วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
ปลุกคนใต้สั่งสอน‘ภูมิใจไทย’
‘ชวน’ซัดเดือด!
กรีดยับ‘ธุรกิจการเมือง’
เลือกปฏิบัติซ้ำรอยทรท.
พท.ปลื้มกรุงกระแสพุ่ง
รทสช.โวเป้าสส.69ที่นั่ง
ด้ามขวานใต้เดือดพลั่ก!“ชวน”กรีดกลับ“พิพัฒน์”คิดแบบ“ธุรกิจการเมือง”หวังโกยผลกำไร พุ่งเป้ากระทบชิ่ง“เลือกปฏิบัติ” เตือนมีปัญหาแน่ ใช้ทำเนียบรัฐบาลโจมตี-ไม่ให้เกียรติชาวตรัง ยกบทเรียนสมัย“ทักษิณ”ตอก ปลุกคนใต้สั่งสอน“ภูมิใจไทย”เหมือน“ไทยรักไทย”ในอดีต โชว์ผลงานถนน 4 เลนทั่วประเทศ-เบี้ยผู้สูงอายุ โวสนามบินตรังสวยสุด ทำ“โกเกี๊ยะ”นั่งไปดูด 2 สส. “อภิสิทธิ์”นำทีมปชป.บุกสิชล เมืองคอน ย้ำการเมืองสุจริต ไม่เอาทุนเทา ชูนโยบาย เกิดปั๊บรับ65,000-โตมารับเงินแสน-เบี้ยสูงวัย1 พันบาท ถ้วนหน้า “องอาจ”เชื่อกระแสปชป.ดึง“ฐานเสียงเก่า”กลับมา ขณะที่“เพื่อไทย”“ยศชนัน”ลุยหาเสียงกทม.-นนทบุรี ปลื้มโพลพรรคคะแนนนิยมกทม.พุ่ง ส่วน“พีระพันธุ์”ลั่นเลือก“รทสช.”สางปัญหาไทย-กัมพูชาได้ทันที โวตั้งเป้ากวาดสส. 69 ที่นั่ง ซัดปราบคนโกงต้องใช้ยาแรง
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลวานนี้(6 ม.ค. 2569) โดยมีการพาดพิงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี 2 สมัย แต่ไม่ได้รับการพัฒนาว่า ตนคือหนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 27 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมด้วย เนื่องจากข้อความบางตอนเป็นการโจมตีให้ร้ายกัน และจากการให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่ที่ไม่ควรโจมตีให้ร้ายใคร แต่ควรจะเป็นการแถลงนโยบายหรือผลงานมากกว่า ตนจึงอยากเตือนด้วยความเคารพ
‘ชวน’ซัดเดือดกรีดกลับ‘พิพัฒน์’
นายชวนกล่าวว่า ที่มีกล่าวว่า หากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทย เราจะเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณ เพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานพร้อมกับยกเป็นการเปรียบเทียบการบริหาร จ.สุพรรณบุรี ในสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงปีเดียว แต่พัฒนาจังหวัดไปได้มาก และผู้เปรียบเทียบได้ให้สัมภาษณ์ในตอนท้ายว่า พื้นที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้มีนายกรัฐมนตรี 2 ครั้งติดต่อกัน ขอให้กลับไปดูว่า วันนี้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง พื้นที่จังหวัดอื่นในภาคใต้ นายกฯ ที่เป็น 2 สมัยติดต่อกันขอให้กลับไปดูว่าวันนี้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ถึงแม้ไปดูแล้ว ไม่มีการเอ่ยชื่อ ก็รู้ว่าเป็นตนและจังหวัดตรัง แต่ก็ไม่แน่จริง ควรเอ่ยชื่อให้หมดเรื่องหมดราว ไม่ต้องมานั่งตีความกัน ซึ่งท่านก็คงหมายถึงตน ที่เป็นนายกฯ2 ครั้ง ท่านบอกว่าไม่ได้โจมตีใคร
ยกบทเรียน‘ทักษิณ’พัฒนาเฉพาะจว.
นายชวนกล่าวว่า หากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดได้ช่วยกันเลือกพรรคภูมิใจไทยก็จะนำเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณเพื่อพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน หากสื่อมวลชน นึกออกการเลือกปฏิบัติโดยพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือก ผู้แทนของเขา เคยเกิดขึ้นในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้คำว่าพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติซึ่งตนเป็นหนึ่งในคนที่ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ จึงมีผลทำให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้รับเลือกจากภาคใต้แม้แต่คนเดียว เพราะเชื่อว่าการเลือกปฏิบัติไม่ยุติธรรม
“สิ่งที่นายพิพัฒน์ พูดก็เป็นแนวคล้ายคลึงกัน หากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเรื่องพรรคภูมิใจไทยก็จะนำสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณนั้น หมายความว่า ถ้าไม่เลือกเขา เขาก็อาจจะไม่เอาสิ่งต่างๆ เข้าไปเพื่อพัฒนา ปัญหาคือเมื่อพรรคภูมิใจไทยเขา พูดแล้วทำ เมื่อพูดอย่างนี้ก็คือพูดแล้ว เขาก็ควรจะทำ คือถ้าไม่เลือก เขาก็จะไม่จัดงบประมาณไปให้ เป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรงซึ่งโดยหลักแล้วขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27ได้ย้ำไว้ว่าจะเลือกปฏิบัติ เพราะความคิดความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน เพราะการเลือกหรือไม่ ถือว่าเป็นการเห็นทางการเมือง ถ้านักการเมืองใช้วิธีการนี้ ความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมืองก็จะเกิดขึ้นอย่างในสมัยนายทักษิณ และจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อกระบวนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยก็จะผิดเพี้ยนไป กลายเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก พื้นที่ที่ไม่เลือกก็ไม่มีการพัฒนา แต่เก็บภาษีเขา ตนจำได้ว่าเคยเรียกร้องเรื่องนี้เมื่อเขาได้เสียภาษีเช่นเดียวกันก็ต้องพัฒนาเหมือนกัน”นายชวน กล่าว
โชว์ผลงานถนน4เลนทั่วประเทศ
นายชวนกล่าวอีกว่า การนำไปเปรียบเทียบจังหวัดตรัง ในส่วนของตนนั้น เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ตนโชคดีเป็น 6 ปีกว่า เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งนานที่สุด จึงได้ทำโครงการพัฒนาประเทศ ไม่ได้เจาะจงทำเฉพาะ จ.ตรัง โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ตัดถนนเข้าเฉพาะจังหวัดตรัง แต่ทำทั่วประเทศ พร้อมยกตัวอย่าง โครงการพัฒนาถนน 4 เลน ภาคเหนือสิ้นสุดที่ จ.เชียงราย ภาคอีสานสิ้นสุดที่ จ.หนองคาย ภาคใต้สิ้นสุดที่จังหวัดชายแดนเชื่อมมาเลเซีย นี่คือการบริหารงานในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เลือกปฏิบัติ ว่าจะเลือกตนหรือไม่
ดันเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่มเป็น1พัน
นอกจากนี้ นายชวนยังระบุว่าโครงการเบี้ยผู้สูงอายุ ได้ริเริ่มในสมัยตน จนมาถึงในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายทักษิณ กลับไม่มีการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ แต่กลับมาเพิ่มในสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จาก 200 บาท เป็น 500 บาท และเป็นต้นแบบจนถึงปัจจุบันนี้ที่ได้เดือนละ 600 - 800 บาท และนายอภิสิทธิ์ประกาศว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 บาท ต้องพูดในสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่พูดอะไรในผลคะแนนเสียงแล้วทำไม่ได้ ขณะเดียวกัน ตนยังเป็นผู้ผลักดัน จ.ตรัง ให้มีมหาวิทยาลัย และล่าสุดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ก็มาจากนักกีฬาในมหาวิทยาลัยจังหวัดตรัง รวมถึงริเริ่มให้เด็กดื่มนม จนเด็กสูงได้มาตรฐานโลก
โวสนามบินตรังสวยสุด
นายชวนยังกล่าวว่า นายพิพัฒน์นั่งเครื่องบินไป จ.ตรัง แล้วพบกับตนเพื่อไปหาสส.ได้มา 2 คน ตนก็ไม่ได้พูดอะไรไม่เกรงใจ ไม่ให้เกียรติชาวตรัง ตนไม่เคยวิจารณ์ แต่การพาดพิงอย่างนี้ ส่งผลกระทบต่อการหาเสียง จ.ตรัง คนจะเข้าใจผิดว่าตนไม่เคยทำอะไรให้ จ.ตรัง ซึ่งตนก็พัฒนา จ.ตรัง เหมือนจังหวัดอื่น ไม่อยากให้คนไปเที่ยวตรัง แล้วด่าว่าเอางบประมาณไปทำบ้านมันคนเดียว โดย จ.ตรังยังมีรถไฟ มีสนามบินที่สวยที่สุดซึ่งตนของบประมาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยที่ตนเป็นประธานรัฐสภา และตรังเป็นจังหวัดเดียวที่จตุรัสเมือง ซึ่งเป็นความพยายามมากว่า 20 ปี สมัยที่ตนเป็นประธานรัฐสภา พร้อมชวนผู้สื่อข่าวไปเที่ยวเมืองตรังเพื่อเที่ยวจตุรัสเมือง
ตอกย้ำนายกฯต้องทำเพื่อคนทั้งปท.
“ในการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ถือหลักว่าเราเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ดังนั้น การจะทำนโยบายอะไรก็ตาม ต้องไม่เจตนาที่จะทำเพื่อประโยชน์ในบ้านตัวเองเท่านั้น ต้องทำเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด นี่เป็นแนวที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้ยึดปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน” นายชวน กล่าว
ภูมิใจนายกฯ2สมัยกระจายความเจริญ
นายชวนยังกล่าวว่า การที่นายพิพัฒน์ ใช้ทำเนียบรัฐบาล เป็นที่กล่าวโจมตีให้ร้าย กระทบในทางกฎหมาย ในหลักแล้วไม่ถูกต้อง พูดให้ร้ายไม่ตรงกับความเป็นจริง ไปเปรียบเทียบกับสุพรรณบุรี แต่ก็ไม่มีสนามบิน การเป็นนักการเมืองจะต้องให้ความสำคัญกับประชาชนทุกจังหวัด ประชาธิปไตยจะไปได้ เมื่อมีความยุติธรรม ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เลือกคนนั้น แล้วบ้านเมืองเราจะล้าหลัง ถ้าไม่เลือกคนนี้แล้วจะไม่ได้รับการพัฒนา แต่ต้องมองว่าใครเป็นรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่พัฒนาทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตนภูมิใจที่เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ได้ทำหน้าที่และกระจายความเจริญ ซึ่งกฎหมายกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคเกิดในสมัยตน ประเทศเราเรื่องของคนมีความสำคัญ
นายชวนกล่าวอีกว่า ตนเป็นผู้ตั้งกระทู้ถามสดในเรื่องวิกฤตศาสนา คนไม่ไปทำบุญจนวัดไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และถูกตัด จนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้งบกลางจ่ายค่าน้ำค่าไฟและไม่ให้ตัดไฟ นี่คือ สิ่งที่สังคมยังไม่รู้
ปลุกคนใต้สั่งสอนภท.เหมือนยุคแม้ว
