วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ถ้าวันหนึ่งประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีชื่อ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และรัฐบาลขับเคลื่อนโดยพรรคประชาชน ประเทศนี้จะถูกพาเข้าไปอยู่ในโลกแบบหนึ่ง โลกการเมืองแบบยูโทเปีย โลกที่เชื่อว่าการเมืองคุยกันรู้เรื่องด้วยเหตุผล และทุกประเทศเท่าเทียมกัน
เป็นโลกที่คิดว่า ถ้าเราวางอาวุธทางความคิดลงก่อน คนอื่นก็จะไม่คิดใช้อำนาจกับเรา
โลกแบบนั้นฟังดูดี แต่โลกแบบนั้นไม่มีอยู่จริง
กรอบคิดลักษณะนี้ ทำให้ความมั่นคงถูกมองเป็นเรื่องความคิดเก่า ไม่ใช่ภัยที่อยู่ตรงหน้า
กองทัพถูกพูดถึงในฐานะปัญหา ไม่ใช่เครื่องมือของรัฐ
การเตรียมกำลังถูกมองว่าไม่จำเป็น
เพราะเชื่อว่าการยึดหลักประชาธิปไตยเพียงพอแล้วสำหรับการอยู่ร่วมกับประเทศอื่น
นี่คือกรอบคิดที่ทำให้รัฐรู้สึกดี แต่ไม่ได้ทำให้รัฐพร้อม
บนเวทีโลก ประเทศไม่ได้วัดกันด้วยถ้อยคำ ประเทศไม่ได้ต่อรองด้วยภาพลักษณ์
สหรัฐอเมริกาไม่หยุดใช้อำนาจ เพราะอีกฝ่ายแถลงข่าวได้ดี รัสเซียไม่หยุดสงคราม เพราะมีถ้อยแถลงจากเวทีระหว่างประเทศ
ยุโรปเพิ่มงบกลาโหม ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพ
แต่เพราะรู้ว่า หากไม่เตรียมพร้อม ประเทศจะไม่มีอะไรอยู่ในมือเมื่อถึงเวลาต้องเลือก
นี่คือโลกจริง ไม่ใช่เวทีเสวนา ไม่ใช่คลับคนคิดเหมือนกัน และไม่ใช่ไทม์ไลน์ในโซเชียล
การเมืองแบบพรรคประชาชน เดินมาในกรอบคิดนี้อย่างต่อเนื่อง
กองทัพถูกมองเป็นภาระ ความมั่นคงถูกมองเป็นข้ออ้าง และอำนาจรัฐถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ควรจำกัด มากกว่าสิ่งที่ควรถูกจัดเตรียมให้พร้อม
ทหารถูกอธิบายว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา
มากกว่าทรัพยากรของรัฐ ในโลกที่ยังใช้กำลังเป็นตัวตัดสิน
แนวคิดแบบนี้ อาจตอบโจทย์ผู้สนับสนุนบางส่วนในประเทศ แต่ไม่ได้เพิ่มน้ำหนักของประเทศ ในสายตาโลกภายนอก
เพราะโลกไม่ได้ดูว่ารัฐตั้งใจดีแค่ไหน
โลกดูว่ารัฐพร้อมรับแรงกดได้หรือไม่
ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน แนวทางหลักแทบไม่เปลี่ยน
หากการเมืองสายนี้ได้บริหารประเทศ
ความมั่นคงจะถูกอธิบายผ่านกรอบการเมืองภายใน มากกว่ากรอบการแข่งขันระหว่างรัฐ
และการเตรียมประเทศเพื่อรับแรงกดจากภายนอก จะถูกจัดวางไว้ในลำดับรอง เพื่อไม่ให้ขัดกับภาพการเมืองที่ต้องการรักษา
วิธีคิดแบบเดียวกันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับนโยบาย แต่ถูกขยายมาเป็นกรอบศีลธรรมทางการเมืองด้วย
ท่าทีเดียวกันนี้ สะท้อนออกมาในคำขวัญหาเสียง “มีเรา ไม่มีเทา”
คำขวัญนี้ถูกใช้เป็นเส้นแบ่งทางศีลธรรม
ตัดฝ่ายอื่นออกจากการยอมรับทางการเมือง พร้อมยกตัวเองขึ้นเป็นตัวแทนความสะอาด
แต่ในขณะที่คำว่า “เทา” ถูกใช้โจมตีคนอื่น พรรคประชาชนเองกลับไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำถามเดียวกันนี้ได้
พฤติกรรม บุคคล และเหตุการณ์ในระยะหลัง ทำให้คำขวัญนี้หันกลับมาทิ่มเจ้าของคำขวัญเอง
ความต่างระหว่างการประกาศว่าไม่เอาเทา กับความสามารถในการจัดการความเทาภายในพรรค เริ่มไม่ชัดเหมือนในช่วงหาเสียง
คำขวัญที่เคยใช้ปิดประตูใส่คนอื่น
กลายเป็นกรอบที่ผูกมัดพรรคประชาชนเอง ในวันที่ภาพสะอาดเริ่มมีรอย
ในโลกการเมืองระหว่างประเทศ คำว่าขาวหรือเทาไม่ใช่ตัวตัดสิน
การค้า พลังงาน ความมั่นคง และอิทธิพล ทั้งหมดเดินอยู่บนพื้นที่ที่ไม่มีประเทศใดขาวล้วน
รัฐที่ปฏิเสธความจริงข้อนี้ ย่อมเหลือทางเลือกในการต่อรองน้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องมีใครบีบ
เท้ง ณัฐพงษ์ เติบโตมาในเส้นทางนี้ เดินต่อจากธนาธร และพิธา การเมืองที่หล่อหลอมเขา คือการเมืองที่ระแวงอำนาจรัฐ และมองการเตรียมกำลังป้องกันประเทศเป็นเรื่องเก่า
เมื่อแนวคิดแบบนี้ถูกยกขึ้นมาบริหารประเทศ สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่ตัวบุคคล
แต่คือทิศทางของรัฐทั้งระบบ
รัฐบาลในกรอบคิดนี้ จะให้ความสำคัญกับถ้อยแถลง การชี้แจง และภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้รัฐบาลดูเรียบร้อย แต่ไม่ทำให้เงื่อนไขการค้าผ่อนลง และไม่ทำให้ฝ่ายที่ถืออำนาจต่อรอง ปรับท่าทีเพราะคำพูดเพียงอย่างเดียว
ถ้าพรรคประชาชนได้บริหารประเทศและณัฐพงษ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
หน้าตาของประเทศไทย จะไม่ใช่ประเทศที่มีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น
แต่จะเป็นประเทศที่ลดความพร้อมของตัวเองลง ลดบทบาทรัฐด้านความมั่นคง
และให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ทางการเมืองภายใน มากกว่าการเตรียมรับแรงกดดันจากภายนอก
รัฐจะพูดมากขึ้น แถลงมากขึ้น ชี้แจงมากขึ้น แต่ในโลกที่แข่งขันกันด้วยกำลังและผลประโยชน์ คำพูดไม่ทำให้เงื่อนไขเปลี่ยน และไม่ทำให้ใครลดแรงกดดัน
ผลลัพธ์จึงชัด ประเทศไทยจะเสียเปรียบ
ทั้งด้านความมั่นคง ทั้งด้านการค้า และทั้งอำนาจต่อรอง
เมื่อบริหารประเทศด้วยวิธีคิดแบบนี้
ประเทศจะอ่อนแรงลงทีละขั้น และนี่คือหน้าตาของประเทศไทย ภายใต้การบริหารแบบนั้น.
ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี