542.jpg
เท้ง นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่ ชี้เลือกตั้ง 28 มิ.ย. นี้ เป็นจุดเริ่มเปลี่ยนการเมืองทั้งประเทศ

เท้ง นำทัพ ปชน. ปราศรัยใหญ่ ชี้เลือกตั้ง 28 มิ.ย. นี้ เป็นจุดเริ่มเปลี่ยนการเมืองทั้งประเทศ

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.07 น.

‘เท้ง’ ปลุกคนกรุงใช้สิทธิด้วยความหวัง ชี้ เลือกตั้ง กทม. ไม่ใช่แค่เลือกผู้ว่าฯ-ส.ก. แต่คือจุดเริ่มเปลี่ยนการเมืองทั้งประเทศ ลั่น ไทยมีคนเก่งเยอะ แต่ขาดผู้นำที่กล้ายืนข้างผลประโยชน์ ปชช. หวังสร้างแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลงการเมืองทั่วประเทศในอีก 4 ปี

วันที่ 26 มิ.ย.2569 เวลา 19.10 น. ที่สวนเบญจกิติ บริเวณลานน้ำพุ พรรคประชาชน ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่อ "เติมกรุงเทพให้เต็ม 10" เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต          


ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ปราศรัยว่า วันนี้ที่ตนมายืนอยู่บนเวทีนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองอย่างเดียว ไม่ได้เป็นเพราะตนได้เติบโตมาเป็นหัวหน้าพรรคตามเส้นทางทางการเมือง แต่เหตุผลลึกๆ ที่ทำให้วันนี้ตนมายืนอยู่บนเวทีแห่งนี้ มีเหตุผลเดียวคือ เหตุผลที่เราอยากเข้ามาทำงานการเมืองให้ประเทศนี้มีประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สำหรับตนเหลือเวลาอีก 2 วัน ฉะนั้น ตนจึงอยากให้ทุกคนทบทวนเหตุผลและความหมายของการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่าจริงๆ แล้วทุกครั้งที่ท่านออกไปเลือกตั้งท่านเลือกเพราะอะไร ความหมายในการกากบาทลงบัตรเลือกตั้งของท่านคืออะไร มันเป็นแค่การเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก.คนถัดไป มันเป็นแค่การเลือก สส.เขตหนึ่งคนที่จะเข้าดูแลเขตเลือกตั้งของท่านใช่หรือไม่ หรือมีความหมายเชิงลึกกว่านั้น

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตน เชื่อว่าการตัดสินใจของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ยิ่งนับวันก็ยิ่งส่งภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงการเลือกตั้งกทม. ในปี 2565 จนมาถึงการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2566 และปี 2569 สิ่งที่ใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินใจเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ คือเราอยากเห็นการเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม เราอยากเห็นนักการเมืองที่ตรงไปตรงมา ทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์และเงินภาษีของพวกเราทุกคนใช่หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนขอถามนิดหนึ่งว่าการเลือกตั้งในอีก 2 วันต่อจากนี้ ที่ ส.ก.มีตัวเลือกมากมาย บางคนสังกัดพรรค บางคนไม่สังกัดพรรค ตนอยากให้ทุกคนมองไปทุกตัวเลือกก่อนตัดสินใจว่าใครเป็นตัวเลือกที่สามารถเชื่อได้อย่างสนิทใจว่า การทำงานที่ผ่านมาตัวแทนเหล่านั้นอยู่ข้างพ่อแม่พี่น้องอย่างแท้จริง สำหรับตน ตนกล้าการันตีว่าเพื่อน ส.ก.และ สส.ที่รายรอบอยู่ที่บริเวณนี้หลายคนเดินทางร่วมกันมาตั้งแต่อนาคตใหม่

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งปี 2562 พี่น้องไม่ได้ตัดสินใจเลือกพรรคอนาคตใหม่ เพราะคิดว่าเราจะได้เป็นรัฐบาล แต่ที่ออกไปกาเพราะคิดว่าเราจะสร้างการเมืองใหม่ที่พาทุกคนออกจากวงจรการปฏิวัติ ซึ่งทุกคะแนนเสียงที่ทุกท่านมอบให้พวกเราในวันนั้นไม่ได้สูญเปล่า อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ทั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ สำหรับตน ตนเชื่อว่าไม่ได้มีความหมายที่แค่การเลือกผู้ว่าฯ และส.ก.คนถัดไป ไม่ได้เป็นการเลือกพ่อเมืองมาดูแลปัญหาหน้าบ้าน ทำให้น้ำไหลไฟสว่างทางสะดวก แต่ความหมายสำหรับตนการเลือกตั้งครั้งนี้มันคือการเปลี่ยนการเมืองให้เป็นการเมืองแบบที่เราต่อสู้กันมาตลอด แต่เริ่มจากสนามกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาเวลาเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือผู้ว่าฯ ต้องยอมปิดตาข้างหนึ่งเพื่อให้งบประมาณผ่าน แล้วพี่น้องคนกรุงเทพฯ จะยอมให้งบประมาณหมื่นล้านถูกผ่านไปเช่นนั้นหรือ พี่น้องคิดว่างบประมาณหมื่นล้านบาท เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เราเลือกต้องเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก.ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจริงๆ และต้องอาศัยผู้นำเมืองที่กล้าเข้าไปเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ สำหรับตน ตนมีความเชื่อมั่นนายชัยวัฒน์ ซึ่งเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าเขาพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน ซึ่งตนคิดว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของการเป็นผู้นำ เวลาที่ผู้นำเจอเรื่องยากๆ แต่เขายังยืนอยู่ตรงนี้และเขายังเชื่อในทีมงาน เชื่อในทีมส.ก. หากเขาเชื่อเช่นนี้เขาจะไม่มีวันทรยศประชาชน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

"สำหรับผม วันนี้ประเทศไทยมีคนเก่งเยอะแยะไปหมด แต่สิ่งที่การเมืองของประเทศไทยขาดมาตลอดคือผู้นำที่มีเจตจำนงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ แต่หากขัดกันผลประโยชน์ของประชาชน เขาจะยืนเป็นหลักที่มั่นคงและกล้าพูดปัญหาเหล่านั้นออกมาเสียงดังเพียงพอให้ประชาชนได้รับรู้ ให้ประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พวกเขา นี่เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการผู้ว่าฯ คนต่อไปที่มีคุณสมบัติเช่นนี้" นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เราจะทำให้สีส้มเติบโตขึ้น การเติมความหวังให้พวกเราอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนใน 2 วันต่อจากนี้ ตนอยากให้คนกรุงเทพฯ ออกไปกาด้วยความหวัง เพื่อแสดงเจตจำนงของพวกเราแล้วไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ทั่วทุกจังหวัดว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่การเมืองสนามท้องถิ่นเปลี่ยนเอาสมาชิกสภาที่ตรงไปตรงมาเข้าไปตรวจสอบงบประมาณของทุกคน เอาผู้ว่าฯ หรือนายกฯ เมืองเข้าไปบริหาร คนที่มีเจตจำนงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง จะทำให้ชีวิตคุณภาพของเราดีขึ้นขนาดไหน และหากพี่น้องคนกรุงเทพฯ ตัดสินใจเช่นนี้ ตนให้คำมั่นสัญญาว่าอีก 4 ปีต่อจากนี้ เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการตัดสินใจของทุกท่านจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่นๆ และการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top