วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
“ยศชนัน” หารือร่วมรับฟัง “ทีมกทม.” ชูแนวคิด “Empower” เชื่อมต่อรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ - ดันรถไฟฟ้า 20 บาท - แก้ปัญหายาเสพติด “ชัชชาติ” ย้ำ กทม. ยินดีต้อนรับทุกพรรค
8 มกราคม 2569 ที่ศาลาว่าการกทม. ดินแดง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่างๆ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต้อนรับระบุว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่จะมาเยี่ยมเรา ซึ่งพรรคเพื่อไทยติดต่อมาเป็นพรรคแรกว่าจะมาศึกษาระบบการบริหารจัดการของกรุงเทพฯ เรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนเพราะพรรคการเมืองคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เราก็สามารถร่วมกันทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนได้ ผลงานที่เราภูมิใจคือระบบ Traffy Fondue ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำให้ประชาชนร่วมแจ้งปัญหาและรับเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ จนปัจจุบันสามารถลัดขั้นตอนให้ข้าราชการหันหลังให้ผู้ว่าฯ แต่หันหน้าเข้าหาประชาชน ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ระบบนี้แก้ปัญหาไปได้กว่า 900,000 เรื่อง จาก 1 ล้านเรื่อง นี่คือ Smart protocol ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใช้เทคโนโลยีกระจายอำนาจ และมีประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนที่สะดวกทุกที่ อยู่ที่บ้านก็แจ้งได้ เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดข้าราชการและไม่มี Gatekeeper

ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปเรื่องการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบ AI, การบริหารจัดการระบบน้ำท่วม และการใช้งานระบบ Traffy Fondue นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงนโยบายโดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองหลวงคือการ “เอ็มพาวเวอร์” (Empower) หรือการเพิ่มขีดความสามารถและอำนาจหน้าที่ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในโครงการที่ กทม. ดำเนินการอยู่แล้วซึ่งพร้อมที่จะเข้ามารับไม้ต่อและขยายผลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
นายยศชนัน ระบุว่า จากการลงพื้นที่ พบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ โดยเฉพาะ “ช่องว่างทางงบประมาณ” และข้อจำกัดด้านอำนาจการตัดสินใจที่ กทม. ไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหา กทม. มักตกเป็นจำเลยหลัก ทั้งที่เป็นข้อจำกัดเชิงระบบ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือเชิงรุกกับรัฐบาลกลางจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทลายข้อจำกัดเหล่านี้

ในมิติของปัญหาสังคม นายยศชนัน แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของน้ำกระท่อมและกัญชาในชุมชน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในครอบครัวและการทำร้ายร่างกายบุพการี แนวทางแก้ไขคือต้องนำโมเดล “ศูนย์บำบัดยาเสพติด” จากต่างจังหวัดที่ประสบความสำเร็จมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของคนเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เสนอแผนผลักดัน “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ผ่านกลไกการบริหารจัดการรูปแบบใหม่ โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอุดหนุน (Subsidize) เมื่อราคาสมเหตุสมผลจะดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมุ่งสู่เป้าหมายเมือง Net Zero ด้วยการจัดการขยะเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ ยังเสนอการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในลักษณะ Day Trip และการทำ One Stop Service เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. ผ่านโมเดลกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับอาชีวะเพื่อ Upskill และ Reskill แรงงาน ให้มีการ Matching งานที่ตรงกับตลาด เพื่อลดความแออัดในกรุงเทพฯ และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาเมืองในท้ายที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี