วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569
"มนพร"โต้"ศุภชัย" ใครกันแน่บิดเบือน ซัดทำการเมืองไม่แมน ยันปราศรัยข้อเท็จจริง ถามกลับทำไมไม่แจงเหตุพับเงินดิจิทัลวอเล็ต ย้อนปม"อนุทิน"แถลงขอใช้หนี้ ปชช.คนละครึ่งพลัส ฝากถาม กกต.ผิดสัญญาว่าจะให้หรือไม่
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 2 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีตรมช.คมนาคม กล่าวว่า จากกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมาให้ข่าวกล่าวหาว่าตนปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับปมเงินดิจิทัลวอลเล็ตถูกพับ ถามคืนใครกันแน่ที่บิดเบือน แทนที่จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำไมรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่สานต่อดิจิทัลวอลเล็ต กลายมาเป็นคนละครึ่ง แต่กลัวเสียเครดิตทางการเมือง ทำงานการเมืองไม่แมน ทั้งนี้ ในเวทีของการปราศรัยทุกๆ เวที ตนได้พูดถึงนโยบายของรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่านโยบายที่เราชูกับพี่น้องประชาชนเราทำอะไรไปบ้าง อย่างเช่นนโยบายในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ เกิดประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน โครงการ Digital Wallet ที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนถามว่าเดิมทีนโยบายที่เราผลักดันไปถึงพี่น้องประชาชนคือโครงการ Digital Wallet จะให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ทำไมการที่เราแจกไป 2 เฟสนั้นเด็กถึงไม่ได้ แล้วประชาชนที่เหลือถึงไม่ได้
นางมนพร กล่าวด้วยว่า ตนได้นำเรียนพี่น้องประชาชนว่า จริงๆ แล้วการที่เราไปเป็นรัฐบาล เราจะต้องบริหารเงินงบประมาณ ไม่ใช่เพียงแค่ดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว ยังมีความจำเป็นทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงต้องจัดสรรแล้วจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเฟส โดยเฟสแรกเราจ่ายให้ผู้ที่ถือบัตรประชาชน บัตรคนจน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ในสองเฟสแรก แล้วเฟสต่อไปเราคิดว่าในขณะที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลจาก นายเศรษฐา ทวีสิน มาเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เราได้มีการพิจารณาว่าในงบประมาณปี 2568 - 2569 มีความจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง เราจะได้จัดสรรงบประมาณมาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังไม่ได้ แต่ในช่วงรอยต่อที่ท่านนายกฯ แพทองธารไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นรัฐบาลของนายกฯ อนุทิน แต่ยังมีงบประมาณเรียกว่างบกลางเหลืออยู่ เราเข้าใจว่าในงบประมาณปลายปี 2568 เราจะได้มีโอกาสได้จัดสรรเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปส่วนที่เหลือให้กับพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ตนก็ได้ชี้แจงไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้บิดเบือน ไม่ได้ใส่ร้าย สิ่งที่ตนได้พูดคือเป็นความจริงจากแนวทางปฏิบัติ ไม่ว่าในช่วงของการพิจารณางบประมาณในปี 68 คณะรัฐมนตรีเองยังบอกว่ามีงบกลางที่เหลืออยู่ แล้วก็จะดูความจำเป็นว่าเราจะทำดิจิทัลวอลเล็ตต่อหรือไม่ นี่คือขั้นตอนของงบประมาณ การจะทำพิจารณางบประมาณจำเป็นเดือดร้อน ทุกๆ ครั้งคณะรัฐมนตรีจะขอนายกฯ เราจะใช้งบกลาง
นางมนพร กล่าวต่อว่า โดยงบกลางต้องผ่านมติ ครม. คณะรัฐมนตรีตอนนั้นต้องเห็นชอบหมดทุกพรรคที่เข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี และตอนที่ตนอยู่ร่วมรัฐบาล ตนเห็นทางพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ยกมือแล้วไม่มีใครคัดค้านในที่ประชุม ครม.แต่เมื่อวันหนึ่งที่ตนออกมาหลังจากยุบสภา พี่น้องประชาชนถามว่าทำไมพี่น้องประชาชนบางส่วนถึงไม่ได้ ตนได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่างบประมาณปี 2569 เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลของนายอนุทินได้เอาเงินงบประมาณที่ผ่านพิจารณา มาทำเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นอำนาจรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี สามารถทำได้ ทั้งหมดคือความจริง แล้วทางโฆษกพรรคภูมิใจไทย ควรจะได้ชี้แจงต่อประชาชนด้วยซ้ำว่าทำไมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ท่านถึงไม่ทำต่อ เพราะอะไร ขณะเดียวกันท่านควรจะขยายความต่อว่าการไม่ทำต่อนั้นเป็นเพราะอะไร แล้วท่านถึงมาเปลี่ยนเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการคนละครึ่งพลัสบ้าง เช่นเดียวกันคนละครึ่งพลัสท่านเองก็ไม่สามารถอนุมัติให้พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ท่านยังมีจำนวนคงเหลือพี่น้องประชาชนตกค้างอีกหลายล้านคนที่ยังไม่สามารถได้โครงการคนละครึ่งพลัส
"แถมท่านนายกฯ อนุทินยังมาแถลงกับพี่น้องประชาชนว่าท่านกลับมาเป็นนายกฯ จะได้ใช้หนี้ ติดค้างประชาชนไว้อีก 2,400 บาทนั้น นี่จะไม่ใช่เป็นการที่สัญญาว่าจะให้เหรอคะ ฝากถาม กกต. ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน มีโอกาสได้ชี้แจงว่าเงินตรงนี้เราไปทำอะไรบ้าง และเงินตรงนี้รัฐบาลเอาไปทำอะไรบ้าง ท่านควรจะใช้เวทีตรงนี้ ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน แล้วทำความเข้าใจ โดยการที่จะเอาคำปราศรัยของดิฉันไปยื่นร้องต่อ กกต. ดิฉันคิดว่ามันไม่แมน เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ดิฉันมองว่าการที่นักการเมืองคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปราศรัยแล้วก็ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงการใช้จ่ายงบประมาณ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด แต่หันกลับไปดูว่าท่านในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่" นางมนพร กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี