วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
เขมรแสบ!ยิงปืนค.ใส่ไทย-ทหารเจ็บ1
ไทยจี้รับผิดชอบ
ทบ.-กต.ประท้วงต้องขอโทษ
ย้ำให้เคร่งครัดข้อตกลงหยุดยิง
เตือนถ้าเกิดซ้ำพร้อมตอบโต้
กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดข้ามมาตกฝั่งไทย บริเวณช่องบก อุบลฯ หน้าเนิน 469 กำลังพลเจ็บ 1 นาย โดนสะเก็ดระเบิดที่แขนขวา อาการปลอดภัย “ทบ.2”เร่งตรวจสอบสาเหตุ ด้านทบ.เตือนเขมรให้เคร่งครัดข้อตกลงหยุดยิงพร้อมชี้แจงสาเหตุและต้องขอโทษ ลั่นถ้ายิงปืนใส่ฝั่งไทยอีก ไทยพร้อมตอบโต้ ส่วนนายกฯเรียกหน่วยความมั่นคงรายงาน สถานการณ์ กร้าวเขมรต้องรับผิดชอบแม้อ้างเป็นอุบัติเหตุ ขณะที่รมว.ต่างประเทศเผยทำหนังสือประท้วงยื่นกต.เขมรเป็นทางการไปแล้ว จี้ขอโทษ-แจ้งสาเหตุให้ได้ ยันการตอบโต้พิจารณาตามสัดส่วนสถานการณ์ว่าจงใจหรือไม่
เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 6 มกราคม กองทัพภาคที่2 (ทภ.2) โดยกองกำลังสุรนารีได้รับรายงานเหตุระเบิดในพื้นที่ช่องบก บริเวณเนิน 469 - ฐานภูมิมะละกอ ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นายคือ จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 (RDF) บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา โดยแพทย์ประเมินอาการเป็นผู้ป่วยระดับเขียว ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต หลังเกิดเหตุหน่วยในพื้นที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งกลับผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ปฏิบัติการโดยทันที ปัจจุบันนำผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดเชียงมุน และส่งเพื่อรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลน้ำยืนแล้ว ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยอยู่ในความดูแลของแพทย์ใกล้ชิดทั้งนี้ สาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยที่เกี่ยวข้อง
กองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความห่วงใยกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และกำชับทุกหน่วยให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ผู้บังคับบัญชา และสาธารณชนทราบต่อไป ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ากองทัพภาคที่ 2 ยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบและยึดมั่นความปลอดภัยเป็นสำคัญเสมอ
ทบ.ขู่เขมรถ้ายิงใส่ไทยอีกพร้อมตอบโต้
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกเผยว่า เวลา 07.40น. ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ยินเสียงอาวุธไม่ทราบชนิดจากฝ่ายกัมพูชา 1 นัด ยิงเข้ามาในเขตไทยบริเวณเนิน 469 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเป็นการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดมาจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย จากนั้นหน่วยในพื้นที่ได้รับการประสานจากฝ่ายกัมพูชา อ้างว่าไม่ได้มีเจตนาใช้อาวุธยิงมาในฝั่งไทย กรณีดังกล่าวเป็นเพราะความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของกำลังพลฝ่ายกัมพูชาเองซึ่งหน่วยทหารในพื้นที่ได้แจ้งเตือนกัมพูชาให้ระมัดระวัง พร้อมกำชับว่าหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดลักษณะเช่นนี้อีก ฝ่ายไทยอาจจำเป็นต้องปฏิบัติการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง ตามกฎการใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม จึงขอให้กัมพูชาเคร่งครัดต่อมาตรการหยุดยิง
โฆษกกองทัพบกกล่าวต่อว่า กองทัพบกยังเตรียมพร้อม และมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้ราษฎรไทย ตลอดแนวชายแดนด้านกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในช่วงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดขอให้ประชาชนเชื่อมั่นแนวทางบริหารสถานการณ์ชายแดน ไทย - กัมพูชา ของกองทัพไทย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่อยู่ในระดับน่ากังวล และยังไม่พบการใช้อาวุธเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ซึ่งประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หากสถานการณ์มีแนวโน้มเป็นที่น่ากังวล จะสื่อสารให้ได้ทราบทันที
จี้เขมรแจงเหตุยิงข้ามแดนไทยพร้อมขอโทษ
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย–กัมพูชา พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมไทย–กัมพูชา ชี้แจงกรณีเหตุการณ์กองกำลังกัมพูชาใช้อาวุธยิงข้ามแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทย ส่งผลให้กำลังพลทหารไทยบาดเจ็บ 1 นายว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาข้อตกลงหยุดยิง และการใช้กลไกต่างๆรวมถึงกลไกสื่อสารที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้
“ขอยืนยันว่าตามถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ข้อแรกระบุชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงการโจมตีที่ไม่ได้เกิดจากการยั่วยุ โดยต้องไม่ละเมิดข้อตกลงนี้โดยเด็ดขาด ในกรณีนี้กระทรวงการต่างประเทศของไทยจะดำเนินการทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาแล้ว ขอให้กัมพูชาชี้แจงสาเหตุเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม รวมถึงแสดงคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่ทำให้กำลังพลทหารไทยบาดเจ็บ”พล.อ.อ.ประภาสกล่าว
ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารฯเห็นว่า แม้ฝ่ายกัมพูชาจะระบุเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุและไม่ได้มีเจตนา แต่เมื่อมีผลกระทบเกิดขึ้นจริงและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ การชี้แจงที่ชัดเจน โปร่งใสและการแสดงความรับผิดชอบตามหลักปฏิบัติสากล เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคตประเทศไทยขอยืนยันว่า การดำเนินการของไทยเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ และยึดมั่นสันติวิธีเป็นหลัก ขณะเดียวกัน การปฏิบัติของฝ่ายทหารจะอยู่ภายใต้กรอบที่ตกลงกันไว้ และเป็นไปตามหลักความได้สัดส่วน หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้น จะพิจารณาดำเนินการตามระดับและลักษณะของเหตุการณ์อย่างรอบคอบ
ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารฯ ขอเรียกร้องให้กัมพูชาเร่งดำเนินการชี้แจงอย่างเป็นทางการ แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งความสงบตามข้อตกลงหยุดยิง เพื่อประโยชน์ของความมั่นคงและสันติภาพของทั้งสองประเทศ
นายกฯเรียกหน่วยความมั่นคงรายงาน
ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยเรียกหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม รวมถึงนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ารายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเกิดเหตุกัมพูชายิงปืน ค.เข้ามาจนทำให้นายทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 มกราคม) ที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี
ฝ่ายความมั่นคง-กต.ยื่นประท้วงเขมร
จากนั้นเวลา 10.15น. นายอนุทิน แถลงหลังรับฟังรายงานสถานการณ์ว่า สถานการณ์เมื่อเช้าวันที่ 6 ม.ค. รัฐบาลได้รับรายงานมาตลอด ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในบันทึกข้อตกลง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ประท้วงไปยังฝ่ายความมั่นคงของกัมพูชาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้เขมรชี้แจงกลับมา เพื่อพิจารณาว่าจะตอบโต้อย่างไร ส่วนด้านการต่างประเทศ รมว.ต่างประเทศออกหนังสือไปยังรมว.ต่างประเทศกัมพูชา เพื่อชี้แจงให้ทราบว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงขึ้น ฉะนั้นไทยต้องขอให้กัมพูชาชี้แจงมาในทางการทูต
“เอาเป็นว่าลูกกระสุนมาตกในเขตแดนของเรา การตอบโต้หรือการจะใช้กฎแห่งการปะทะอะไรต่างๆ ตอนนี้ประเทศไทยเตรียมพร้อม และจะพิจารณาดำเนินการตอบโต้ด้วยการตัดสินใจของประเทศไทย มันจะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ทุกฝ่ายเห็นว่าฝั่งเราอยู่ในกรอบปฏิบัติตามข้อตกลงทุกอย่าง แต่ถ้าถึงจุดที่ประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้ เราก็พร้อมตอบโต้”นายอนุทินกล่าว
ฮึ่มเขมรต้องรับผิดชอบ-ยันยังไม่ต้องอพยพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการตอบโต้จะพิจารณาจากอะไร นายอนุทินกล่าวว่า เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น ขณะนี้ฝ่ายกองทัพกำลังพิจารณาวิธีตอบโต้ที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันรับแจ้งจากกองทัพว่ามีการพูดคุยกันระดับแม่ทัพกับแม่ทัพที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน ซึ่งเขาแจ้งมาว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ต่อให้เป็นอุบัติเหตุเราก็ต้องถามว่าแล้วจะรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุนี้เช่นไร ให้เวลาเขานิดหนึ่ง ขอให้มั่นใจว่าขณะนี้การเตรียมพร้อมทุกอย่างทั้งด้านการต่างประเทศ ความมั่นคงมีความพร้อมตอบโต้ และระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีทีมงานของตนจะติดตามความคืบหน้า ถ้ามีรายละเอียดอะไรจะนำมาประกอบการพิจารณา
ถามว่าประชาชนต้องเตรียมความพร้อมอพยพออกจากพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เขาบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ฝ่ายปกครองอย่างกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯทั้งหลายได้รับคำสั่งให้คอยดูแลประชาชน แต่ยังไม่ถึงขั้นอพยพ ตนขอยืนยันยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพชาวบ้าน
นายกฯบอกกองทัพดำเนินการอยู่
นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังประชุม ครม.ถึงเหตุการณ์ทหารไทยบาดเจ็บจากกระสุนปืน ค. ที่ช่องบก จ.อุบลราชธานีว่าไม่มีอะไรแล้ว ในที่ประชุม ครม.ติดตามสถานการณ์อยู่ และวันนี้ครม. มีวาระน้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าวันเดียวกันนี้จะเรียกประชุมเกี่ยวกับความมั่นคงหรือไม่ นายกฯไม่ตอบคำถาม แต่เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกล่าวสั้นๆระหว่างเดินว่า กองทัพกำลังดำเนินการอยู่
กต.ยื่นหนังสือประท้วงจี้เขมรแจงด่วน
