วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก รักษาแผ่นดิน ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า"พวกเราขอสนับสนุนให้นายกอนุทินและผู้ที่เกี่ยวข้องฟ้องยิ่งชีพ ไอลอว์ จนถึงที่สุด"
ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาคอมเมนต์ ว่า "รับทราบ รับปฏิบัติครับผม"
ล่าสุด นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณบดี คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ผู้อำนวยการหลักสูตรดุษฎีบัณฑิตการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องนี้ ว่า “รับทราบ รับปฏิบัติครับผม” ยลโฉม ‘เสนาบดีใหญ่’ ผู้สมาทานตนเป็นพลทหารแห่งนิติสงคราม
ช่างเป็นภาพสะท้อนแห่งยุคสมัยที่ตลกร้ายและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
เมื่อเราได้เห็นผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งฝ่ายบริหาร ผู้สวมหมวกทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลดทอนความศักดิ์สิทธิ์และน้ำหนักของเก้าอี้ทำเนียบรัฐบาล ลงมาเหลือเพียงบรรทัดคอมเมนต์สั้นๆ บนหน้าเพจเฟซบุ๊ก “รับทราบ รับปฏิบัติครับผม”
หากหลับตาฟัง ถ้อยคำนี้ชวนให้จินตนาการถึงพลทหารตีนเปื้อนฝุ่น ที่กำลังยืนตะเบ๊ะรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างแข็งขัน
ทว่าอนิจจา... ลืมตาขึ้นมา ผู้พิมพ์หาใช่พลทหาร แต่คือผู้นำระดับประเทศที่กำลังน้อมรับบัญชาจากกองเชียร์ไซเบอรเพื่อเดินหน้าบดขยี้ผู้ตรวจสอบอย่าง ไอลอว์ (iLaw)
นี่หรือคือความสง่างามของการใช้อำนาจรัฐ? ช่างเป็นการสื่อสารทางการเมืองที่ “เข้าถึงง่าย” เสียจนน่าใจหาย เพราะมันส่องสะท้อนให้เห็นว่า สถาบันบริหารสูงสุดพร้อมจะแปรสภาพตนเองเป็นเครื่องมือตอบสนองตัณหาความสะใจของมวลชนเฉพาะกลุ่ม มากกว่าจะยืนหยัดบนหลักนิติธรรมที่หนักแน่นและเป็นคบเพลิงส่องทางให้กับสังคม
ในเกมกระดานอำนาจที่ควรขับเคี่ยวกันด้วยวุฒิภาวะ การตั้งคำถามถึงโครงสร้างอันบิดเบี้ยวของ “การฮั้ว สว.” จากภาคประชาสังคม ควรถูกตอบรับด้วยการกางข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
แต่ผู้นำของเรากลับเลือกใช้ยุทธวิธีที่มักง่ายและตื้นเขินที่สุด นั่นคือการกวักมือเรียก “นิติสงคราม” (Lawfare) มาจัดการผู้เห็นต่าง
ช่างเป็นวีรกรรมที่หาญกล้ายิ่งนัก กับการใช้สรรพกำลังอันมหาศาลของกลไกรัฐบุกตะลุยองค์กรประชาชนตัวเล็กๆ ที่มีเพียงกระดาษ ข้อมูล และคำถาม ราวกับพญาคชสารที่กำลังเหยียบมด แล้วหันมายิ้มรับพวงมาลัยและเสียงปรบมือจากแม่ยกในอัฒจันทร์ออนไลน์
การฟ้องปิดปาก (SLAPP) เช่นนี้ ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้อำนาจดูยิ่งใหญ่หรือเด็ดขาดขึ้นเลย ในทางกลับกัน มันกลับเปลือยให้เห็นถึงความเปราะบาง หวาดระแวง และอาการแพ้แสงแดดแห่งการตรวจสอบอย่างรุนแรง
มาตรฐานความอดทนอดกลั้นของบุคคลสาธารณะระดับนายกรัฐมนตรี ควรจะกว้างขวางและลุ่มลึกดั่งมหาสมุทร ทว่าสิ่งที่ปรากฏกลับตื้นเขินราวกับแอ่งน้ำขังหลังฝนตก ที่เพียงแค่สายลมแห่งข้อ
วิจารณ์พัดผ่าน ก็กระเพื่อมไหวจนเสียอาการท้ายที่สุด
วาทกรรม “รับทราบ รับปฏิบัติครับผม” คงมิใช่เพียงการบริหารเสน่ห์เอาใจฐานเสียงชั่วครั้งชั่วคราว
แต่มันคือ “คำสารภาพ” อย่างเป็นทางการว่า ในยุคสมัยนี้ การใช้นิติรัฐเป็นเครื่องมือประหัตประหารทางการเมืองนั้น... เป็นเรื่องที่สั่งได้ ง่ายดาย และพร้อมบริการแบบเดลิเวอรี่เสิร์ฟถึงมือ เพียงแค่คุณเป็นกองเชียร์ที่พิมพ์ถูกใจผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี