วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นำเข้าแรงแซงส่งออก! ปี69ไทยเสี่ยง‘ขาดดุลการค้า’สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า การส่งออกไทยเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 20.8% การเติบโตเกินกว่าครึ่งมาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กลับมาขยายตัวอย่างแข็งกร่งที่ 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการส่งออกหลักของไทย นำโดยการส่งออกคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน รวม HDD และอุปกรณ์สื่อสาร ที่ได้รับอานิสงส์ของความต้องการ AI และ Data Center ทั่วโลก รวมถึงส่วนหนึ่งยังเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของไทย โดยขยายตัวสูง 73% รองลงมาเป็นตลาดจีนและสิงคโปร์ที่ขยายตัวดีเช่นกัน
ขณะที่การส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์กลับมาเร่งตัวเช่นกัน โดยเฉพาะการส่งออกไปสหรัฐที่ได้รับแรงหนุนจากการเร่งนำเข้าก่อนมาตรการภาษีมาตรา 122 สิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ทำให้การส่งออกสินค้า เช่น อาหารทะเลแปรรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายตัวดี ขณะที่ราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังสนับสนุนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยไปยังประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ภาคส่งออกไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสหรัฐเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor) กับ 60 เขตเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยไทยถูกกำหนดอัตราภาษีสูงสุดไว้ที่ 12.5%
อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อการส่งออกไทยไปสหรัฐ คาดว่าจะมีจำกัด โดยไทยถูกเก็บอัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 12.5% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง และสินค้าส่งออกไปสหรัฐหลายรายการ โดยเฉพาtชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า นอกจากนี้หากไทยบรรลุการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐสำเร็จจะส่งผลให้อัตราภาษีลดเหลือ 10% เช่นเดียวกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งภาระภาษีของไทยจะใกล้เคียงกับระดับที่เผชิญอยู่เดิม
ประเด็นที่ต้องจับตา คือ การเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 ว่าด้วยปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยสหรัฐอยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องนี้กับ 16 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงไทย คาดว่าอาจบังคับใช้ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ซึ่งมาตรการนี้เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการส่งออกไทย เนื่องจากมีขอบเขตการบังคับใช้กว้าง ไม่มีเพดานอัตราภาษีที่กำหนด โดยระดับผลกระทบจะขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งและรายการสินค้าที่ครอบคลุม หากอ้างอิงกรณีที่ผ่านมา พบว่า สหรัฐเรียกเก็บภาษีกับจีน 25-100% และกรณีภาษีสินค้าสวมสิทธิ์ (Transshipment) สหรัฐเคยประกาศไว้ที่ 40%
จากสถานการณ์ข้างต้นทำให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยเพิ่มขึ้นเป็น 14% จาก 8.2% ในปี 2569 และปรับเพิ่มประมาณการภาพรวมการนำเข้าไทยขึ้นเป็น 27% จาก 13.9% ส่งผลให้ในปี 2569 ไทยมีแนวโน้มขาดดุลการค้า (Customs basis) สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากภาพรวมการค้าไทยเติบโตกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกและการนำเข้า แต่การนำเข้าที่เร่งตัวมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยการนำเข้าของไทยขยายตัวสูงถึง 38% ในช่วงครึ่งแรกของปี เร่งตัวมากกว่าการส่งออกที่ขยายตัวอยู่ที่ 17.6% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากกระแส AI และ Data Center ที่กระตุ้นทั้งอุปสงค์โลกและการลงทุนในประเทศ
อย่างไรก็ดี ช่วงที่เหลือของปี 2569 การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงตามการส่งออก ขณะที่ต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยังเป็นปัจจัยกดดันการนำเข้าต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี