วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
'ยธ.’เตรียมจัดหนักตามก.ม.
ปูด10นักการเมือง
เอี่ยว‘สแกมเมอร์-เว็บพนัน’
อึ้งมีทั้งอดีตสส.-ผู้สมัคร
บางรายพัวพันยาเสพติด
รมว.ยุติธรรม แย้ม มีกว่า 10 นักการเมือง ที่เป็นอดีตสส.ผู้สมัครสส. เอี่ยวแก๊ง “สแกมเมอร์-เว็บพนันออนไลน์-ยาเสพติด” เตรียมจัดหนักตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในกิจกรรม Kick Off “พินิจสีขาว มอบโอกาสใหม่ สร้างพื้นที่ปลอดยาเสพติด100%” ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์ภารกิจการดำเนินงานด้านการป้องกัน บำบัด แก้ไข ฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ภารกิจการดำเนินงานด้านยาเสพติดของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และเพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติดให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟสบุ๊ค ชื่อ “Rangsiman Rome-รังสิมันต์ โรม“ กล่าวพาดพิงถึงการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ที่ให้สัมภาษณ์ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สรุปความว่า “การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาให้ข่าวว่ายังไม่พบนักการเมืองหรือผู้สมัคร สส. เข้าไปพัวพันกับสแกมเมอร์ หรือเว็บพนัน สะท้อนถึงความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างชัดเจน รัฐบาลนี้ไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิงในการปกป้องไม่ให้เครือข่ายสีเทาก้าวขึ้นสู่อำนาจฯ” นั้น
เรื่องนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เหตุการณ์ในวันดังกล่าวเป็นวันที่ตนได้ไปมอบนโยบายที่ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งก็มีคำถามของผู้สื่อข่าวท่านหนึ่ง ได้มีการถามตนว่าในวันนี้ได้มีการพูดถึง ผู้สมัครหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส. ที่เกี่ยวพันกับยาเสพติดหรือไม่ ในวันนั้นตนจึงตอบไปว่าไม่มี เพราะว่าตนมาเพียงมอบนโยบาย จึงอาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไป ก็เลยเหมือนเป็นการไปตัดเป็นประเด็นว่าตนได้ไปยืนยันว่าไม่มีผู้สมัครสส. หรือ สส. เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันออนไลน์หรือยาเสพติด
อย่างไรก็ตามการสืบสวนสอบสวนเรื่องเหล่านี้เราได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งตำรวจไซเบอร์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการอยู่แล้ว และคาดว่าในเร็วนี้อาจจะมีการเปิดปฏิบัติการจับกุมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ อดีต สส. ที่ไปเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ พร้อมยืนยันว่า ตนมีฐานข้อมูลของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้หลายราย แต่เพียงแค่ว่าคำถามที่เกิดขึ้น ถามขึ้นในวันที่ตนเพียงไปมอบนโยบายเท่านั้น หากถามในวันนั้นก็ยังไม่มี เพราะตนเพียงแค่ไปมอบนโยบายในภาพรวม
“สำหรับฐานข้อมูลนักการเมือง อดีต สส.หรือสส.ที่สืบสวนแล้วพบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์นั้นมีประมาณ 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทั้ง ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และบางส่วนก็เป็น สส.ในปัจจุบันอีกด้วย มีความเกี่ยวข้องทั้งเรื่องของเว็บพนันออนไลน์ และสแกมเมอร์ ทั้งนี้ การสืบสวนเชิงลึกดังกล่าวจะเป็นการบูรณาการข้อมูลทั้งตำรวจไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอที่จะทำงานร่วมกันให้มีความคืบหน้าต่อสาธารณชน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
รมว.ยุติธรรม ยังเผยถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงระหว่างการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ อาจมีการนำเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีเว็บพนัน หรือคดียาเสพติด มาใช้ในการซื้อเสียงหรือใช้เงินในการหาเสียง ว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งกังวลใจและเป็นเรื่องสำคัญ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนต้องไปมอบนโยบายให้กับตำรวจไซเบอร์ เพราะว่าช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้วและก็มีข่าวในลักษณะดังกล่าว จึงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงประเด็นภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 67 ซึ่งเป็นภาพการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และบริษัทไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากประเทศสิงคโปร์ (Prime Opportunity Fund VCC Singapore) อดีตรัฐมนตรีนักการเมืองร่วมเป็นสักขีพยาน
ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ภายหลังดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน พยานเอกสาร ขยายผล สอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เครื่องสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลดังกล่าวยังไม่ถูกรับรองวินิจฉัยโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 หรือไม่ เนื่องด้วยในปี 2567 นับแต่มีการติดตั้งเครื่องสแกนม่านตา ได้มีคนไทยกว่า 1.2 ล้านคนเข้ารับบริการสแกนม่านตารับเหรียญดิจิทัลไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่รู้แน่ชัดว่าข้อมูลอัตลักษณ์ส่วนบุคคลของตัวเองได้ถูกนำไปใช้อย่างไรบ้าง แม้ว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ยืนยันกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้วว่า “ม่านตา” ถือเป็นข้อมูลชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูง และเทียบเท่ากับสารพันธุกรรม (DNA) จึงเป็นข้อกังวลว่าเครื่องสแกนม่านตาดังกล่าวอาจมีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยไว้ในระบบที่จัดทำไว้ ก่อนถ่ายโอนข้อมูลเหล่านี้ในฐานระบบออนไลน์ จนอาจถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การสร้างบัญชีม้าหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุอีกว่า ภายหลังจากที่ได้มีการสอบปากคำพยานเบื้องต้นแล้วนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้มีมติในที่ประชุม รวบรวมเอกสารหลักฐานขอศาลออกหมายค้นวันนี้ (8 ม.ค. 69) พื้นที่เป้าหมาย 5 จุด ประกอบด้วยบริษัทที่เกี่ยวข้อง 4 บริษัท ในกรุงเทพฯ และบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่พระราม 2 ซึ่งเป็นบ้านของนายโอภาส กรรมการบริษัท ซึ่งการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีเหตุสงสัยว่า บริษัทที่เข้าตรวจสอบ เป็นสถานที่ที่เชื่อว่าใช้ในการตระเตรียมการกระทำความผิด หรือสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาข้อมูลม่านตาของบุคคลอันเป็นข้อมูลชีวภาพ อุปกรณ์ที่ใช้ในการสแกนม่านตา อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการสแกนม่านตา อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลด้านการเงิน ตลอดจนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอกสาร พยานวัตถุ รวมถึงเพื่อสอบปากคำเจ้าหน้าที่ภายในบริษัททีไอดีซีฯ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนใช้ขยายผลพิจารณาดำเนินคดีหากพบการกระทำความผิดต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี