ด้ามขวานเดือดพลั่ก! ‘ชวน’​กรีดยับ​‘พิพัฒน์’​ พุ่งเป้ากระทบชิ่ง‘เลือกปฏิบัติ’

ด้ามขวานเดือดพลั่ก! ‘ชวน’​กรีดยับ​‘พิพัฒน์’​ พุ่งเป้ากระทบชิ่ง‘เลือกปฏิบัติ’

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

พื้นที่ด้ามขวานเดือดพลั่ก! "ชวน"​กรีดกลับ​"พิพัฒน์" คิดแบบ"ธุรกิจการเมือง"หวังโกยผลกำไร​ พุ่งเป้ากระทบชิ่ง"เลือกปฏิบัติ"​ เตือนมีปัญหาแน่​ใช้ทำเนียบรัฐบาลโจมตี-​ไม่ให้เกียรติชาวตรัง ยกบทเรียน​สมัย"ทักษิณ"ตอก ปลุกคนใต้​สั่งสอน"ภูมิใจไทย"​เหมือน"ไทยรักไทย"ในอดีต​ ร่ายยาวผลงานถนน​ 4 เลนทั่วประเทศ​-​เบี้ยผู้สูงอายุ​ โวสนามบินตรัง​ ทำ"โกเกี๊ยะ"นั่งไปดูด 2 สส.

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน​ หลีกภัย​ อดีต​หัวหน้า​พรรคประชาธิปัตย์​ แถลงตอบโต้​ นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คมนาคม​ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจ​ไทย​ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลวานนี้​ (6 ม.ค.69) โดยมีการพาดพิงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี​ 2 สมัย แต่ไม่ได้รับการพัฒนา​ ว่า​ ตนคือหนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้ง​สภา​ผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ​ หมายเลข​ 27 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมด้วย​ เนื่องจากข้อความบางตอนเป็นการโจมตีให้ร้ายกัน​ และจากการให้สัมภาษ​ณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล​ เป็นสถานที่ที่ไม่ควร โจมตีให้ร้ายใคร​ แต่ควรจะเป็นการแถลงนโยบายหรือผลงานมากกว่า ตนจึงอยากเตือนด้วยความเคารพ


นายชวน​ กล่าวว่า​ ที่มีกล่าวว่าหากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย​ เราจะเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณ​ เพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน​ พร้อมกับยกเป็นการเปรียบเทียบการบริหาร จ.สุพรรณบุรี​ ในสมัย นายบรรหาร​ ศิลปอาชา​ ที่เป็นนายกรัฐมนตรี​เพียงปีเดียว​ แต่พัฒนาจังหวัดไปได้มาก และผู้เปรียบเทียบได้ให้สัมภาษ​ณ์ในตอนท้าย​ ว่าพื้นที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้มีนายกรัฐมนตรี​ 2 ครั้งติดต่อกัน ขอให้กลับไปดูว่า​ วันนี้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง พื้นที่จังหวัดอื่นในภาคใต้ นายกฯ ที่เป็น​ 2 สมัยติดต่อกัน ขอให้กลับไปดูว่าวันนี้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ถึงแม้ไปดูแล้วไม่มีการเอ่ยชื่อ​ ก็รู้ว่าเป็นตนและจังหวัดตรัง แต่ก็ไม่แน่จริง ควรเอ่ยชื่อให้หมดเรื่องหมดราว​ ไม่ต้องมานั่งตีความกัน​ ซึ่งท่านก็คงหมายถึงตน ที่เป็นนายกฯ 2 ครั้ง ท่านบอกว่าไม่ได้โจมตีใคร

นายชวน​ กล่าวต่อว่า​ หากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดได้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณเพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน หากสื่อมวลชนนึกออกการเลือกปฏิบัติ​ โดยพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือก ผู้แทนของเขา เคยเกิดขึ้นในสมัยที่ นายทักษิณ​ ชินวัตร​ เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้คำว่าพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อน​ จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่า​เป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งตนเป็นหนึ่งในคนที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ จึงมีผลทำให้พรรครักไทยไม่ได้รับเลือกจากภาคใต้แม้แต่คนเดียว เพราะเชื่อว่าการเลือกปฏิบัติไม่ยุติธรรม​ เพราะฉะนั้นสิ่งที่นายพิพัฒน์​ ​พูดก็เป็นแนวคล้ายคลึงกัน หากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเรื่องพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณนั้น หมายความว่า​ ถ้าไม่เลือกเขา เขาก็อาจจะไม่เอาสิ่งต่างๆ เข้าไปเพื่อพัฒนา ปัญหาคือเมื่อพรรคภูมิใจไทยเขาพูดแล้วทำ เมื่อพูดอย่างนี้ก็คือพูดแล้ว​ เขาก็ควรจะทำ คือถ้าไม่เลือก​ เขาก็จะไม่จัดงบประมาณ​ไปให้​ เป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรงซึ่งโดยหลักแล้วขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ได้ย้ำไว้ ว่าจะเลือกปฏิบัติ​ เพราะความคิดความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน​ เพราะการเลือกหรือไม่ ถือว่าเป็นการเห็นทางการเมือง และถ้านักการเมืองใช้วิธีการนี้​ ความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมืองก็จะเกิดขึ้น อย่างในสมัยนายทักษิณ และจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อกระบวนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยก็จะผิดเพี้ยนไป กลายเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก​ พื้นที่ที่ไม่เลือกก็ไม่มีการพัฒนา​ แต่เก็บภาษี​เขา​ ตนจำได้ว่าเคยเรียกร้องเรื่องนี้​ เมื่อเขาได้เสียภาษีเช่นเดียวกันก็ต้องพัฒนาเหมือนกัน

นายชวน กล่าวอีกว่า การนำไปเปรียบเทียบจังหวัดตรัง ในส่วนของตนนั้น​ เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ตนโชคดีเป็น 6 ปีกว่า​ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งนานที่สุด จึงได้ทำโครงการพัฒนาประเทศ​ ไม่ได้เจาะจงทำเฉพาะ จ.ตรัง โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ตัดถนนเข้าเฉพาะจังหวัดตรัง​ แต่ทำทั่วประเทศ พร้อมยกตัวอย่าง โครงการพัฒนาถนน 4 เลน​ ภาคเหนือสิ้นสุดที่ จ.เชียงราย ภาคอีสานสิ้นสุดที่ จ.หนองคาย ภาคใต้สิ้นส่วนที่จังหวัดชายแดนเชื่อมมาเลเซีย นี่คือการบริหารงานในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี​ ไม่เลือกปฏิบัติ​ ว่าจะเลือกตนหรือไม่

นอกจากนี้ นายชวน ยังระบุว่า โครงการเบี้ยผู้สูงอายุ ได้ริเริ่มในสมัยตน จนมาถึงในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต​ ยงใจยุทธ นายทักษิณ​กลับไม่มีการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ แต่กลับมาเพิ่มในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จาก 200 บาท เป็น 500 บาท และเป็นต้นแบบจนถึงปัจจุบันนี้ ที่ได้เดือนละ 600 - 800 บาท​ และนายอภิสิทธิ์​ ประกาศว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 บาท​ ต้องพูดในสิ่งที่เป็นไปได้​ ไม่พูดอะไรในผลคะแนนเสียงแล้วทำไม่ได้​ ขณะเดียวกันตนยังเป็นผู้ผลักดัน จ.ตรัง ให้มีมหาวิทยาลัย และล่าสุดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ก็มาจากนักกีฬาในมหาวิทยาลัยจังหวัดตรัง รวมถึงริเริ่มให้เด็กดื่มนม จนเด็กสูงได้มาตรฐานโลก​

นายชวน ยังกล่าวว่า​ นายพิพัฒน์นั่งเครื่องบินไป จ.ตรัง แล้วพบกับตน เพื่อไปหา สส.ได้มา 2 คน​ ตนก็ไม่ได้พูดอะไร​ ไม่เกรงใจ​ ไม่ให้เกียรติชาวตรัง​ ตนก็ไม่เคยวิจารณ์​ แต่การพาดพิงอย่างนี้ส่งผลกระทบต่อการหาเสียง จ.ตรัง​ คนจะเข้าใจผิดว่าตนไม่เคยทำอะไรให้ จ.ตรัง​ ซึ่งตนก็พัฒนา จ.ตรัง เหมือนจังหวัดอื่น ไม่อยากให้คนไปเที่ยวตรัง แล้วด่าว่า เอางบประมาณไปทำบ้านมันคนเดียว

นายชวน กล่าวอีกว่า​ จ.ตรัง ยังมีรถไฟมีสนามบินที่สวยที่สุด ซึ่งตนของบประมาณจาก พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา สมัยที่ตนเป็นประธานรัฐสภา และตรังเป็นจังหวัดเดียวที่จตุรัสเมือง​ ซึ่งเป็นความพยายามมากว่า​ 20 ปี​ สมัยที่ตนเป็นประธานรัฐสภา​ พร้อมชวนผู้สื่อข่าวไปเที่ยวเมืองตรังเพื่อเที่ยวจตุรัสเมือง​

"ในการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ถือหลักว่าเราเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ดังนั้น การจะทำนโยบายอะไรก็ตาม ต้องไม่เจตนาที่จะทำเพื่อประโยชน์ในบ้านตัวเองเท่านั้น ต้องทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด นี่เป็นแนวที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้ยึดปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน" นายชวน กล่าว

นายชวน ยังกล่าวว่า​ การที่นายพิพัฒน์​ ใช้ทำเนียบรัฐบาล​ เป็นที่กล่าวโจมตีให้ร้าย​ กระทบในทางกฎหมาย​ ในหลักแล้วไม่ถูกต้อง​ พูดให้ร้ายไม่ตรงกับความเป็นจริง​ ไปเปรียบเทียบกับสุพรรณบุรี​แต่ก็ไม่มีสนามบิน​ การเป็นนักการเมืองจะต้องให้ความสำคัญกับประชาชนทุกจังหวัด​ ประชาธิปไตย​จะไปได้​ เมื่อมีความยุติธรรม​ ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เลือกคนนั้น​ แล้วบ้านเมืองเราจะล้าหลัง​ ถ้าไม่เลือกคนนี้แล้วจะไม่ได้รับการพัฒนา​ แต่ต้องมองว่าใครเป็นรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่พัฒนาทุกจังหวัดทั่วประเทศ​ ตนภูมิใจที่เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ได้ทำหน้าที่และกระจายความเจริญ​ ซึ่งกฎหมายกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค​เกิดในสมัยตน ประเทศเราเรื่องของคนมีความสำคัญ

นายชวน​ ยังกล่าวอีกว่า ตนเป็นผู้ตั้งกระทู้ถามสดในเรื่องวิกฤตศาสนา คนไม่ไปทำบุญจนวัดไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และถูกตัด จนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้งบกลางจ่ายค่าน้ำค่าไฟและไม่ให้ตัดไฟ นี่คือสิ่งที่สังคมยังไม่รู้

"ใครมาเป็นรัฐบาลในเที่ยวหน้า​ ไม่ว่าใครก็ตาม​ อย่าใช้วิธีที่นายพิพัฒน์พูด​ พี่น้องภาคใต้ขอให้รับรู้ถ้าทำอย่างที่นายทักษิณเคยทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับพี่น้องชาวตรัง ขอให้รับทราบว่าสิ่งที่นายพิพัฒน์พูด ตนได้พัฒนาจังหวัดตรัง เหมือนที่พัฒนาจังหวัดอื่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เอาเปรียบจังหวัดอื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวตรัง ไม่อยากให้ไกลมาจังหวัดตรังแล้ว ด่าว่าจังหวัดนี้เอาเปรียบจังหวัดอื่น เอางบประมาณมากองอยู่ที่นี่ ฝนไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น" นายชวน​ กล่าว

นายชวน ยังกล่าวอีกว่า​ ที่จริงไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากระบบยึดอำนาจ​ หรือเลือกตั้ง​ มีแค่รัฐบาลนายทักษิณ​ เป็นรัฐบาลแรก​ที่ประกาศชัดเจนว่าจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกเพื่อไทยก่อน​ จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง​ ซึ่งตนเพิ่งเห็นนายพิพัฒน์เพิ่งมาพูด นอกนั้นก็ได้บทเรียน ส่วนใหญ่จะพูดในทำนองว่า​ ยินดีอย่างยิ่งที่จะพัฒนา​ ไม่ได้เจาะจงจังหวัดใด

เมื่อถามว่า​ ถ้านายพิพัฒน์​มาขอพูดคุยทำความเข้าใจ​จะว่าอย่างไร​ นายชวน​ กล่าวว่า​ ส่วนตัวรู้จักกัน​ นายพิพัฒน์​ก็ลงไปหา สส.เจอในเครื่องบินอยู่ ที่นายพิพัฒน์​ มาพูดเช่นนี้​ ตนคิดว่านายพิพัฒน์เป็นนักธุรกิจที่ทำงานการเมือง ถ้าทัศนคติอาจจะมองไปแบบนักธุรกิจการเมืองที่เราเคยเห็น มองเรื่องจะต้องมีกำไรขาดทุน​ เมื่อลงทุนแล้ว​ ต้องได้ ดังนั้นเลือกถึงจะให้​ ซึ่งความจริงได้นักการเมืองระบอบประชาธิปไตย​ จริงๆ ทำเช่นนั้นไม่ได้​ แต่นักธุรกิจที่มาทำงานการเมือง แต่ความจริงนักธุรกิจที่ทำงานการเมืองที่ดีก็มี​ ความสำนึก​ ความเข้าใจธุรกิจ​ และทำงานการเมืองก็ต้องเอากำไร ซึ่งความจริงเป็นงบหลวงไม่ใช่งบส่วนตัว​ การเลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่ควรจะมี เพราะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเข้า 90 กว่าปี สิ่งเหล่านี้พรรคไทยรักไทยได้บทเรียนมาแล้ว​ ไม่มี สส.ใต้แม้แต่คนเดียว​ ซึ่งเป็นผลมาจากที่เรารณรงค์​พรรคการเมืองจะได้เรียนรู้และไม่ใช่วิธีนี้ปฏิบัติ

เมื่อถามว่า การที่นายพิพัฒน์ออกมาพูดเช่นนี้เหมือนกับนายทักษิณ​ แสดงว่าพรรคภูมิใจ​ไทย​จะไม่ได้ที่นั่งใช่หรือไม่​ นายชวน กล่าวว่า​ ถ้าข้อมูลนี้ไปถึงชาวบ้านตนว่าเขาจะคิด​ เพราะเขาบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ตนว่าเรื่องนี้ จะมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ความจริงตนก็ไม่มีอะไร ฉะนั้นท่านจะมาพาดพิงเรื่องอะไร ถ้าท่านไปหาต้นตอที่ตรังผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ว่าท่านทำเหมือนกับไม่ให้เกียรติคนตรัง​ แต่ท่านก็ไปพูดอย่างนี้ ไม่ไปว่าอะไร เจอก็ทักทายกัน

เมื่อถามย้ำว่า​ เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์​ได้รับการตอบรับที่ดีในภาคใต้ใช่หรือไม่​ นายชวน กล่าวว่า​ ไม่ทราบว่าดีหรือไม่ดี แต่แนวปฏิบัติเรามีมามากแล้ว​ ท่านอาจจะไม่สามารถปรับเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้ 100% ท่านอาจมองเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องได้ประโยชน์ และต้องได้กำไรการเมืองจะคิดอย่างนั้นไม่ได้

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top