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศกล่าวถึงการเจรจาทางการทูตหลังเกิดเหตุกัมพูชายิงปืน ค.ตกใส่ฝั่งไทยทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 1 นาย ว่า เหตุดังกล่าวมีกรอบอยู่แล้ว ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในกรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งเป็นการลงนามระหว่างรมว.กลาโหมทั้ง 2 ประเทศ โดยกำหนดขั้นตอนไว้ว่าหากเกิดเหตุการณ์กัมพูชาต้องชี้แจงมา โดยเฉพาะเรื่องนี้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บ ในส่วนกระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือประท้วงเป็นทางการไปกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อให้ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ต้องดูว่าจะเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าไทยจะทำหนังสือประท้วงกัมพูชาประเด็นใดบ้าง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กรณีกระสุนข้ามมาฝั่งไทยทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ และกลไกลหลักของการเจรจาคือ การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (JBC) ซึ่งมีการกำหนดอยู่แล้ว หากมีเหตุเช่นนี้จะติดต่อให้ทันท่วงทีอย่างไรในพื้นที่ อย่างไรก็ตามกัมพูชาต้องรีบชี้แจงไทยโดยเร็วถึงกรณีดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ
ยันเขมรต้องขอโทษ-อย่าให้เกิดขึ้นอีก
ถามว่า ที่กัมพูชาอ้างว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กัมพูชาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ต้องดูในคำชี้แจง เพราะหากไม่ตั้งใจแต่มีทหารไทยบาดเจ็บ ฉะนั้นต้องไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก อย่างที่ตนเคยบอกก่อนหน้านี้ช่วงหยุดยิงเป็นช่วงเวลาเปราะบาง ต้องใช้ความระมัดระวัง แม้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ต้องดูว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไรและอย่าให้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะต้องมีการแสดงความรับผิดชอบโดยการขอโทษ ส่วนการดำเนินการของฝ่ายทหารต้องทำตามกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) แต่หากยังไม่เพียงพอก็ต้องเป็นการเจรจาระหว่างรมว.กลาโหมทั้งสองฝ่าย
ถามย้ำว่าหากเกิดเหตุเช่นนี้อีก ทางการทหารดำเนินการตอบโต้ได้ตามหลักการหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การตอบโต้ดำเนินการได้หลายรูปแบบ ซึ่งต้องได้สัดส่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเขาชี้แจงได้ว่าไม่ใช่ แล้วจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก การตอบโต้ก็คือการประท้วง แต่หากเป็นการจงใจก็อีกเรื่องหนึ่ง โดยต้องพิจารณาตามสัดส่วนสถานการณ์
นายกฯแจ้งครม.จี้เขมรแสดงความจริงใจ
ส่วนนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีแถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯแจ้งให้ครม.รับทราบว่าได้รับแจ้งมีวัตถุกระสุนและวัตถุระเบิดจากฝั่งกัมพูชามาตกฝั่งไทย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์ โดยแม่ทัพของทั้งสองฝ่ายกําลังคุยกัน รัฐบาลมีท่าทีชัดเจนว่าถ้าการกระทําดังกล่าวมีผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย เราจะดําเนินการด้วยความเหมาะสมตามหลักการโต้ตอบอย่างสากล ซึ่งขณะนี้เขมรพยายามแจ้งมาโดยกล่าวอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งรัฐบาลไทยเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความจริงใจ โดยกระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือประท้วงไปแล้ว แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะโต้ตอบกัมพูชา และรักษาอธิปไตยของประเทศไทยไว้สูงสุด เหมือนที่เคยดําเนินมา
EODลุยกกู้บึ้มในสวนปชช.ได้121ลูก
ร.ต.อ.เจริญชัย มั่นใจ รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ หัวหน้าชุดหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมตำรวจ EODเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ TMAC สังกัดศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ลงลงพื้นที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อเข้าตรวจสอบและเก็บกู้เศษซากกระสุนปืนใหญ่ และวัตถุระเบิดของกัมพูชาที่ยังตกค้างจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงการสู้รบระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม จากการสำรวจพบพื้นที่ตำบลกระสุนตกจะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ส่วนใหญ่เป็นสวนยางพารา และไร่มันสำปะหลังบางส่วน รวมตรวจสอบเก็บกู้วัตถุระเบิดไปแล้ว 121 ลูก ได้แตกระเบิดสมบูรณ์ไปแล้ว 116 ลูก คงเหลืออยู่อีก 5 ลูก ที่เก็บกู้เรียบร้อยแล้ว และนำเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อทำลายตามระเบียบขั้นตอนต่อไปทั้งนี้ กระสุนปืนใหญ่ที่ตรวจพบ มีทั้งกระสุนปืนใหญ่กระสุนปืนขนาดลูกคอ 60 มิลลิเมตร ลูกคอ 82 มิลลิเมตร และลูกคอร้อย หรือคอ 100 มิลลิเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อคืนความปลอดภัยให้ชุมชนเร็วที่สุด


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี