน้นความ “จริงใจและเรียบง่าย” โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้คนไทย #หายเหนื่อย #หายจน ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่แคมเปญสวัสดิการแม่และเด็ก “คูปองสร้างไทย” เดือนละ 2,000 บาท ไปจนถึงการปฏิรูปการศึกษาเรียนฟรีจบปริญตรีที่ช่วยลดภาระหนี้ กยศ. และกองทุนสร้างไทยดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือนเพื่อสู้หนี้นอกระบบ

ทุกนโยบายของไทยสร้างไทย 48 ถูกนำเสนอผ่านป้ายที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เข้าถึงความรู้สึกที่เหนื่อยล้าของพี่น้องประชาชน และมอบความหวังที่เป็นรูปธรรมให้เห็นตั้งแต่วันแรกที่พบเห็น ที่สำคัญ นี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะหลังปีใหม่ 2569 นี้ พรรคไทยสร้างไทยเตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วย “ป้ายหาเสียงไอเดียสุดล้ำ” ชุดใหญ่ที่จะกระจายตัวไปทั่วพื้นที่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์พรรคที่คิดต่างและทำจริง โดยแว่วมาว่าป้ายชุดใหม่นี้จะยิ่งมีความครีเอทีฟและเข้าถึงปัญหาเชิงลึกของชาวบ้านในแบบที่คาดไม่ถึงแน่นอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top