วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
‘ชวน’ลุยเลือกตั้งกอบกู้‘ปชป.’
ชู‘การเมืองสุจริต’
‘มาร์ค’ซื้อใจคนกรุงทวงสส.
ภท.นำ‘สีหศักดิ์-ศุภจี’หาเสียง
‘เท้ง’ขอปักธงสีส้ม‘อุดรธานี’
“อภิสิทธิ์” ฟิตจัดตะลุยหาเสียง 4 เขตกทม. หมายมั่นปั้นมือทวงคืนเก้าอี้ สส.ให้ได้ชู “ไทยไม่จน ไม่ทนทุนเทา ทำงานสุจริต” มัดใจคนกรุง ด้าน “เอกนัฏ”แย้มมีเซอร์ไพรส์ อนุทิน-สีหศักดิ์-ศุภจี จ่อช่วยหาเสียงกทม.ตอกย้ำไปต่อ คนละครึ่งพลัส ฝ่ายเท้ง ดอดตีท้ายครัวคนเสื้อแดงขอปักธงส้มทั่วอุดรธานี
เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งสส ถึง 4 เขต เริ่มตั้งแต่เขต 14 บริเวณสวนพฤกษ์ การเคหะ ปากซอยนวมินทร์ 8 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองจั่นเขตบางกะปิ จากนั้นไปต่อยังพื้นที่เขต 3 ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ต่อมาในช่วงบ่ายลงพื้นที่เขต 32 วัดระฆัง พร้อมเดินต่อเพื่อทักทายประชาชนและแม่ค้าพ่อค้าในตลาดวังหลัง และสิ้นสุดวันของการหาเสียงในพื้นที่เขต 33 ณ ตลาดนัดเย็นวัดภาณุรังษี จรัญสนิทวงศ์ 35 / 37
แฟนคลับแม่ยกยังแน่น
ช่วงหนึ่งนายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่ ตลาดริมคลองซอยเจริญกรุง 103 เขตบางคอแหลม ซึ่งเป็นชุมชนของชาวมุสลิม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัครสส. กทม. เขต3 บางคอแหลม - ยานนาวา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้พบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ 2 ฝั่งคลอง และผู้ที่มาทำกิจกรรมในชุมชน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ขอถ่ายรูป โผกอดให้กำลังใจ นายอภิสิทธิ์ และยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้ได้กลับมาเป็น สส. ในพื้นที่นี้อีก
นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์ยังได้นำรูปภาพนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายอภิมุข ที่มีลายเซ็น ของนายอภิสิทธิ์ เมื่อปี 2550 มาให้นายอภิสิทธิ์ดู เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นแฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน
ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเสียดายที่วันนี้ไม่ได้ชวนนายอภิรักษ์มาด้วย และเขตนี้ถือว่าเป็นเขต “อภิ” เพราะเป็น สส.สมัยแรกที่เขตนี้ และ ม.ล.อภิมงคล ก็เป็น สส.ที่นี่ และยังมีนายอภิรักษ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ด้วย จึงเป็น 3 อภิ และอยากให้มีอภิที่ 4 คือ อภิมุข แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีอีกหนึ่งคือ “อภินิหาร”
โยน EM จุลินทรีย์ลงน้ำ
นายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยทีมของพรรคประชาธิปัตย์ได้โยน EM จุลินทรีย์ ที่คนในชุมชนทำขึ้นเอง ลงน้ำในคลอง เจริญกรุง 103 เพื่อเป็นการบำบัดน้ำเสีย แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งน่ะอภิสิทธิ์โยนแรงจนขึ้นไปกระทบหลังคาสังกะสี ของเพิงที่อยู่ริมคลอง ทำนายอภิสิทธิ์ยกมือไหว้เขินด้วยความตกใจสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้พบเห็น
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ในวันนี้ที่ประชาชนรอคอยการกลับมา ว่า ที่นี่มีความผูกผันมายาวนานเพราะที่นี่คือเขตแรกที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หลังจากนั้นมีอดีตสส.หลายคนที่ลงสมัครทั้งสส. และ สก. ซึ่งนายอภิมุข ฉันทวานิช เป็นสก. จนลงสมัครสส. เพราะฉะนั้นดีใจที่มีโอกาสพบปะประชาชนในพื้นที่และที่จริงแล้ว ช่วงที่ตนไม่ได้อยู่ในการเมือง ยังมาทำกิจกรรมร่วมกับคนในพื้นที่ในหลายงาน และวันนี้ยังลงหาเสียงอีก 4 เขต ได้เจอผู้คนที่ผูกพันกับประชาธิปัตย์และบอกว่าจะกลับมาเลือกพรรคคใหม่
เมื่อถามว่าเขตนี้มั่นใจขนาดไหนว่าจะทวงคืนเก้าอี้ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราหวังเพราะความผูกพันโดยพื้นฐานที่มี และเชื่อว่าทำงานให้กับประชาชนที่นี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามว่าจากการหาเสียงตั้งแต่รับสมัครมองได้หรือไม่ว่าในพื้นที่กทม. น่าจะปักธงได้เท่าใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากประเมินแต่ดีใจที่การตอบรับชัดเจนและดีขึ้น อบอุ่นขึ้น แต่ต้องทำงานอย่างหนัก
“ชวน”เยือนนครปฐมช่วยลูกทีม
ด้านนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดนครปฐม ทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง และสมาชิกพรรค ร่วมกราบสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มภารกิจรณรงค์หาเสียง โดยมีประชาชนและกองเชียร์ในพื้นที่มารอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและคึกคัก
หลังเสร็จสิ้นพิธีสักการะ นายชวนและคณะได้เริ่มกิจกรรมลงพื้นที่ทันที โดยเน้นการเดินเท้าเข้าหาพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นอย่างใกล้ชิดเน้นการพบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่บริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อนำข้อมูลปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชาวนครปฐมไปกลั่นกรองเป็นแนวทางการทำงานและนโยบายที่ตอบโจทย์พื้นที่มากที่สุด
โดยนายชวนได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกคนดีมีความสุจริตเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง พร้อมขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ หมายเลข 27 และผู้สมัครเขตทั้ง 6 เขตของนครปฐม ประกอบด้วย เขต 1 นายอัครดิษฐ์ คุณ เลิกจิรายุ เบอร์ 5 เขต 2 นายนุกูล สิริสุวรรณ์ เบอร์ 6 เขต 3 นายอาทิตย์ ว่องวสุสมวงศ์ เบอร์ 2 เขต 4นายวิทิต เปี่ยมคล้า เบอร์ 7 เขต 5 นายสมภพ จันทร์ทอง เบอร์ 5 เขต 6 นายธนบดี จุติโสภณชัย เบอร์ 8
เพื่อไทยหาเสียงมีนบุรี
ส่วนนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และ น.ส. ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 19 เบอร์ 1 พร้อมทีมบริหารพรรค ร่วมพูดคุยประเด็นปัญหากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิร่มไทร เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร และ เดินตลาดพบปะทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า เปิดเวทีเสวนา “เพื่อไทยพบประชาชน“ รับฟังปัญหาเศรษฐกิจ ร่วมพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ที่ตลาดจตุจักร 2 (เมืองมีน)
นายจุลพันธ์ ได้รับมอบร่าง พ.ร.บ. อาสาสมัครกู้ภัยแห่งชาติ จากตัวแทนกลุ่มอาสาสมัครกู้ภัยทั่วประเทศ โดยกล่าวว่า เป็นพ.ร.บ. ที่มีประโยชน์กับพี่น้องกู้ภัยทั่วประเทศกว่า 200,000 คน ซึ่งไม่เคยได้รับการอุดหนุนช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นกิจจะลักษณะ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย ทำงานด้วยความเสี่ยงภัย คอยออกวิ่งรถไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในที่ประสบภัยต่างๆ เช่น ตึกถล่ม น้ำท่วม เป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปถึง วันนี้ถ้ามี พ.ร.บ. ที่จะสร้างความมั่นคงให้กับสวัสดิการ หน้าที่การงาน และกำหนดหน้าที่รับผิดชอบ และองค์ประกอบต่างๆให้ชัดเจน นั้นสำคัญ ผมเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ที่ร่างโดยกลุ่มกู้ภัย พรรคเพื่อไทยจะรับไปผลักดันต่อ เพื่อให้เป็นพ.ร.บ. ที่จะไปยืนยันเรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการให้กับพี่น้องกู้ภัยทั่วประเทศ โดยหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะผลักดันเรื่องกฎหมายเพื่อให้คุ้มครองสวัสดิภาพและสวัสดิการก่อน หลังจากนั้นตัวกฎหมายจะไปกำหนดรูปแบบและกลไกในสิ่งที่รัฐต้องดำเนินการ
เดินหน้ารถไฟฟ้า20บาท
ในช่วงเวทีเสวนา นายจุลพันธ์ ได้มีการพูดถึงนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และ รถเมล์แอร์ 10 บาทตลอดสาย ลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง และ โครงการบ้านเพื่อคนไทย ลดค่าครองชีพประชาชนคนกรุงเทพฯ โครงการแก้ปัญหาหนี้สินหลายรูปแบบ โครงการเรียนได้งบจบได้งาน และนโยบายต่อสู้กับภัยยาเสพติด สแกมเมอร์ ไม่จบไม่เลิก เรื่องยาเสพติด เรามีโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัด คืนคนดีสู่สังคม
นอกจากนี้ ยังใช้ เทคโนโลยีเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัย แก้จราจรและสร้างสมาร์ทซิตี้ รวมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยหลักคิดทำให้เศรษฐกิจเติบโต ให้ทุกคนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น และนโยบายหวยเกษียณ ให้คนมีเงินใช้หลังเกษียณ วันนี้เราถึงบอก ‘เพื่อไทยทำได้’ เราเท่านั้นที่ทำได้ วันที่ 8กุมภาพันธ์ เข้าคูหาขอเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค
บรรยากาศเดินตลาดพ่อค้าแม่ค้าต้อนรับดี ช่วงเวทีเสวนามีประชาชนสนใจฟังและซักถามหลายประเด็น อาทิ การแก้ปัญหายาเสพติด เงิน กยศ. นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้ค้าตลาดจตุจักร2 ร้องขอที่จอดรถ
‘ดร.เอ้-คุณหญิงกัลยา’ลุยตลาดวังหลัง
ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง เพื่อช่วยหาเสียงให้ ดร.ไปรพร แสงจันทร์ เบอร์ 8 ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 32 เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช) เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า แขวงบางด้วน และแขวงคลองขวาง) เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง) เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลป์ยาณ์ แขวงหิรัญรูจี และแขวงบางยี่เรือ)
ขณะเดียวกัน พรรคไทยก้าวใหม่ยังมีนโยบาย กองทุนประชาชน 20,000 บาท ที่ใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถเข้าถึงได้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อยและอาชีพอิสระให้มีเงินทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ รวมถึงนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าในกลุ่ม SME ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาขายสินค้าไปแล้วแต่ต้องรอรับเงินตามระบบเครดิตนานถึง 60 วัน พรรคไทยก้าวใหม่จึงเสนอให้รัฐสำรองจ่ายก่อน และค่อยไปตกเบิกภายหลัง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
“เอนกนัฎ”ลุยบางกอกน้อย
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีต สส.บางพลัด บางกอกน้อย และหมวดตรี ศุภิกา พัฒน์ธนันภู (หมวดพลอย) ผู้สมัคร สส.เขต 32 นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง (อาร์ท ถึงแก่น) ผู้สมัคร สส.เขต 33 ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง หาเสียงกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ
โดยระหว่างการเดินหาเสียงมีบรรดาแม่ค้าตะโกนบอกว่าอยากได้โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา เพราะทำให้เศรษฐกิจการค้าการขายดีขึ้นมาก ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสครั้งที่ผ่านมา ทำให้ตัวเองขายของได้ หากโครงการคนละครึ่งกลับมาจะทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก
ขณะที่แม่ค้าอีกราย บอกว่าอยากให้นายเอกนัฏฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่ายังติดหนี้พี่น้องประชาชนอยู่จำนวน 2,400 บาท จึงอยากให้กลับมาใช้หนี้ เพราะที่ผ่านมาโครงการคนละครึ่ง ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดี ตลาดคึกคักอย่างมาก โดยบอกว่าการทำโครงการแบบนี้ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน
นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่าประชาชนต้องการโครงการคนละครึ่งพลัส และอยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับมาดำเนินการโครงการนี้ต่อ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติ และเป็นการดำเนินการที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่นโยบายประชานิยมแบบฟรี
แย้มมีเซอร์ไพรซ์แน่นอน
ส่วนโอกาสที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพฯ นายเอกนัฏ ระบุว่า จะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่นายอนุทิน เพราะประชาชนเรียกร้องนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ด้วย โดยทางพรรคได้มีการพูดคุยกันและจัดคิวในการลงพื้นที่ รัฐมนตรีในช่วงที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องมองว่าพรรคไหนน่ากลัว นายเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องให้เกียรติทุกพรรค โดยจากสถานการณ์แล้ว ตลาดกรุงเทพฯ เป็นตลาดเปิดและหลายพรรคมีโอกาสที่จะช่วงชิง สส.ได้ ดังนั้น ระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงเดือน พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่ามีนโยบายที่ดี และมีผู้สมัครที่พร้อมอาสามาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งเคยประกาศไปแล้วว่าหากเครื่องพรรคภูมิใจไทยเข้ามานอกจากจะได้โครงการคนละครึ่งพลัสและการสร้างรั้วชายแดน ทหารอาสา จะมีมือดีและคนมาทำงานรองนายกฯ ในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่คนกรุงเทพฯ เชื่อถือได้ เพื่อทำงานกู้วิกฤติเศรษฐกิจ
ยันภูมิใจไทยสู้ไม่ถอย
นายเอกนัฏ ยังระบุถึงตัวผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ว่าทุกคนมาด้วยใจที่สู้ เพราะภูมิใจไทยไม่เคยมี สส. ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม แม้หลายคนจะหน้าใหม่ แต่มีประสบการณ์ทั้งหมด แม้ที่ผ่านมาจะแพ้ แต่ไม่ใช่ว่าจะยอม ทุกคนมีหัวใจสู้ และพร้อมชนกับทุกปัญหา ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหลือทุกคนจะต้องขยันลงพื้นที่ และตนได้กำชับให้ส่งการบ้านในการลงพื้นที่มากกว่าคนอื่น เอาความตั้งใจเข้าแลกที่สุด โดยสูตรที่สำเร็จที่สุดไม่ต้องซับซ้อนไม่ต้องคิดมาก แต่ต้องเป็นการสื่อสารถึงความจริง เสียสละ เมื่อลงเป็นผู้สมัครของพรรคแล้วต้องปล่อยพลังให้เต็มที่ ให้ประชาชนสัมผัสพลังได้ในเวลาที่เหลือ ตนเองมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัคร เพราะเป็นคนคัดมาเองกับมือ
ขณะเดียวกันหัวหน้าพรรคมีการกำชับตนในฐานะแม่ทัพ กทม. ว่าให้ขยันเป็นพิเศษ เพราะสนามนี้เป็นสนามที่ท้าทายกับทุกพรรค ดังนั้น หากอยากประสบความสำเร็จ คนอื่นเดิน 1 ชั่วโมง ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยจะต้องเดิน 3 ชั่วโมง พรรคอื่นเดิน 1 วัน เราต้องเดิน 3 วัน และในชีวิตตนเองเคยเดินมาแล้วสูตรสำเร็จคือต้องสู้ให้เต็มที่ ลุยให้เต็มที่ อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
“เท้ง”ขอปักธงส้มทั้งอุดรฯ
ด้านเท้ง-นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเยือนอุดรธานี เมืองหลวงเสื้อแดง ขอเสียงสนับสนุนไว้วางใจให้พรรคสีส้มมากขึ้น โดยจังหวัดอุดรธานีมีทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 10 เขต
บูมการท่องเที่ยวอุดรธานี
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีทั้งแหล่งธรรมชาติสวยงาม เช่น ป่าคำชะโนด อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ทะเลบัวแดง สถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น วัดป่าภูก้อน วัดโพธิสมภรณ์ ไปจนถึงแหล่งวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ศาลเจ้าปู่ย่า ไปจนถึงตลาดนัดกลางคืนยูดี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้จะได้มาเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิหลายแห่งแต่ตนก็คิดว่าพรรคประชาชนมีเสียงของประชาชนที่ศักดิ์สิทธิที่สุด ขอแรงใจจากพี่น้องประชาชนให้เลือกพรรคประชาชนให้ถล่มทลายเพื่อไปเป็นปากเป็นเสียงให้พ่อแม่พี่น้อง และเพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ยังผลประโยชน์ให้ประชาชนให้สำเร็จได้ โดยนโยบายท่องเที่ยวของพรรค ยกตัวอย่างเช่น โครงการร่วมจ่าย “เที่ยวไทยได้ทุกเดือน” เราจะพัฒนาระบบสนับสนุนการใช้จ่ายที่ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เรียกว่า “กลไกร่วมจ่าย” มีการร่วมจ่าย โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามจริงสูงสุด 500 บาทต่อวัน (รวมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อทริป) โดยรับสิทธิได้ 1 ครั้งต่อปี นอกจากนี้ ยังมีระบบหมุนเวียนพื้นที่ โดยทุก 4 เดือน (ตามฤดูกาล) จะมีการประกาศรายชื่อจังหวัดเมืองรองที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อกระจายจำนวนนักท่องเที่ยวให้สมดุลตลอดทั้งปี ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในช่วงเทศกาลสำคัญเท่านั้น ไปจนถึงสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-Made Destination) คือเมกะโปรเจกต์ของพรรคประชาชนที่รัฐบาลลงทุน 5,000–10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-Made Destination) ขนาดใหญ่ อย่างน้อย 5–10 แห่งทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าดำเนินการให้ได้อย่างน้อย 5 แห่งภายใน 4 ปี พรรคประชาชนมีนโยบายเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยจะอัดฉีดงบประมาณ 200 ล้านบาทต่อหนึ่งเมืองรอง เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมออกแบบแหล่งท่องเที่ยว Man-Made Destination ที่ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นเอง ตั้งเป้าเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวใน 25 เมืองรอง ภายใน 4 ปี เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี