‘ปชป.’เตรียมเปิดปราศรัยใหญ่เมืองกรุง คิกออฟเวทีแรก 11 ม.ค.นี้ ที่สวนเบญจสิริ

‘ปชป.’เตรียมเปิดปราศรัยใหญ่เมืองกรุง คิกออฟเวทีแรก 11 ม.ค.นี้ ที่สวนเบญจสิริ

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.06 น.

"ปชป."เตรียมเปิดปราศรัยใหญ่เมืองกรุงฯ คิกออฟเวทีแรก 11 ม.ค.นี้ ที่สวนเบญจสิริ ปิดท้าย 6 ก.พ.ที่ลานคนเมือง ด้าน"อภิสิทธิ์"อ้อนไม่ขอมาก แค่ ปชช.กาเลือกทั้ง 33 เขต เปรียบพรรคเป็นเหมือนทีมบอลโปรด"นิวคาสเซิล" จากเกือบแย่ เปลี่ยนโค้ชแล้วค่อยดีขึ้น ยกตัวเองเป็น"คีย์แมนตัวทำเกม" หยอกกลับ"อนุทิน"เปิดฉากแซวปมล็อกเก้าอี้ให้"นายกฯ อ."เป็น"อภิทิน"น่าจะดีกว่า"อนุสิทธิ์"นะ

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ตลาดกลางดินแดง ถนนประชาสงเคราะห์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับในการลงพื้นที่ดินแดง พญาไท ว่า ตนกลับมาที่นี่ ก็ดีใจได้เสียงตอบรับดี เพราะเคยเป็นผู้แทนฯ อยู่ที่นี่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยังมีความผูกพันกับหลายคนที่นี่ ลงพื้นที่มาเขาก็ให้การสนับสนุนและรู้จักผู้สมัครเราแล้ว ก็แสดงว่าผู้สมัครลงพื้นที่มาพอสมควรแล้ว ให้การต้อนรับอย่างดี และจริงๆ แล้วผู้สมัครของเราทุกคนก็เดินหน้าลงพื้นที่และอาศัยความเป็นคนใหม่บวกกับพรรคที่มีความผูกพันธ์กับประชาชนมา


เมื่อถามว่า กระแสตอบรับในกรุงเทพค่อนข้างดีตอนนี้มีการประเมินในใจแล้วหรือยังว่าจะได้ สส.กี่ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยัง แต่อยากให้พี่น้องประชาชนเลือกทุกเขต ทั้งนี้ เราต้องเดินหน้าทำงานหนัก เพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรที่ต้องไปบอกกับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ ว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เขาได้มีความมั่นใจว่าจะมีรัฐบาลที่ดีได้ ถ้าเลือกเราเข้าไปเยอะ และการที่เราจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร ก็จะให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของความสุจริต ไม่มีเรื่องของทุนเทา และไม่สร้างความแตกแยกในสังคม

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยเปิดแคมเปญว่าใครพบการทุจริตให้แจ้งมา ตอนนี้มีหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มี ส่วนเรื่องป้ายหาเสียงที่ถูกทำลายของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีปัญหา และเชื่อว่าพรรคอื่นก็มี อยากขอร้องว่าอย่าทำลายป้ายหาเสียงไม่ว่าจะของพรรคไหน คนเหล่านี้อาสามาทำงานให้กับประชาชน ก็ต้องช่วยกันทำให้การเมืองสร้างสรรค์

ต่อข้อถามว่า ขอให้ย้ำถึงการเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในขณะที่นี้คือการสร้างบ้านเมืองให้สุจริต บ้านเมืองไม่สุจริตเราจะมีปัญหาเรื่องของความเชื่อมั่น เศรษฐกิจก็จะเติบโตไม่ได้ ถ้าบ้านเมืองไม่สุจริตเราก็จะมีปัญหากฎระเบียบ และเรื่องวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่มีใครไว้ใจใคร ซึ่งเราติดหล่มนี้มานานพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องทำให้ประเทศหลุดพ้นจากสภาพนี้

ส่วนที่เมื่อวันที่ 5 ม.ค.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีการออกแคมเปญต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์คิดอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาของการทุจริตคอร์รัปชัน กฎหมายเราการติดสินบนมีโทษประหารอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือคนที่ทำผิดเขาไม่ได้กลัว เพราะเขาคิดว่าจับเขาไม่ได้ หรือจับเขาได้ก็สามารถเอาเงินมาซื้อกระบวนการยุติธรรมได้ หรือซื้อไม่ได้ก็หนีไปต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญหนึ่งคือผู้บริหารคือรัฐบาลจะต้องสุจริตเสียก่อน และสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะใช้คือเรื่องของข้อมูลถ้าข้อมูลของรัฐเปิดเผยเชื่อมโยงกันหมด ประชาชนตรวจสอบได้ โอกาสที่ใครจะมาทำสิ่งที่ผิด หรือทุจริตก็จะถูกตรวจสอบได้ นี่คือเครื่องมือที่สำคัญและสอดคล้องกับความเป็นจริง

เมื่อถามว่า เกมการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนสนามฟุตบอล พรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวเล่นไหนในสนามฟุตบอล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ เป็นทีมก็ได้ "นิวคาสเซิล" เกือบจะแย่แล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนโค้ชมาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเป็นผู้เล่นในสนามจะเล่นเป็นตัวไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเป็นตัวทำเกม เพราะต้องคอยส่งลูกให้คนรุ่นใหม่

เมื่อถามว่า แคมเปญในส่วนของ กทม.หลังจากนี้มีอะไรออกมาอีก เพราะเหลือเวลาไม่ถึงเดือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงนี้เรายังเดินหน้าในการพูดถึงนโยบายที่จะทำให้ไทยหายจน โดยเฉพาะ 27 ข้อที่เลือกมา เพราะจุดที่เด่นที่สุด ตรงนี้ก็ยังต้องอธิบาย เพราะหลายคนอ่านสั้นๆ แล้วก็อยากรู้ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นช่วงนี้เราก็เดินหน้าพูดเรื่องนโยบาย และในช่วงหลังก็จะได้มีการรณรงค์ในเรื่องอื่นต่อไป

**

เมื่อถามว่า จะมีการเปิดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวทีแรกจะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สวนเบญจสิริ ในวันที่ 11 ม.ค.และเวทีสุดท้ายในกทม.วันที่ 6 ก.พ. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 
ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการเรียกร้องให้ลงพื้นที่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าในวันที่ 7 ม.ค. ตนและคณะเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อถามย้ำว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด และมีเรื่อวการใช้เงินเข้ามาด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดุเดือดทั้งนั้นไม่มีปัญหาเป็นเรื่องที่ดีประชาชนจะได้มีทางเลือก ซึ่งการใช้เงินในการเลือกตั้งเป็นปัญหามาตลอด เที่ยวนี้ที่ตนมีกำลังใจ ทั้งภาคธุรกิจเอกชนและพี่น้องประชาชน พูดเองว่าคราวนี้จะต้องต่อต้านไม่ให้ทุนเข้ามาครอบงำประเทศอีกต่อไป
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะเปิดปราศรัยใหญ่ 4 เวทีทางภาคใต้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะมีกี่เวที นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังดูว่ามีกี่จังหวัดที่เราจะจัดได้บ้าง แต่จังหวัดนราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี น่าจะค่อนข้างชัดเจน ส่วนในภาคตะวันออกก็จะไปที่จังหวัดระยอง ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้ไปที่จังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด มาแล้ว 
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการล็อกตรวจสเปกนายกรัฐมนตรีกันแล้วโดยมีอักษรย่อ อ.ออกมา  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัว อ.น่าจะไม่มีปัญหา เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าตัว อ.หมายถึงคนที่มีชื่อเล่น น. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีมั้ง พร้อมหัวเราะ และกล่าวว่าเห็นเมื่อวานเขาพูด “อภิทิน” ไม่ใช่หรือ น่าจะดีกว่า ”อนุสิทธิ์”นะ
เมื่อถามว่ามีพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุยังสับสนในเรื่องบัตรเลือกตั้งทั้งเบอร์ผู้สมัครและเบอร์พรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องช่วยกันอธิบายเพราะมีบัตรที่ให้ลงประชามติด้วยก็ทำให้ประชาชนสับสนมากขึ้นไปอีกโดยเฉพาะเวลาที่มีการไปพูดว่าเลือกตั้งล่วงหน้าได้แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้จึงทำให้หลายคนสับสนว่าจะต้องไปกี่วัน จึงอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และพรรคการเมืองประชาสัมพันธ์
      
เมื่อถามว่ามีแคนดิเดตนายกฯของบางพรรค บอกว่าถ้าได้เลือกให้เป็นนายกฯจะทำงานให้ได้ดีกว่านายกคนอื่นๆที่ผ่านมา ในฐานะที่นายอภิสิทธิ์เป็นอดีตนายกฯมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องแข่งขันกันซึ่งประชาชนประชาชนก็จะพิจารณาตรงนั้น
      
เมื่อข้อถามว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา นานชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถึงเรื่องแลนด์บริดจ์ขณะที่ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร นายภิสิทธิ์กล่าวว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ที่ทำกันมาต้องบอกว่าตัวเลขการศึกษา โดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานแตกต่างกันมากแต่ว่าภาคเอกชนที่เขาทำงานเรื่องนี้เขายืนยันมาตลอดว่าไม่ได้คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินที่ต้องลงทุนไปเทียบกับการประหยัดเวลาซึ่งน้อยกว่าที่คิด เพราะการทำแลนด์บริดจ์ทำให้ต้องมีการขนของลง ขนของขึ้นต้นทุนไม่ได้ประหยัดเท่าไหร่ ดังนั้นแนวคิดเรื่องแลนด์บริดจ์เราคิดว่าไม่ได้คุ้มค่า แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ และการเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆทั้งถนน รถไฟ เป็นนโยบายของเราอยู่แล้ว และความพยายามในการที่จะเชื่อมสองฝั่งเราสามารถทำได้แต่ไม่ใช่ในจุดที่เคยมีการศึกษาเรื่องแบนด์บริดจ์
เมื่อถามถึง โครงการที่จะนำมาปัดฝุ่นใหม่มีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำหลายเรื่องและมีการต่อยอดมาไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั่วหน้า ครั้งนี้เราก็จะเพิ่มเป็น 1,000 บาท รวมถึงอสม.ก็เป็นเรื่องที่พรรคอื่นต่อยอดมา เพราะเราเป็นคนเริ่มต้นในการให้ค่าตอบแทน ร่วมถึงประกันรายได้รอบนี้ก็จะมีการปรับปรุงในเรื่องการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต และเรื่องของการที่จะทำให้ระบบการจ่ายเงินรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยจะใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะให้เกษตรกรเปลี่ยนผ่านไปยังเกษตรเทคโนโลยีมากขึ้นทั้งเกษตรแม่นยำและเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงเรียนฟรีก็จะมีเพิ่มเติม
///////
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top