วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
‘ธนาธร’ลั่นเลือกปชน.ได้‘เท้ง’นายกฯ
ไม่มีกา‘ส้ม’ได้‘หนู’
พท.มั่นใจทวงคืนแชมป์กทม.
‘มาร์ค’สุดปลื้ม‘ปชป.’ฟีเวอร์
รทสช.ย้ำไม่ก้มหัวให้‘ทุนเทา’
อุ่นเครื่องวันเด็ก “ลุงหนู” เปิดตึกไทยคู่ฟ้าถ่ายรูป-เซลฟี่ “เด็ก-เยาวชน” ปลื้มดีใจขอตั้งใจเรียน-เรียนเก่งๆ ด้าน “อภิสิทธิ์” ฟิตบุกนนทบุรี รับฟังปัญหาระบบการศึกษาสุดปลื้ม!เมืองคอนชป.ฟีเวอร์ย้ำต้องทำงานหนักหวังสส.เขตเพิ่ม หลังโพลได้แค่ปาร์ตี้ลิสต์ ชี้หากเลือกทั้งภาคใต้ได้ 12 คน ไม่ได้เป็นนายกฯได้แค่นั่งกินกาแฟในสภา มั่นใจบัญชีรายชื่อเพิ่มเท่าตัว ‘จุลพันธ์’นำทัพเพื่อไทย หาเสียง‘ดอนเมือง-หลักสี่มั่นใจทวงคืนแชมป์กทม. ‘พีระพันธุ์’โชว์มีด’พิฆาตคนชั่ว’ลั่น”รทสช.”ไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ย้ำไม่ปิดประตูร่วม’ปชน.- พท.’ถ้าทำชัดเจน 3 ข้อ’ธนาธร’บุกถิ่น’เนวิน’ ย้ำไม่มีอีกแล้วกา’ส้ม’ได้’หนู’ยันกา’ปชน.’ได้’เท้ง’เป็นนายกฯอนุรักษ์นิยมเลือกแล้ว! ‘สุขุม’ชี้ “FC ลุงตู่” เทใจให้ “ภูมิใจไทย” ตามยุทธศาสตร์สู้พรรคส้ม ชมเปิดตัวเทคโนแครต โชว์ใจกว้าง ดึงคะแนนคนเมืองด้านกกต.ยังไม่รับรองผู้สมัครสส. 17 ราย-แคนดิเดตนายกฯ 1 คน
เมื่อเวลา 09.36 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบโล่รางวัลให้เด็กและเยาวชนดีเด่น โดยมี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์รมว.ศึกษาธิการ และนายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการเข้าร่วมด้วยโดยผู้ที่ได้รับรางวัลผ่านการคัดเลือก จากทุกสังกัดทั่วประเทศ จากส่วนราชการ หน่วยงาน จาก 17 หน่วยงาน จำนวน 1,462 คน
โดยนายกฯได้กล่าวช่วงหนึ่งว่า ขอเด็กๆตั้งใจเรียนอนาคตเป็นผู้บริหารประเทศ พร้อทฝากรับช่วงต่อสร้างบ้านเมืองให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปจากนั้นนายกฯ เดินทักทายพร้อมถ่ายภาพและถ่ายเซลฟี่ร่วมกับเด็กและเยาวชนดีเด่นอย่างเป็นกันเอง โดยนายกฯ ขอให้เด็กๆเรียนเก่งๆพร้อมทำสัญลักษณ์มือไอเลิฟยูด้วย ก่อนที่นายกฯ ถ่ายภาพร่วมกับเด็กและเยาวชน
เด็ก-เยาวชนปลื้มดีใจถ่ายรูปลุงหนู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา12.40น.ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจด้านนอกทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายกฯเดินทางถึงเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยผู้ปกครองที่มาร่วมงานมอบโล่รางวัลให้เด็กและเยาวชนดีเด่นในช่วงเช้าที่ยังคงถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับสถานที่ โดยเด็กๆเรียก“ลุงอนุทิน”ให้มาถ่ายภาพร่วมกัน ซึ่งนายกฯได้เดินตรงไปยังเด็กและเยาวชนดีเด่น ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เด็กๆส่งเสียงกรี๊ดดีใจ ที่ได้ถ่ายรูปกับนายกฯอย่างสนุกสนานอย่างเป็นกันเอง
ก่อนที่จะเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าและเรียกเด็กๆเข้าไปถ่ายภาพที่บริเวณบันได ด้านในโถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายกฯบอกว่า“ขอให้เด็กตั้งใจเรียน เรียนเก่งๆ” ก่อนที่นายกฯจะเซ็นชื่อลงบนเกียรติบัตร พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่และบอกอีกว่า “เดี๋ยวเจอกันวันเสาร์”
‘อภิสิทธิ์’ลุยนนท์รับฟังปัญหาการศึกษา
เวลา 08.30น.ที่โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต อ. บางกรวย จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ภาคกลางและนายเอิบ พงบุหงอ ผู้สมัคร สส.เขต 3 นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์เพื่อรับฟังอุปสรรคระบบการศึกษาและการเรียนการสอนจากผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต เบื้องต้นได้สะท้อนปัญหาค่าอุดหนุนอาหารกลางวันเด็กที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและจำนวนนักเรียนเช่นจำนวนเด็กต่ำกว่า 40คนจะได้อุดหนุนค่าอาหารกลางวันหัว 36บาท ขณะที่หากมากกว่า40คนจะลดเหลือเพียง 22 บาท ซึ่งไม่เพียงพอ ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงฝากพรรคประชาธิปัตย์ช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วย
หลังนายอภิสิทธิ์รับฟังปัญหาด้านการศึกษาเสร็จได้พบปะพูดคุยกับนักเรียนที่ทำกิจกรรมอยู่ที่สนามหน้าเสาธง โดยมีช่วงหนึ่ง นายอภิสิทธิ์พูดหยอกล้อกับนักเรียนชั้นม.1ว่ารู้จักหรือไม่ว่าเป็นใคร เด็กจึงตอบว่า“รู้จัก เป็นนายกฯเก่าของประเทศ”นายอภิสิทิ์รีบบอก‘อาจจะเป็นนายกฯใหม่ก็ได้’
พร้อมย้ำว่าตั้งใจมาโรงเรียนขยายโอกาสเนื่องจากโรงเรียนมีหลายรูปแบบและมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโรงเรียนขยายโอกาส มีขนาดใกล้เคียงกับโรงเรียนขนาดเล็ก และมีการเรียนการสอนถึงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เด็กส่วนใหญ่จะไปต่อสายอาชีพ พบว่าพื้นที่อื่นๆ เริ่มมีปัญหาจำนวนเด็กที่ลดลง
สุดปลื้ม!เมืองคอนปชป.ฟีเวอร์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชเมื่อวานนี้(7ม.ค.)จนเป็นกระแสประชาธิปัตย์ฟีเวอร์ที่ผ่านมาว่าพี่น้องให้การต้อนรับดี มีความผูกพันกัน หลายคนมาบอกว่าเคยเลือกประชาประชาธิปัตย์ในอดีต แต่ 2-3 ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้เลือก แต่ครั้งนี้ตั้งใจจะมาเลือก การที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีถือเป็นกำลังใจ
ย้ำลต.ภาคใต้ได้12คนไม่ได้นายกฯ
ส่วนตั้งเป้าจะได้ สส.ในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่าถือเป็นกำลังใจแต่ต้องทำงานอย่างหนัก หลายคนที่เป็นนักวิเคราะห์บอกว่าคะแนนจะมาแต่บัญชีรายชื่อ เราพยายามบอกประชาชนว่า ถ้าการเลือกบัญชีรายชื่อพรรคนี้เพราะอยากให้ไปเป็นรัฐบาลให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นนายกรัฐมนตรี ตัวระบบบัญชีรายชื่อมีสส.น้อยมากก็ได้ยกตัวอย่างตลอดถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์จะมี สส.เพียงแค่12คน
“ที่เชียร์ไปเป็นนายกฯ12คนนะไม่ได้เป็นนายกฯหรอกแค่ได้ไปนั่งกินกาแฟในสภาฯเท่านั้นเอง ดังนั้น ต้องบอกว่าสส.เขตมีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมืองในการตั้งรัฐบาล”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ
มั่นใจบัญชีรายชื่อเพิ่มเท่าตัว
เมื่อถามว่าจากผลโพลในพื้นที่ภาคใต้ประเมินว่าจะได้ สส.กี่คน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าสิ่งที่เราเห็นถ้าเราเชื่อจากผลโพลก็ตอบได้ว่าเราได้แค่บัญชีรายชื่อ แต่ละเขตจะมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ก็พยามทำงานกันอย่างละเอียดและมอบหมายให้บุคลากรของพรรคลงไปช่วยสนับสนุนให้ทั่วถึง เชื่อหลังปีใหม่ดีขึ้นแล้ว หลังตรุษจีนก็ต้องดีขึ้นอีก
ส่วนพื้นที่จ.นนทบุรี ทุกพรรคก็อยากได้ครบทุกจังหวัดและแข่งขันกันไป พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยมีผู้แทนที่นี่ ซึ่งที่ผ่านมารับทราบว่ามีการตอบรับดี ผลสำรวจของโพลต่างๆอยู่ในเกณฑ์ที่ไปได้แต่ต้องทำงานกันหนัก
ส่วนจะได้ สส.เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่ายังไม่ได้นับเป็นเขตแน่นอน แต่ที่ยืนยันแน่นอนคือบัญชีเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน จากที่ได้รับฟังเสียงผู้สมัครบอกว่าเป็นไปแนวทางที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าเราเริ่มจากฐานที่ต่ำมากดังนั้นก็ต้องทำงานหนัก
‘จุลพันธ์’นำพท.ลุยดอนเมือง-หลักสี่
เวลา06.30น.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.)แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นำทีมเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.นายภูมิพัฒน์โหสกุล เขต 10 เบอร์ 5 และ นายสุรชาติ เทียนทอง เขต 8 เบอร์ 5 โดยเริ่มเดินหาเสียงในตลาดวัฒนานันท์ (ฝั่งโขง) ต่อมาเดินริมถนนสรงประภา ดูการก่อสร้างบ้านริมคลองเปรมประชากร เดินทักทายพี่น้องประชาชนบริเวณสามแยกวัดดอนเมือง ดูสภาพการจราจรที่ติดขัดยามเช้าโดยมีการรับข้อเสนอให้ก่อสร้างทางลอดจากถนนสรงประภาสู่ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อลดการจราจรติดขัดจากนั้นได้เดินเท้าหาเสียงในตลาดท่าทราย เขตหลักสี่ทักทายพ่อค้าแม่ค้า ร่วมโต๊ะวงน้ำชาพูดคุยปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ และได้ปราศัยแนะนำตัวผู้สมัคร และนโยบายของพรรคกับประชาชน
นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่าวันนี้ลงพื้นที่ตลาดวัดดอนเมือง และตลาดเคหะท่าทราย พบพี่น้องประชาชนพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เรามารับฟังปัญหาต่างๆ มีหลายประเด็นสำคัญ เช่น เรื่องการค้าขายและเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันเรื่องเศรษฐกิจเป็นโจทย์หลัก เรามีนโยบายขับเคลื่อนและช่วยเหลือโดยเฉพาะภาคการค้าขาย และเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้น
ปราศรัยใหญ่-เปิดนโยบายสวัสดิการ
นายจุลพันธุ์กล่าวอีกว่า เย็นนี้จะมีการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง ขอเชิญชวนประชาชนในกรุงเทพฯและพื้นที่ใกล้เคียงไปฟังปราศรัยจะมีแคนดิเดตนายกฯ ครบทั้ง 3 คนนายณัฐวุฒิ สายเกื้อ รวมถึงผู้สมัคร ส.ส.ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเกือบครบทั้งหมด พร้อมจะเปิดตัวนโยบายที่สำคัญโดยเฉพาะนโยบายสวัสดิการที่จะมอบให้กับประชาชนผู้ยากไร้ เราต้องการช่วยเหลือทุกคนให้ยืนได้บนลำแข้งและยืนพ้นน้ำ สามารถหายใจได้ ให้มีกำลังในการดำเนินชีวิตต่อและทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสังคมได้
มั่นใจทวงคืนแชมป์พื้นที่กทม.
“ครั้งนี้เรามั่นใจมากกว่า 80 - 90% ว่าเราจะสามารถทวงคืนทั้ง 2 เขตนี้กลับมาได้แน่นอน เพราะเป็นพื้นที่ที่เรามีความเข้มแข็งทั้งตัวบุคคลและนโยบาย ครั้งก่อนอาจเป็นเรื่องของกระแส แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นหลายพรรคเริ่มมีปัญหา การลงพื้นที่เริ่มมีการคัดค้านจากประชาชน ซึ่งจุดนี้เปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปทำความเข้าใจ นำนโยบายไปสื่อสารกับประชาชน หากเราทำได้สำเร็จ ผมเชื่อว่าเราจะสามารถทวงคืนแชมป์กรุงเทพมหานครกลับมาได้ ไม่ใช่แค่เฉพาะ 2 เขตนี้” นายจุลพันธ์ กล่าว
‘ยศชนัน’นำหารือรับฟัง’ทีมกทม.
ที่ศาลาว่าการกทม. ดินแดง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร2(ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่างๆโดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
‘ชัชชาติ’ยินดีต้อนรับทุกพรรค
โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าหทม.กล่าวต้อนรับว่ากรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่จะมาเยี่ยมเราซึ่งพรรคเพื่อไทยติดต่อมาเป็นพรรคแรกว่าจะมาศึกษาระบบการบริหารจัดการของกรุงเทพฯเรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนเพราะพรรคการเมืองคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล เราก็สามารถร่วมกันทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนได้
ชูเชื่อมต่อรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ
ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปเรื่องการบริหารจัดการจราจรด้วยระบบ AI, การบริหารจัดการระบบน้ำท่วม และการใช้งานระบบ Traffy Fondue นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ถ่ายทอดมุมมองเชิงนโยบายโดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองหลวงคือการ “เอ็มพาวเวอร์” (Empower) หรือการเพิ่มขีดความสามารถและอำนาจหน้าที่ให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในโครงการที่ กทม. ดำเนินการอยู่แล้วซึ่งพร้อมที่จะเข้ามารับไม้ต่อและขยายผลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมเสนอแผนผลักดัน“รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย”ผ่านกลไกการบริหารจัดการรูปแบบใหม่
‘พีระพันธุ์’โชว์จับมีด’พิฆาตคนชั่ว’
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดยุทธศาสตร์และแสดงจุดยืนนโยบาย“พิฆาตคนชั่ว”ให้มีคุกกลางทะเล เพิ่มโทษสูงสุดกระบวนการค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ และปราบปรามการทุจริต
โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่ามีคำที่ว่า“ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป”วันนี้ตนเชื่อว่าสังคมและพี่น้องประชาชนรู้สึกถึงเบื้องหลังมากกว่าคำข้างหน้า เพราะทุกวันนี้ทำชั่วได้ดีมีถมไปจริงๆที่เป็นแบบนี้เพราะว่าสังคมถูกกลุ่มคนชั่วเข้ามาครอบงำทั้งหมด คนชั่วพวกนี้ จึงต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม เพื่อปกป้องคนดี คนดีต้องมีที่ยืน สังคมต้องไม่โดดเดี่ยว สุภาษิตที่บอกว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วต้องกลับมา”
ลั่นรทสช.ไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา
”นี่คือสิ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติประกาศนโยบายพิฆาตคนชั่ว พรรครวมไทยสร้างชาติจะไม่ร่วมสังฆกรรมและเอาจริงกับการทุจริต ยืนยันว่าเราจะไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา ไม่ยอมให้มาครอบงำพรรค และครอบงำประเทศ ไม่ยอมให้ข้าราชการทุจริต ปล้นเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินของคนทั้งประเทศลอยนวล โดยไม่มีการจัดการอย่างเด็ดขาดและเฉียบขาด”
นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ขอโอกาสได้รวมไทยสร้างชาติเข้าไปดำเนินการจัดการคนชั่วเหล่านี้ อย่าให้ทำชั่วได้ดีมีถมไป มีอีกต่อไปจากนั้น นายพีระพันธุ์ทำสัญลักษณ์ด้วยการจับมีดประหารหัวพยัคฆ์
ชงแก้กม.เอาผิดสแกมเมอร์รวดเร็วเด็ดขาด
นายพีระพันธุ์ให้สัมภาษณ์ย้ำว่านโยบายพิฆาตคนชั่วของพรรค ไม่ได้มุ่งเน้นที่ข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบโกงเงินแผ่นดินอย่างเดียว แต่รวมถึงผู้ที่กระทำความผิดที่มีผลกระทบกับประชาชน เช่น ไปช่วยกันให้กลุ่มสแกมเมอร์พ้นผิด หรือไม่จับกุม ถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งปัญหาสแกมเมอร์ขณะนี้ไม่มีกฎหมายรองรับ เราไปเน้นการจับกุม แต่ไม่มีกฎหมายจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคจะเร่งดำเนินการทันทีปัญหาวันนี้คือ กระบวนการเอาผิดหรือสอบสวน ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีลักษณะพิเศษหรือรวดเร็วแค่ไหน จึงต้องวนมาที่การปรับปรุงการทำงานให้รวดเร็ว เพื่อให้มีกรอบที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อยๆ
ไม่ปิดจับมือปชน.-พท.ย้ำต้องชัด3ข้อ
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้พรรครวมไทยสร้างชาติมีความชัดเจนหรือไม่ว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหน นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่าการทำงานทางการเมืองของพรรควันนี้เราพร้อมทำงานร่วมกับ 1.พรรคที่มีนโยบายชัดเจนในการจัดการเรื่องปัญหาไทย-กัมพูชา 2.ต้องชัดเจนในเรื่องจัดการพวกกังฉินทั้งหลาย คนชั่วของแผ่นดิน และ3. ต้องไม่มีอะไรที่จะกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณาในการที่จะทำงานร่วมกับใคร แต่เมื่อทำงานไปแล้วมีสถานการณ์อื่นเกิดขึ้นก็ถือเป็นเรื่องอนาคต การร่วมรัฐบาลเราต้องรู้ว่าแนวทางการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไปด้วยกันได้หรือไม่
เมื่อถามว่า จะสามารถจับมือกับพรรคประชาชน(ปชน.) ได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ถ้าเขาทำ3 เรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติก็ทำงานด้วยกันได้ ตนทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อประชาชนให้เดินไปข้างหน้า ตนไม่มีนโยบายโค่นล้มชาติบ้านเมือง ส่วนพรรคเพื่อไทยที่กรณีเรื่องคลิปเสียงอังเคิลจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่นายพีระพันธุ์กล่าวว่า อันนั้นน่าจะเป็นเรื่องเฉพาะตัวของอดีตนายกฯตนเชื่อว่าพรรคไม่ได้เกี่ยวข้อง พวกเราแต่ละคนสามารถกระทำความผิดที่เป็นเฉพาะตัว ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องส่วนรวมไปหมดมันไม่มีทางเจริญได้หรอก เพราะทุกพรรคก็มีปัญหาหมด เราไม่สามารถควบคุมคนในพรรคแต่ละคนได้ แต่ถ้าคนไหนทำให้พรรคมีปัญหาหรือเสื่อมเสียเราก็ต้องเอาออกไปเท่านั้นเอง แต่พรรคยังต้องอยู่ต่อไป
‘ธนาธร’บุกช่วยหาเสียงถิ่น’เนวิน’
ที่ตลาดสด เทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน(ปชน.)พร้อมด้วย นายคำพอง เทพาคำ และ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ อดีต สส.พรรคก้าวไกล เดินทางมายัง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อช่วยหาเสียงให้นายเพชร สุพัตตกุล ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 8 พรรคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจและถ่ายรูปจำนวนมาก
นายธนาธรปราศรัยว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วหลายคนเสียใจมาก กาแล้ว พิธา ไม่ได้เป็นนายกฯและพรรคก้าวไกล ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ทุกคนเสียใจ คิดว่าจะเป็นโอกาสทำให้ประเทศไทยดีขึ้นแท้ๆ แต่ความสำคัญของการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 นี้ จะเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ15ปี ที่เสียงของประชาชนจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้จริงๆหลายคนถามว่าจะกาพรรคประชาชนก็กลัวเพราะกลัวกาส้มได้หนู กลัวกาส้มแล้วพรรคประชาชนจะไปโหวตให้พรรคภูมิใจไทยอีกตั้งรัฐบาลอีก
ลั่นไม่มีอีกแล้วกา’ส้ม’ได้’หนู’
นายธนาธรย้ำว่า“ฟังกันให้ชัด การเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยัน ไม่มีอีกแล้ว พรรคประชาชนจะโหวตคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี อย่าไปเชื่อข่าวลวง อย่าไปเชื่อข้อความเท็จนี้ เขาต้องการทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ยืนยันอีกครั้งไม่จริง ถ้าเลือกพรรคประชาชน จะได้คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน พี่น้องประชาชนจะได้ไม่สับสนกัน”
‘อ.สุขุม’ชี้‘FCลุงตู่’เทใจให้‘ภท.’
นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงแนวโน้มการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ว่าพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีลุ้นแตะระดับเกิน100ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร แม้จะไม่ฟันธงว่าจะได้อันดับ 1หรือไม่ แต่ตนประเมินว่านายกรัฐมนตรีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากมีเครือข่ายพันธมิตรทางการเมืองจำนวนมาก นอกจากนี้ฐานเสียงสำคัญที่กำลังเคลื่อนตัวมาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย คือกลุ่มผู้ที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือที่เรียกกันว่า“เอฟซีลุงตู่”ซึ่งกำลังเทใจให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคตัวแทนฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพื่อรวมพลังต่อสู้กับพรรคสีส้มในการเลือกตั้ง
ชี้ตามยุทธศาสตร์สู้พรรคส้ม
“ฝ่ายอนุรักษ์นิยมเลือกแล้วว่าจะรวมเสียงให้ภูมิใจไทยไปสู้กับพรรคส้มและไม่ใช่แค่ภาคประชาชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มหัวบนด้วย รอบที่แล้วกลุ่มนี้ไปใช้บริการพรรคเพื่อไทยแล้วผิดหวัง รอบนี้จึงหันมาภูมิใจไทย โดยเป้าหมายคืออยากเห็นพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 และตั้งรัฐบาลอย่างสง่างาม ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยจำเป็นต้องรักษากระแสและความนิยมเอาไว้ให้มั่นคง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะกระทบภาพลักษณ์ เพราะขณะนี้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้เลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจนแล้ว”นายสุขุม กล่าว
ชมเปิดตัวดรีมทีมดึงเสียงคนเมือง
เมื่อถามถึง การเปิดตัวทีมเทคโนแครต อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส เข้ามาร่วมทีมบริหารพรรค จะช่วยเพิ่มคะแนนเสียงหรือไม่ นายสุขุม กล่าวว่า เป็นปัจจัยบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองที่ต้องการเห็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาบริหารประเทศอย่างจริงจัง
“ทีมชุดนี้แสดงฝีมือมาแล้ว ทำให้ประชาชนเกิดความคาดหวัง และถือว่าพรรคภูมิใจไทยทำถูกทางที่เปิดพื้นที่ให้คนนอกได้โชว์ศักยภาพ ไม่เข้าไปแทรกแซงหรือแย่งซีน เพราะท้ายที่สุดแล้ว คะแนนนิยมก็จะไหลกลับมาที่พรรค” นายสุขุม กล่าว.
กกต.ยังไม่รับรองผู้สมัคร สส.18 ราย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยภายหลังการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ กกต.ไม่ได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 16 คน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อีก 1 คนทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อ ตนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าขาดคุณสมบัติในประเด็นใด อาจเป็นกรณีไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก่อนวันเลือกตั้ง หรืออาจมีคำพิพากษาหรือเหตุทางกฎหมายอื่นๆ
ผู้ที่ไม่ได้รับการประกาศรายชื่อยังสามารถยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนรายชื่อผู้สมัครที่ กกต.ประกาศแล้ว หากประชาชนพบเห็นว่าผู้สมัครรายใดอาจขาดคุณสมบัติ ก็สามารถยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.ได้ภายในระยะเวลา 7 วันนับจากวันที่ประกาศรายชื่อ
ยอดผู้มีสิทธิลต.รอมท.ส่งข้อมูล 13 ม.ค.
นายแสวง ยังกล่าวถึงจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากอยู่ระหว่างการประมวลและรวบรวมข้อมูลรายชื่อประชาชน ซึ่งอาจมีข้อมูลตกหล่น โดยเฉพาะหลังจากเพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและการลงทะเบียนประชามตินอกเขต เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อจากนี้ จะต้องมีการสำรวจรายชื่อประชาชนในทะเบียนบ้าน ก่อนจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อนำไปติดประกาศ ณ หน่วยเลือกตั้ง ให้ประชาชนตรวจสอบอีกครั้งว่ามีรายชื่อตกหล่นหรือมีการเพิ่มชื่อเข้ามาหรือไม่ โดยคาดว่ากระทรวงมหาดไทยจะสามารถส่งข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดให้ กกต.ได้ในวันที่ 13 ม.ค.
แจงตรวจนโยบายครบถ้วนตามกม.
ในส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองจำนวน 21 คณะ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะกรรมการดังกล่าวอาจมีอำนาจไปชี้ขาดว่านโยบายใดทำได้หรือทำไม่ได้ นายแสวง ชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา57 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังนโยบายบางประเภทที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ การกำหนดนโยบาย ถือเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่มีเจตนาจะพัฒนาประเทศ โดยกฎหมายได้ออกแบบกรอบไว้ค่อนข้างยืดหยุ่น ให้พรรคการเมืองต้องจัดทำนโยบายให้ครบถ้วนอย่างน้อย 4 ประเด็น อาทิ แหล่งที่มาของเงิน งบประมาณ ผลดีและผลเสียของนโยบาย โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่มีอำนาจสั่งให้พรรคการเมืองยุติการเสนอนโยบายได้ มีเพียงหน้าที่ให้ข้อสังเกตและข้อมูลแก่ประชาชน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกตั้งเท่านั้น
ย้ำไม่ก้าวล่วงนโยบายพรรค
“หากกกต.ไปสั่งห้าม หรือตัดสินว่านโยบายใดทำไม่ได้ จะทำให้ กกต.ขาดความเป็นกลางและอาจถูกมองว่าเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หน้าที่ของกกต.จึงเป็นเพียงการตรวจสอบว่านโยบายที่พรรคการเมืองเสนอมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่เช่นกรณีระบุแหล่งที่มาของเงิน หากเห็นว่ายังไม่เพียงพอ ก็สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ ไม่ใช่เพียงเขียนลอยๆว่าใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ ขณะนี้มีพรรคการเมืองจำนวน 6 พรรค ส่งนโยบายมาให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว โดยยังสามารถส่งเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 19 ม.ค.”เลขาธิการ กกกต.ระบุ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี