542.jpg
กมธ.ตำรวจลงดาบ สอบสส.ภาวุธ พัวพันฟอเร็กซ์ฉาว เปิดทางพิสูจน์ความจริง

กมธ.ตำรวจลงดาบ สอบสส.ภาวุธ พัวพันฟอเร็กซ์ฉาว เปิดทางพิสูจน์ความจริง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กมธ.ตำรวจลงดาบ
สอบสส.ภาวุธ
พัวพันฟอเร็กซ์ฉาว
เปิดทางพิสูจน์ความจริง
‘เท้ง’โวยปชน.โดนรังแก
พท.จี้ให้รีบปัดกวาดบ้าน

ประธาน กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร จ่อเรียก สส.ปชน. ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ แจงปมโอนเงิน 28 ล้าน โยงคดีฟอเร็กซ์ ชี้ให้โอกาสใช้กลไกของสภา พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ด้าน “เท้ง” ครวญดีเอสไอดิสเครดิต ขณะที่ เพื่อไทย สบช่องแนะ ปชน. รีบปัดกวาดบ้านเป็นการด่วน เปิดผังสืบสวนดีเอสไอคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ ขยายผล 3 กลุ่มเครือข่ายเกี่ยวข้อง “โบรกเกอร์-IB โค้ชสอนเทรด-บริษัท Payment” เส้นเงินขณะคนถูกพาดพิงยังเงียบ

จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)นำโดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดในปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 ภายใต้ชื่อ“Shutdown the laundering” ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับมีการตรวจยึดเงินสด กว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินมูลค่าสูงอีกหลายรายการ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน จากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีนักการเมืองและดาราชื่อดังเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาท ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคลใดเนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานผู้เสียหาย รวบรวมหลักฐานเพื่อเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับสอบสวนเป็นคดีพิเศษในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพ.ศ. 2546 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 นั้น


เปิดผังคดีหลอกลงทุน‘ฟอเร็กซ์’

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยถึงรูปแบบการฉ้อโกงและฟอกเงิน : เครือข่ายไอบี (IB:กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์หรือIntroducing Broker)-โบรกเกอร์-อะคาเดมี ดังนี้ ขั้นที่ 1 “เหยื่อ”หรือ “ประชาชนผู้ลงทุน” ถูกชวนผ่านโฆษณา/คอร์ส ขั้นที่ 2 ไอบี (IB)หรือตัวแทน ซึ่งเป็นตัวกลางหาลูกค้า รับค่าคอมฯ ตามยอดเทรด ต้องขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ขั้นที่ 3 โบรกเกอร์(Broker) แพลตฟอร์มเทรดจริงหรือหลอกปนกันไป อาจเป็นโบรกเกอร์นอกหรือเถื่อนซึ่งมักจะมีการโชว์กำไรปลอม ทำให้เหยื่อเติมเงินลงทุนซ้ำ ซึ่งต้องขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และยังมีอะคาเดมี (Academy) หรืออินฟลูเอนเซอร์ดำเนินการขายคอร์ส สร้างความน่าเชื่อถือดันคนเข้าระบบไอบี (IB)

ขั้นที่ 4 ผู้รับชำระเงิน (Payment Gateway) จะทำการรวมยอดเหยื่อ จ่ายออกเป็นยอดร้านค้า ซึ่งในกลุ่มของผู้รับชำระเงินจะมีผู้ให้บริการหลายราย มีทั้งให้บริการถูกกฎหมาย ผิดกฎหมาย และสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ปะปนกันไปขั้นที่ 5 นอมินี มีหน้าที่รับเงินก้อนใหญ่บังหน้ามักอยู่ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ ขั้นที่ 6 จะเป็นขั้นตอนของการแปลงสภาพเงิน และบางส่วนไหลออกนอกประเทศซึ่งมักจะเป็นทางสุดท้ายของเงินเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินอื่น ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอเรนซี สินทรัพย์อื่นๆ

กางแผนผังขยายผล3กลุ่มเครือข่าย

รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่าหากกางแผนผังของ3 กลุ่มในธุรกิจ Forex อันประกอบด้วย 1.บริษัทโบรกเกอร์ที่รับเทรด(ตรวจพบ 4 บริษัท)2.ไอบี (IB):Introducing Broker คือ การชักชวนในรูปแบบต่างๆ สอนหรือถ่ายทอดองค์ความรู้ทำอย่างไรให้เทรดได้ ซึ่งการกระทำอาจจะมีลักษณะเป็นไปในทิศทางว่าไม่ได้บอกตรงๆ ว่าได้ผลตอบแทนเท่าไร แต่มีการแสดงถึงทรัพย์สินเงินทองของผู้ชักชวนว่าเป็นคนมีฐานะ และได้เงินจากการเทรดเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเข้าไปเทรดมากขึ้นเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น(มีการตรวจพบ 5 บริษัท) 3.กลุ่มเพย์เมนต์ (Payment) คือ บริษัทและนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้เส้นทางการเงินจากโบรกเกอร์ต่างๆ ไหลผ่านสู่ระบบ Payment และไปสู่ในเรื่องของเงินดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ (ตรวจพบ 2 บริษัท)

‘ภาวุธ-ฟิล์ม’ยังไม่ประสานพบแจงDSI

รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า สำหรับกรณีของ “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” อดีตนักร้องนักแสดงชื่อดังพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ 2 บริษัท ส่วนนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นักการเมืองชื่อดัง พบเส้นทางการเงินจำนวน 28 ล้านบาท เชื่อมโยงกับอีก 2 บริษัท ในส่วนของ“ชายรายหนึ่ง”ที่ปรากฏชื่อในเอกสาร Client Agreement ที่ QRS เผยแพร่พบชื่อ“Vantage” เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบได้ว่าสัญญาลูกค้าลอกมาจากโบรกเกอร์อื่น อีกทั้งยังเป็นคนเดียวกับที่รายงานการสืบสวนระบุว่ารู้จักและสนิทสนมกับนายภาวุธ มีการเคยไปเที่ยวปารีสด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนาร่วมกันจึงเป็นสาเหตุที่ทางดีเอสไอมองว่าทั้งสองคนตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเรื่องของการปรากฏเส้นทางการเงินเชื่อมโยง พร้อมยืนยันว่าให้ความเป็นธรรม รับฟังคำชี้แจงและพยานหลักฐานการทำธุรกรรมของทั้งคู่ซึ่งในตอนนี้ทางคณะพนักงานสืบสวนยังไม่ได้รับการประสานนัดหมาย ขอเข้าพบชี้แจงของทั้งคู่แต่อย่างใด

กมธ.ตร.จ่อเชิญ‘ภาวุธ’แจง

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมออกหมายเรียก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) หลังดีเอสไอ พบหลักฐานเส้นทางการเงินโอนเข้าข่ายเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์
เครือข่ายฟอเร็กซ์ (Forex) มูลค่าสูงถึง 28 ล้านบาท ว่า ตนเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม กมธ.ตำรวจฯ เพื่อพิจารณาเชิญนายภาวุธเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กมธ.ตำรวจฯ เพื่อเปิดโอกาสให้นายภาวุธได้ใช้กลไกของกมธ.ฯในการชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใสซึ่งสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางดีเอสไอได้มีการแถลงข่าวถึงความเชื่อมโยงของนายภาวุธกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การพบหลักฐานการโอนเงินจำนวน 28 ล้านบาทดังกล่าว

นายวัชรพงศ์ กล่าวว่าส่วนจะเชิญตัวนายภาวุธเข้ามาชี้แจงในวันเวลาใดรวมถึงจะมีการพิจารณาเชิญบุคคลหรือตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ มาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยหรือไม่นั้น จะนำเรื่องนี้เข้าหารือใน กมธ.ตำรวจฯ เพื่อกำหนดความชัดเจนทั้งหมดอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า

‘เด็จพี่’ซัด‘เท้ง’อย่าเพิ่งด่วนสรุป

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ติดตามการให้สัมภาษณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯชี้แจงและปกป้อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนบางคน ที่ถูกเชื่อมโยงกับคดีเครือข่ายForex และประกาศจะใช้สิทธิตามกฎหมาย หากเห็นว่าหน่วยงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ ทุกคนย่อมมีสิทธิได้รับความเป็นธรรม และมีสิทธิใช้ช่องทางตามกฎหมายปกป้องสิทธิของตนเองได้ กรณีที่เป็นข่าว ข้อเท็จจริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ควรรีบสรุปทำสังคมสับสนว่า เป็นเกมการเมือง การใช้สิทธิตามกฎหมายเป็นสิทธิของทุกฝ่าย ไม่ควรใช้ข้อกล่าวหาทางการเมืองมาหยุดการตรวจสอบของสังคมหรือรีบสรุปแทน

“ทั้งที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการ ดีเอสไอ ยังไม่ได้ออกหมายเรียกหมายจับ เปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกตั้งข้อสงสัยแสดงเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติมได้ ยังไม่ได้มีข้อสรุปออกมา การตรวจสอบรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ ประเด็นที่สังคมสงสัย เป็นสิทธิและหน้าที่ของฝ่ายค้านในระบอบประชาธิปไตย ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้กับบ้านเมือง”นายพร้อมพงศ์ ระบุ

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ในอดีต นักการเมืองทุกพรรค ต่างเคยถูกตั้งข้อสังเกตและเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมาแล้ว ถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย การถูกตรวจสอบไม่ได้หมายความว่ามีความผิด แต่หมายความว่า ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบบนหลักกฎหมายเดียวกัน ทุกฝ่ายต้องพร้อมให้ข้อเท็จจริง หากคนของตนเองถูกสังคมตั้งข้อสังเกต ต้องพร้อมได้รับการตรวจสอบ ต้องกล้ายืนอยู่บนหลักการเดียวกันกับทุกฝ่าย

สะกิด‘เท้ง’กวาดบ้านตัวเองก่อน

“ขอเรียกร้องไปยังนายณัฐพงษ์ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ก่อนจะถือไฟไปส่องคนอื่น ควรกวาดบ้านตัวเองก่อน ความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้กับพรรคการเมืองไม่ควรถูกใช้เป็นเกราะกำบังให้ใครอยู่เหนือการตรวจสอบ ผู้ที่เมื่อไปตรวจสอบคนอื่น บอกเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่เมื่อโดนตรวจสอบทั้งที่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด หรือมีคำพิพากษา กลับกล่าวอ้างเป็นเกมการเมือง ดิสเครดิต พรรคที่มักเรียกร้องให้บ้านเมืองโปร่งใสต้องพร้อมถูกตรวจสอบเหมือนกัน ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ ดั่งคำว่าทองแท้ไม่กลัวไฟ คนโปร่งใส ต้องไม่กลัวความจริง”นายพร้อมพงศ์ กล่าว

‘เท้ง’ซัดDSIปล่อยชื่อ‘ภาวุธ’หวังดิสเครดิต

ก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยมีการเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมา ว่า จากการที่ DSI มีการแถลงข่าวไปแล้วสิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุด คือ ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเอ่ยชื่อเลย แต่ว่าผู้ต้องสงสัยผู้ถูกสงสัยและยังไม่ถูกหมายเรียก คือนายภาวุธถูกเอ่ยชื่อมาอย่างชัดเจน

“เรื่องนี้อยากให้สังคมช่วยกันตั้งคำถามว่าการดำเนินการของ DSI เป็นการดำเนินการที่ถูกตามกระบวนการหรือไม่แล้วอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองอยู่ ถ้ามีใบสั่งๆให้พวกเขาต้องออกมาดำเนินการแบบนี้ก็อยากให้ทุกคนอย่าไปทำตามเพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบคือข้าราชการประจำที่ทำตามใบสั่งของนักการเมือง”นายณัฐพงษ์กล่าว

จวกยับคดีการเมือง-สกัดสอบTH-AI

เมื่อถามว่าการแถลงวันนี้มีเจตนาชัดเจนว่าเป็นใบสั่งหรือไม่แม้ทางอธิบดีจะปฏิเสธ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก็ลองดูว่าช่วงที่จะมีการแถลงข่าวหรือปล่อยข่าวออกมาเป็นช่วงเดียวกันกับที่ 2 กรรมาธิการมีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งนายภาวุธเองก็เป็นคนที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างแข็งขัน สิ่งที่มีข่าวออกมาพยายามจะสร้างกระแสมากลบข่าว พยายามดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือของนายภาวุธหรือไม่ และการแถลงข่าวออกมาแท้จริงแล้วแทบไม่มีเนื้ออะไรเลย นายภาวุธเองก็ได้ให้ข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว ว่ามาจากการเทรดทองและทำการซื้อขายอยู่แล้วเป็นปกตินายภาวุธเองก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Payment Gateway ดังนั้น อยากให้ DSI ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมามากกว่านี้ไม่อยากให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า การกระทำครั้งนี้เป็นคดีการเมือง

ขู่ยื่นฟ้องม.157ใช้อำนาจมิชอบ

เมื่อถามว่าทางพรรคจะมีการทำหนังสือถึง DSI ให้ชี้แจงหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่กับทีมกฎหมายของพรรคว่าถ้าเราเจอเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ก็มีมาตรา 157 มีช่องทางที่เราจะดำเนินการได้และอยากเรียกร้องกับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)โดยตรง เนื่องจากในการประชุมร่วมกันของสองกรรมาธิการวันนั้น มีตัวแทนของ ป.ป.ช.เข้าประชุมอยู่ด้วยกัน

เมื่อถามว่ามีผลเสียต่อคะแนนของพรรคหรือไม่ในช่วงนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ห่วงในเรื่องนี้ คิดว่าสังคมและประชาชนมองออกว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด การดำเนินการที่ผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ จะเป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลเองขาดความน่าเชื่อถือ

เมื่อถามว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ในนามของพรรคหลังนายภาวุธออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแล้ว นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้นายภาวุธก็แสดงความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจ และไม่ขอใช้เอกสิทธิ์สส. ด้วยซ้ำ และพร้อมเข้าไปชี้แจงถ้านายภาวุธชี้แจงได้ทุกอย่างแล้ว ก็เป็นการเคลียร์ข้อสงสัยทุกอย่างในฝั่งของเรา และถ้าเราเคลียร์ได้ทุกอย่าง จริงๆ คนที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ก็คือ DSIที่แถลงออกมา เพราะทำให้นายภาวุธและพรรคประชาชนเกิดความเสียหาย

จี้ปปช.สอบปมฮั้วโครงการTH-AI

นายณัฐพงษ์ยังระบุถึงการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passportว่าอย่าลืมว่าตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูลมาตรา 14 วรรค 2 เขียนไว้ชัดเจนว่าถ้า ป.ป.ช. เห็นด้วยตัวเอง ว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อฮั้วประมูล ไม่ต้องมีมูลแค่ส่อว่ามีพฤติการณ์ฮั้วประมูล ซึ่งการชี้แจงในรรมาธิการวันนั้นเห็นได้ชัดว่ามีการล็อก TOR หรือไม่ บริษัทที่ชนะการประมูลมีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือทางอ้อมกับบริษัทที่มีป้ายโฆษณาจำนวนมากหรือไม่ข้อสงสัยต่างๆ เหล่านี้มันเพียงพอแล้วที่ป.ป.ช. จะดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง ถ้า ป.ป.ช. ไม่ดำเนินการตนคิดว่า ป.ป.ช. ก็อาจจะขัดต่อกฎหมาย พ.ร.บ.ฮั้วประมูลเช่นเดียวกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top