วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
“ยศชนัน” หาเสียงอยุธยา พบชาวนา ปทุม-นนท์-อยุธยา ชูนโยบายประกันกำไร 30% เผย 8 ม.ค.เปิดนโยบายใหม่ ขอเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค
วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 10.20 น. ที่โรงสีเจริญทรัพย์เพิ่มพูน จ.พระนครศรีอยุธยา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากกลุ่มชาวนาจากพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา มีทีมบริหารพรรค และ นายจิรทัศ ไกรเดชา ผู้สมัคร สส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 5 เบอร์6 พร้อมผู้สมัคร สส. จ.ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ร่วมรับฟัง
นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเราเข้าใจถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกคน เราพร้อมดูแลพี่น้องเกษตรกรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องเมล็ดพันธุ์ น้ำท่วม และราคาสินค้าเกษตร เป็นเรื่องของระดับรัฐบาล ทุกคนต้องได้กำไรจากสินค้าเกษตร ด้วยนโยบายประกันกำไร 30% รวมถึงปัญหาสิ่งที่ไม่เท่าเทียมเรื่องของการรักษาพยาบาล เดินหน้านโยบาย 30 บาทรักษาทุกที ด้านการศึกษา คนไทยต้องได้เรียน และพร้อมเปิดนโยบายด้านผู้สูงอายุในวันที่ 8 มกราคมนี้ ขอความสามัคคีจากพี่น้องทุกคน 8 กุมภา กาเพื่อไทย ทั้งคน ทั้งพรรค
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า วันนี้มาภาคกลางไม่พูดเรื่องข้าวไม่ได้ เรามาพร้อมนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ที่ดีกว่าประกันราคา ปักหมุดที่ต้นทุนและประกันกำไรได้แน่นอน และยังมีนโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี นอกจากพรรคเพื่อไทยมาพร้อมนโยบายดีๆสำหรับพี่น้องประชาชน เรายังมาพร้อมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยด้านการเกษตร สส.เขตเราก็คัดมาดีที่สุดเข้าถึงพื้นที่ ขอฝากผู้สมัครทั้งเขต และพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 วันนี้พรรคเพื่อไทยตั้งธงว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือแก้ไขปากท้องชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน หัวใจหลักของเรายังคงเป็นประชาชน กราบขอพี่น้อง วันที่ 8 กุมภา เข้าคูหา เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค
ด้านตัวแทนชาวนาสะท้อนปัญหาเรื่องการประกันรายได้ และลดต้นทุนการผลิต โเยเฉพาะน้ำมันเป็นส่วนสำคัญในการผลิต เมื่อน้ำมันแพงจะทำให้ต้นทุนสูง แม้อยากจะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้า แต่กระบวนการขั้นตอนในการขอใช้นั้นค่อนข้างยุ่งยาก จึงอยากให้ช่วยลดกระบวนการขั้นตอนต่างๆ รวมถึงหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เรื่องการบริหารจัดการน้ำอยากให้ช่วยประสานงานระหว่างกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ร่วมกับ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา ขณะเดียวกันอยากให้มีมาตรการชดเชยการเผา เช่น การสนับสนุนรถอัดฟาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงอยากให้สนับสนุนรถข้าวเปลือก พัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ สนับสนุนเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ พัฒนาโครงการกองทุนหมู่บ้าน และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน โดยไม่ต้องมีขั้นบันได
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี