​‘การดี-สกลธี’ลุยหาเสียงเมืองกรุง ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจปากท้อง‘ไทยหายจน’

​‘การดี-สกลธี’ลุยหาเสียงเมืองกรุง ชูนโยบายแก้เศรษฐกิจปากท้อง‘ไทยหายจน’

วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.16 น.

"การดี-สกลธี"นำผู้สมัคร สส.เมืองกรุง ปชป.ลุยหาเสียงย่านสะพานสูง-ลาดกระบัง ชูนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องคนกรุง"ไทยหายจน"

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลด้านนโยบายพรรค พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ รวมพลังกันลงพื้นที่ และเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับผู้สมัคร สส.กทม.เขต 18 เบอร์ 7 นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ (พันธุ์) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เขตหนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด แขวงลําผักชีและแขวงลําต้อยติ่ง) เขตลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลําปลาทิว) และเขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ) และเขต 19 เบอร์ 11 น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล (กานต์) ครอบคลุมพื้นที่ เขตมีนบุรี (ยกเว้นแขวงแสนแสบ) เขตสะพานสูง (ยกเว้นแขวงทับช้าง)


โดย นายสกลธี เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่เป็นการลงพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นครั้งแรก แต่ทีม "กรุงเทพฯฟ้าใหม่" พร้อมก่อน เดินก่อน ของพรรค ได้ออกเดินหาเสียงมาอย่างต่อเนื่องหลังวันสมัคร ซึ่งท่านหัวหน้า และท่านแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ลงพื้นที่เคียงข้างมากับผู้สมัคร สส.กทม.ทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น

"วันนี้เป็นอีกครั้งที่ ดร.การดี และผม ได้จับมือกันเพื่อรวมพลังเดินเท้า มาพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อลงมาช่วยหาเสียงกับ สส.กทม.ทั้ง 2 เขต โดยชูแนวคิดหลัก "ไทยหายจน" โดยมีนโยบายแก้ไขปัญหาคนกรุงเทพฯ เน้นการสร้างสังคมโปร่งใส ตรวจสอบได้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้คน กทม.มีความสามารถในการสร้างรายได้ให้ตัวเอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเมืองใหญ่" นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นโยบายกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ ยังมุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ SME เพื่อให้มีรายได้มั่นคง รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจนในเมือง อีกทั้งนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตในกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและปัญหาปากท้องของคนเมือง สำหรับโซนพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพฯ ถือเป็นโซนที่มีการทำเกษตรกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นนโยบายการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะสามารถตอบโจทย์ในโซนนี้ได้ รวมถึงควรจะมีการปรับชนิดพันธุ์ของการปลูกพืชในโซนนี้ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เช่น การปลูกพืชหรือผักที่มีผลตอบแทนสูงกว่าสิ่งที่เคยทำอยู่ เป็นต้น

"หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทุกท่าน พร้อมลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ทุกคนหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาผงาดได้จริง" นายสกลธี กล่าว

ด้าย นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 18 เบอร์ 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังลงพื้นที่พบว่าพื้นที่โซนนี้เป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรจำนวนมาก ซึ่งปัญหาหลักคือ แม้ประชาชนจะทำงานหนัก แต่รายได้กลับมีความไม่แน่นอน ดังนั้น นโยบายการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงตอบโจทย์พื้นที่นี้โดยตรง รวมถึงการส่งเสริมปรับชนิดพืช ปลูกพืชหรือผักที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งจะสอดคล้องกับเศรษฐกิจจริง เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่นี้ สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 19 เบอร์ 11 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากตนได้ลงพื้นที่เขตสะพานสูง พบว่า ประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จึงอยากเน้นนโยบายสาธารณสุขเชิงรุก ในการเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มผู้สูงวัย และผู้ป่วยติดเตียงที่เดินทางไปยังสถานพยาบาลไม่สะดวก นอกจากนี้ ยังมีประเด็นปัญหาน้ำประปาในเขตพื้นที่สะพานสูง ที่ไม่ได้คุณภาพเพื่อการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ตนอยากเข้ามาช่วยแก้ไขให้ประชาชนพื้นที่แห่งนี้ และประเด็นที่ตนอยากให้ความสำคัญหลังจากลงพื้นที่คือเรื่องปัญหายาเสพติดในชุมชน โดยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันแก้ไขดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างชุมชนสีขาวร่วมไปกับประชาชนในพื้นที่

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top