“ใครมาเป็นรัฐบาลในเที่ยวหน้า ไม่ว่าใครก็ตาม อย่าใช้วิธีที่นายพิพัฒน์พูด พี่น้องภาคใต้ ขอให้รับรู้ ถ้าทำอย่างที่นายทักษิณเคยทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับพี่น้องชาวตรัง ขอให้รับทราบว่าสิ่งที่นายพิพัฒน์พูด ผมได้พัฒนาจังหวัดตรัง เหมือนที่พัฒนาจังหวัดอื่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เอาเปรียบจังหวัดอื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวตรัง ไม่อยากให้ไกลมาจังหวัดตรังแล้ว ด่าว่าจังหวัดนี้เอาเปรียบจังหวัดอื่น เอางบประมาณมากองอยู่ที่นี่ ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น” นายชวน กล่าว
พร้อมย้ำว่าที่จริง ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากระบบยึดอำนาจหรือเลือกตั้ง มีแค่รัฐบาลนายทักษิณเป็นรัฐบาลแรกที่ประกาศชัดเจนว่าจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกเพื่อไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ซึ่งตนเพิ่งเห็นนายพิพัฒน์เพิ่งมาพูด นอกนั้นก็ได้บทเรียนส่วนใหญ่จะพูดในทำนองว่า ยินดีอย่างยิ่งที่จะพัฒนาไม่ได้เจาะจงจังหวัดใด
ซัดแนวคิด‘นักธุรกิจการเมือง’
เมื่อถามว่าถ้านายพิพัฒน์มาขอพูดคุยทำความเข้าใจจะว่าอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกัน นายพิพัฒน์ ก็ลงไปหา สส.เจอในเครื่องบินอยู่ ที่นายพิพัฒน์ มาพูดเช่นนี้ตนคิดว่านายพิพัฒน์เป็นนักธุรกิจที่ทำงานการเมือง ถ้าทัศนคติอาจจะมองไปแบบนักธุรกิจการเมืองที่เราเคยเห็น มองเรื่องจะต้องมีกำไรขาดทุน เมื่อลงทุนแล้ว ต้องได้ ดังนั้น เลือกถึงจะให้ ซึ่งความจริงได้นักการเมืองระบอบประชาธิปไตย จริงๆ ทำเช่นนั้นไม่ได้ แต่นักธุรกิจที่มาทำงานการเมือง แต่ความจริงนักธุรกิจที่ทำงานการเมืองที่ดีก็มี ความสำนึก ความเข้าใจธุรกิจ และทำงานการเมืองก็ต้องเอากำไร ความจริงเป็นงบหลวงไม่ใช่งบส่วนตัว การเลือกปฏิบัติซึ่งไม่ควรจะมี เพราะเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเข้า 90 กว่าปี สิ่งเหล่านี้ พรรคไทยรักไทยได้บทเรียนมาแล้ว ไม่มี สส.ใต้แม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นผลมาจากที่เรารณรงค์พรรคการเมืองจะได้เรียนรู้และไม่ใช่วิธีนี้ปฏิบัติ
เมื่อถามว่าการที่นายพิพัฒน์ออกมาพูดเช่นนี้เหมือนกับนายทักษิณ แสดงว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้ที่นั่งใช่หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า“ถ้าข้อมูลนี้ไปถึงชาวบ้านตนว่าเขาจะคิด เพราะเขาบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ตนว่าเรื่องนี้จะมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ความจริงตนก็ไม่มีอะไร ท่านจะมาพาดพิงเรื่องอะไร ถ้าท่านไปหาต้นตอที่ตรัง ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ว่าท่านทำเหมือนกับไม่ให้เกียรติคนตรัง แต่ท่านก็ไปพูดอย่างนี้ ไม่ไปว่าอะไร เจอก็ทักทายกัน”
เมื่อถามย้ำว่าเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการตอบรับที่ดีในภาคใต้ใช่หรือไม่ นายชวนตอบว่าไม่ทราบว่าดี หรือไม่ดี แต่แนวปฏิบัติเรามีมามากแล้ว ท่านอาจจะไม่สามารถปรับเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้ 100% ท่านอาจมองเป็นเรื่องธุรกิจที่ต้องได้ประโยชน์ และต้องได้กำไรการเมืองจะคิดอย่างนั้นไม่ได้
‘อภิสิทธิ์’นำทีมปชป.บุกสิชล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯดูแลภาคใต้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯลงพื้นที่ตลาดสดเทวดา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ช่วยหาเสียงสนับสนุน นายชาญวัฒนา อิสระวัฒนา ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 9 หมายเลข 3
โดยมีประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเนืองแน่น ส่งเสียงเชียร์พร้อมมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยรวมถึงขอถ่ายรูปด้วยตลอดเส้นทางที่นายอภิสิทธิ์เดินทักทายประชาชนในตลาด ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายอภิสิทธิ์กล่าวทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเองว่ารู้สึกดีใจที่วันนี้ได้กลับมาทักทายพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช แม้จะอยู่การเมืองมา 30 ปี แต่ชาวบ้านยังจำชื่อไม่ได้ เรียกแต่“หล่อเหมือนเดิม”สร้างเสียงหัวเราะสนั่นเวที
ชูนโยบาย เกิดปั๊บรับ65,000บ.
นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกลับมารับใช้ประชาชนด้วยนโยบายที่ทำได้จริงโดยเฉพาะการต่อยอดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ตนเคยเริ่มไว้ จะปรับเพิ่ม เป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า ยังชูนโยบายด้านการศึกษาและเด็กเกิดใหม่โดยเสนอ เงินขวัญถุงเด็กแรกเกิด 65,000 บาท ในปีแรกและจะมีระบบออมเงินให้เด็กจนมีเงินเก็บ 100,000 บาท เมื่ออายุครบ 18 ปี เพื่อสร้างอนาคตให้คนไทยรุ่นใหม่
ในส่วนของการศึกษา ยืนยันว่า นโยบายเรียนฟรี 15 ปีของประชาธิปัตย์จะต้องถูกยกระดับเป็น“เรียนฟรีจริง” ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง โดยรัฐจะเข้าไปอุดหนุน ทั้งค่าอุปกรณ์ เครื่องแบบ รวมถึงค่าเดินทางและค่าอาหาร เพื่อลดภาระผู้ปกครองในสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง
ปลุกการเมืองสุจริตไม่เอาทุนเทา
“ตอนนี้ที่น่ากลัวเงินกำลังไหลเข้ามาสู่พรรคการเมือง แล้วพรรคการเมืองก็เอาเงินมาซื้ออำนาจ พี่น้องยอมได้ไหม วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เงินไม่ว่าจะสีอะไรก็อย่าให้ซื้อพวกเราได้ เราจะต้องเอาการเมืองสุจริตกลับมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นผู้นำ และคนที่จะปราบทุนสีเทาได้ คือพี่น้องประชาชนทุกคน”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ
‘องอาจ’ลุยหาเสียงช่วย‘หลาน’จุรินทร์
ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพฯนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขต13เขตลาดพร้าว แขวงลาดพร้าว เขตบึงกุ่ม แขวงนวลจันทร์ แขวงนวมินทร์ หมายเลข 8บรรยากาศการขอคะแนนเสียงมีประชาชนให้กำลังใจกับทั้งนายองอาจและผู้สมัคร สส.พร้อมทั้งกล่าวว่า“จำได้แล้วเบอร์ 8 กับเบอร์ 27”“ครั้งนี้จะเลือกครั้งที่แล้วไม่เลือกให้เลย” “เอาใจช่วยนะขอให้ชนะ” “ยังไงก็เลือกประชาธิปัตย์”
เชื่อกระแสพรรคดึงฐานเก่ากลับมา
ขณะที่ นายองอาจเปิดเผยถึงบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคมอบหมายให้ตนมาช่วยผู้สมัครลงพื้นที่หาเสียงและเขตนี้ถือเป็นเขตสำคัญ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เคยให้การสนับสนุนผู้สมัครจากพรรค และเท่าที่ออกมาสัมผัสประชาชนในช่วง 60 วันที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าบรรยากาศการตอบรับของประชาชนดีกว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างมากประชาชนหลายคนมาบอกกับตนตรงๆว่าคราวที่แล้ว ไม่ได้เลือก แต่คราวนี้จะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ประชาชนจะกลับมาให้การสนับสนุนการเลือกตั้งครั้งนี้
‘ยศชนัน’ฟิตหาเสียงกทม.-นนทบุรี
ช่วงเช้าพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค และผู้สมัคร สส.ของพรรคร่วมลงพื้นที่หาเสียง 2 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังปัญหา โดยจุดแรก นายยศชนันเดินทางไปตลาดบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รับฟังปัญหาค่าครองชีพและการทำมาค้าขาย มี นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้สมัคร สส.จังหวัดนนทบุรี เขต 6 เบอร์ 5 ร่วมลงพื้นที่พร้อมแนะนำตัวกับประชาชน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
จากนั้น ได้เดินทางต่อมายังจุดที่สอง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครหาเสียงช่วย นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 25 เบอร์ 4 ร่วมลงพื้นที่มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ เขตทุ่งครุ พบปะผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังประเด็นปัญหาการจราจรและข้อเสนอแนะในการเพิ่มจุดขึ้น–ลงทางด่วน ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเราให้ความสำคัญกับเรื่องพหุวัฒนธรรม เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม
ปลื้มโพลคะแนนนิยมกทม.พุ่ง
นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประเมินกระแสหรือทำโพลสำรวจของพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯหลังลงพื้นที่ต่อเนื่องว่า มีตลอดเพราะพรรคมีข้อมูลของคนในพื้นที่นั้น ปัจจุบันมีการลงพื้นที่มาโดยตลอดพบว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นมาก ทำให้มีกำลังใจในการลงพื้นที่ สังเกตได้ว่าตนจะเดินไปแต่พื้นที่ที่สะท้อนถึงเรื่องนโยบาย ซึ่งการที่มาเขตทุ่งครุ เพื่อมารับฟังความเห็นจากพี่น้อง เพื่อนำไปสะท้อนนโยบายของเราเอง
ส่วนการปราศรัยใหญ่ในวันที่8 ม.ค. ที่ลานคนเมือง กทม.นั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ขอพูดทีเซอร์ก่อนซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังคม และความเหลื่อมล้ำ และจะสังเกตได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เราจะลงพื้นที่ส่วนนี้เยอะมาก และในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการเปิดนโยบายเกี่ยวกับเชิงสังคม และความเหลื่อมล้ำ
‘พีระพันธุ์’ลั่นเข้าสางปมไทย-เขมร
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการหาเสียงว่าตอนนี้ แต่ละพรรคมีการหาเสียงกันมากขึ้นผ่านมา7 วันแล้ว ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ พยายามทำงาน เตรียมการเลือกตั้งทุกอย่าง และได้ส่งคนไปในพื้นที่ทุกภาค เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนกลับมาว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ยืนยันว่าทั้งในกรุงเทพฯและพื้นที่ต่างจังหวัด
“เท่าที่ฟังดู ทุกภาคมีปัญหาเหมือนกัน คือ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องพลังงาน ทั้งสองเรื่องตรงกับนโยบายของพรรค ตรงกับสิ่งที่ผมทำมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจึงเชื่อว่าถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคและผู้สมัครของพรรคได้เข้าไปบริหารประเทศ จะสามารถแก้ไขปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ได้แน่นอน”นายพีระพันธุ์ ย้ำและว่ามั่นใจว่าจะสามารถพลิกโฉมประเทศนี้ได้ด้วยความเด็ดขาดของเรา เพราะฉะนั้น เบอร์ 6 ไม่โกหก
ซัดปราบคนโกงต้องใช้ยาแรง
ส่วนแนวคิดใช้นโยบายยาแรงปราบคอร์รัปชั่น ถึงขั้นประหารชีวิต จะสามารถใช้ได้กับสังคมไทยขณะนี้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่าการทุจริตเหมือนโรคมะเร็ง หากปล่อยให้ลุกลามโดยใช้เพียงยาอ่อนก็ไม่มีทางหาย ยอมรับว่าคอร์รัปชั่นในสังคมไทย รุนแรงขึ้นทุกวัน ถึงเวลาต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาดและเฉียบขาด โดยแนวคิดนี้ตนมีมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ซึ่งพบว่านักโทษคดีร้ายแรง ยังสามารถใช้อิทธิพลและเงินแก้ปัญหาได้ แม้อยู่ในเรือนจำ
โวตั้งเป้ากวาดสส. 69 ที่นั่ง
เมื่อถามว่าถึงวันนี้ตั้งเป้าว่าจะได้ สส.กี่ที่นั่ง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตั้งเป้าว่าจะได้ทุกที่ ถ้าไม่ได้ทุกที่ สิ่งที่ตนพูดก็คงทำไม่ได้ จะแก้ปัญหาพลังงานได้หรือไม่ ถ้าประชาชนไม่เลือก สิ่งที่ตนพูดไปก็ไม่มีทางเกิด จึงมาขอโอกาสไปทำงานให้ ตนไม่ได้เสียดายเลยที่พ้นจากตำแหน่งแต่เสียดายคือโอกาสที่จะทำให้สำเร็จ ตนตั้งเป้าว่าปี’69 นี้จบหมด
หากตนยังอยู่ในตำแหน่ง สิ่งที่ตนพูดทุกอย่างจะเกิดขึ้นจริงในปี’69 ว่า โดยคาดว่าจะได้เสียงถึง 69 ที่นั่ง เพราะตนมีนโยบายหลัก 6 เรื่อง ตรงกับเบอร์ 6 ของพรรค
ภท.ไม่ทนร้องฟัน‘ด้อมส้ม’เฟคนิวส์
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.)นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขณะนี้พบกระบวนการดำเนินการที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หลอกลวงสร้างความสับสนให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเช่น การโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้ “เข้าคูหากาเบอร์ 46 ทั่วประเทศนะคะ เสี่ยหนูนโยบายดีมาก” พร้อมตกแต่งตัวเลขชื่อ “อนุทิน” ให้กลายเป็นเลข 46 ซึ่งไม่ใช่หมายเลขของพรรคภูมิใจไทยแต่เป็นของพรรคประชาชน โดยความเป็นจริงแล้ว พรรคภูมิใจไทยได้หมายเลข 37 บัตรสีชมพู การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งตามมาตรา 73
นอกจากนี้ยังพบการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในลักษณะใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย เช่น การอ้างว่าพรรคมีท่าทีเกี่ยวกับการถวายคืนพระราชอำนาจ การเพิ่มโทษตามมาตรา 112 การเพิ่มงบประมาณให้สถาบันฯรวมถึงการนำนโยบายเก่าปี 2566 มาดัดแปลง เพื่อ
ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในนโยบายปัจจุบัน
ยื่นกกต.-ปอท.เอาผิด-ให้ร้ายบิดเบือน
นายศุภชัยระบุว่า พรรคประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงจากการกระทำของบุคคลเหล่านี้ ที่ทำให้ประชาชนหลงผิด เป็นการหลอกลวง ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้การเข้าใจผิด แต่กลับนิ่งเฉยไม่ระงับยับยั้งบรรดาหัวคะแนนหรือกองเชียร์ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 132 ของกฎหมายเลือกตั้ง สส.
“วันนี้พรรคภูมิใจไทยจะเดินทางไปร้องต่อเลขาธิการกกต.เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายและจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนบก.ปอท.เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีผู้ใช้ต่างๆ เช่นชื่อ “Khiw Khiw” หรือ “Nutchuwin Muangkote” ที่โพสต์ข้อความเหล่านี้ด้วยเจตนาที่จะให้การสนับสนุนพรรคประชาชน และให้กกต.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน ตามบทบัญญัติกฎหมายเลือกตั้งต่อไป” นายศุภชัย กล่าว
‘อนุทิน’สุดชิลเดินตลาดศรีย่าน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทักทายประชาชนพบปะพ่อค้าแม่ค้า แวะซื้อของรับประทาน ที่ตลาดศรีย่าน ก่อนเข้าทำเนียบรัฐบาล มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาทักทาย และขอถ่ายรูปด้วย พร้อมสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับเรื่องค้าขาย
โดย ตลอดทั้งวันนายอนุทินไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน รวมไปถึงไม่มีกำหนดการหาเสียงที่แน่นอน โดยเจ้าตัวอ้างว่าต้องการหาเสียงแบบออร์แกนิก ท่ามกลางการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคการเมืองอื่นกันอย่างเข้มข้น
ทสท.เปิด’คูปองเลี้ยงเด็กไทย’เดือนละ2พัน
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) แถลงข่าวเปิดนโยบายดูแลคนไทยให้หายเหนื่อย โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาปัจจุบันที่คนไทยมีลูกน้อยลงอย่างน่าใจหาย โดยเด็กเกิดใหม่เหลือเพียง 460,000 คนต่อปี เนื่องจากพ่อแม่มีความกังวลใจต่อค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูซึ่งการที่เด็กเกิดใหม่น้อยลงนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคตอันใกล้ ทำให้ GDP อาจเติบโตได้ไม่เกิน 2% เพราะจำนวนคนวัยทำงานและกำลังซื้อลดลงมากขณะที่ครอบครัวที่มีลูกอยู่แล้วส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจนรายได้ไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อการดูแลด้านโภชนาการและการพัฒนาสมองของเด็กไทย
พรรคไทยสร้างไทยจึงประกาศนโยบายทำให้คนไทยหายเหนื่อยและหมดกังวลกับการมีลูก ด้วยการออกคูปองเลี้ยงลูกเดือนละ 2,000 บาทให้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงลูกอายุ6 ขวบ เนื่องจากช่วงอายุนี้เป็นโอกาสทองที่จะพัฒนาสมองและร่างกายของเด็กได้ดีที่สุด โดยคูปองดังกล่าวจะใช้แลกเป็นนม วิตามิน และสิ่งจำเป็นในการดูแลลูกตามคำแนะนำของแพทย์ในโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กไทยได้รับการดูแลให้อิ่มท้องสมองดี ลดภาระของพ่อแม่ และถือเป็นการลงทุนสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างชาติ พร้อมทั้งช่วยจูงใจให้คู่สมรสตัดสินใจมีบุตรเพื่อแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ
สำหรับคำถามถึงความเป็นไปได้และที่มาของงบประมาณหลักหมื่นล้านบาทต่อปีนั้น พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่าคุ้มค่าและทำได้จริงหากบริหารจัดการอย่างโปร่งใสโดยไม่โกง และตัดงบประมาณส่วนที่ฟุ่มเฟือยออก ก็จะมีเงินเหลือมาลงทุนสร้างอนาคตของเด็กไทยได้อย่างสบาย พร้อมเปรียบเทียบว่าขนาดงบประมาณมอเตอร์จีพี 4,000 ล้านบาท ยังจัดสรรให้ได้ แล้วทำไมจะลงทุนเพื่อสร้างอนาคตของชาติไม่ได้ พรรคไทยสร้างไทยจึงขอให้พ่อแม่มั่นใจในประสบการณ์การบริหารงานที่สำเร็จมาแล้วว่าจะช่วยให้หายเหนื่อยกับภาระการเลี้ยงลูกได้อย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี