ไม่หวั่นผลโพลภาคใต้! ‘พิพัฒน์’ย้ำ‘ภท.’เดินด้วย‘พูดแล้วทำพลัส’ มั่นใจปักธงได้ สส.ตามเป้า

ไม่หวั่นผลโพลภาคใต้! ‘พิพัฒน์’ย้ำ‘ภท.’เดินด้วย‘พูดแล้วทำพลัส’ มั่นใจปักธงได้ สส.ตามเป้า

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.22 น.

ไม่หวั่นผลโพลภาคใต้! "พิพัฒน์"ย้ำ"ภท."เดินด้วย"พูดแล้วทำพลัส" มั่นใจปักธงได้ สส.ตามเป้า 30 คน ปลุกชวนคนใต้ร่วมทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่ จ.พัทลุง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงภาพรวมการลงพื้นที่ จ.พัทลุง ว่า พร้อมยืนเคียงข้างผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย เขต 1 นาวาอากาศเอก ดร.อธิคุณ คงมี (ผู้การจุน) เบอร์ 4 เขต 2 , นายวรท เทอดวีระพงศ์ (ปลัดเม่น) เบอร์ 1 เขต 3 , นายเขมพล อุ้ยตยะกุล (มุนินทร์) เบอร์ 3 รวมถึงผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เบอร์ 37 คือ นายชลัฐ รัชกิจประการ และ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ โดยย้ำว่า ทีมผู้สมัครทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา จ.พัทลุง อย่างเป็นรูปธรรม


นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2562 ที่พรรคภูมิใจไทยมี สส.ในพื้นที่ ประชาชนพัทลุงได้เห็นพัฒนาการด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านคมนาคม ทั้งการขยายถนนสายหลัก และโครงการสำคัญที่ผลักดันมาต่อเนื่องจนได้รับงบประมาณแล้ว อาทิ โครงการสะพานมโนราห์ข้ามทะเลสาบสงขลา-พัทลุง สะพานข้ามเกาะลันตาและศูนย์อนุบาลลูกปลาน้ำจืดอิรวดี ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยในการนำความเจริญและโอกาสใหม่ๆ มาสู่ จ.พัทลุง อย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า กระแสของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ เป็นกระแสความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง หลังจากภาคใต้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาที่ไม่ทั่วถึงมาเป็นเวลานาน จากการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน หลายคนสะท้อนตรงกันว่า อยากเห็นนักการเมืองที่เข้าใจชีวิตจริงของคนใต้ เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจ งาน รายได้ และอนาคตของลูกหลาน ซึ่งผมมองว่านี่เป็นสัญญาณบวกต่อภูมิใจไทย เพราะเราเดินการเมืองด้วยการทำงาน ไม่ใช่แค่การพูด แต่ต้องพูดแล้วทำพลัส ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีกระแสทางการเมืองภายหลังการลงพื้นที่ของพรรคการเมืองอื่นที่ จ.สงขลา รวมถึงผลสำรวจความคิดเห็นของโพล ซึ่งระบุว่าประชาชนใน จ.สงขลา บางส่วน ยังให้ความนิยมต่อบุคคลทางการเมืองบางราย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โพลเป็นเพียงภาพสะท้อนความคิดเห็นในช่วงเวลาหนึ่ง และไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเลือกตั้ง

"ผมเคารพทุกผลโพล แต่การเลือกตั้งจริงตัดสินกันที่ชีวิตจริงของประชาชน โพลไม่สามารถแทนเสียงของคนทั้งจังหวัดหรือทั้งภาคได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือ ใครทำให้คนใต้มีอนาคตที่ดีขึ้นได้จริง พรรคภูมิใจไทยจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาด้วยผลงาน นโยบาย และการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น ถนนวงแหวน อ.หาดใหญ่ เพื่อลดความแออัดของการจราจร การเพิ่มระบบระบายน้ำในตัวเมืองชั้นใน เพื่อแก้ไขลดความเสี่ยงภัยพิบัติในระยะยาว และสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-พัทลุง ส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง" นายพิพัฒน์ กล่าว

เมื่อถามถึงช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กลยุทธ์หลักของภูมิใจไทยคือการสื่อสารนโยบายภายใต้แนวคิด "ขอโอกาสทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี" ซึ่งตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภาคใต้เคยให้โอกาสทางการเมืองพรรคอื่นมาแล้วหลายครั้ง วันนี้ถึงเวลาที่พี่น้องประชาชนจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า โอกาสนั้นกลับมาถึงคนใต้มากพอหรือยัง ภูมิใจไทยขอเป็นทางเลือกใหม่ เพื่อทวงคืนโอกาสที่ควรเป็นของคนใต้เพื่อคนใต้" นายพิพัฒน์ กล่าว

เมื่อถามถึงเป้าหมายจำนวน สส.ในภาคใต้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า พรรคตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 30 - 31 ที่นั่ง และจากกระแสตอบรับในพื้นที่ขณะนี้ มีความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์อาจออกมาดีกว่าที่คาด หากประชาชนเห็นว่านโยบายและแนวทางการทำงานของภูมิใจไทยตอบโจทย์ชีวิตจริง ดังนั้น ตนไม่อยากประเมินตัวเลขล่วงหน้า เพราะสุดท้ายเสียงตัดสินอยู่ที่ประชาชน แต่จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตนมั่นใจว่าแนวทางของภูมิใจไทยกำลังได้รับความสนใจ และมีโอกาสทำผลงานได้ตามเป้าอย่างแน่นอน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top