538.jpg
มติสภาโหวตท่วมท้น อุ้มสส.สีเทา ไม่ส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’ โยงคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน

มติสภาโหวตท่วมท้น อุ้มสส.สีเทา ไม่ส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’ โยงคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มติสภาโหวตท่วมท้น

อุ้มสส.สีเทา

ไม่ส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’

โยงคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน

รบ.อ้างต้องรักษาหลักการ

 

มติสภาฯ 308 เสียงอุ้ม “ชนนพัฒฐ์” ไม่ส่งตัวให้ “ดีเอสไอ” รับทราบข้อหาฟอกเงิน-เว็บพนัน ระหว่างสมัยประชุม ด้าน “ภท.-เศรษฐกิจ-ประชาชาติ” ออกโรงป้อง อ้างต้องคงหลักการ ขณะที่ฝ่ายค้าน รวมทั้งพรรคส้ม-ปชป.หนุนส่งตัว สร้างบรรทัดฐานใหม่-คงภาพพจน์ที่ดี ด้าน’มารค์’ชง2ร่างแก้รธน.พร้อมสูตรที่มา สสร.ใช้หยั่งเสียอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เสียง 3 ใน 5 พิจารณา ตีกรอบเสร็จใน 240 วัน แก้หมวด 1-2 ต้องเจาะจงประเด็น อย่ามัดรวมกับมาตราอื่น


เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนเรื่องขออนุญาตให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม มารับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา125ของรัฐธรรมนูญ

สภาถกเดือดส่ง’ชนนพัฒฐ์’ให้DSI

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการลงมติ มีสส.ขออภิปรายแสดงความเห็นโดยพบว่า มีความเห็นที่แตกต่างกันเป็น 2ฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนให้ส่งตัวให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย คือพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชาติและพรรคเศรษฐกิจ โดย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า เห็นด้วยและเห็นชอบให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ ไปดำเนินการทางคดี หากสส.สละเจตนาคุ้มกันจะเป็นประโยชน์การพิจารณาและเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสภา ในระบอบประชาธิปไตย หากอนาคตมี สส.ของพรรคประชาชนคนใดถูกดำเนินการในลักษณะข้อเท็จจริงเดียวกันพรรคประชาชนจะอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน

ปชป.หนุนส่งตัว-สร้างบรรทัดฐาน

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า เมื่อพิจารณาคดีของสส.ที่ถูกขขอตัวเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งไม่มีพบการกลั่นแกล้งใดๆ จากฝ่ายบริหาร เป็นกระบวนการยุติธรรม ที่พิจารณาตามขั้นตอนที่ดำเนินการเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลทางการเมือง ที่ต้องมีพยานหลักฐานครบถ้วน ทั้งนี้คดีดังกล่าวสัมพันธ์กับเกียรติภูมิของสภา หากไม่อนุญาตจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของสส. หากคดีร้ายแรงแต่สภายังปกป้อง อาจกระทบภาพลักษ์ และภาพพจน์ของสภาในสายตาของต่างชาติด้วย สส.ที่ถูกขอตัวระบุก่อนหน้านั้นว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามที่กำหนดไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ขอใช้ดุลยพินิจปกป้องภาพพจน์ของประเทศไทยและภาพลักษณ์ของสภา จึงมีมติอนุญาตให้ส่งตัวไปตามเรียก

ภท.โดดป้องต้องคงหลักการไว้

นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) อภิปรายว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา125 ไม่ใช่การคุ้มกันให้ สส.อยู่เหนือกฎหมาย และไม่ใช่ยกเว้นกระบวนการยุติธรรมให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นหลักประกันทางรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และรักษาความสมดุลของอำนาจ อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาของการเปิดสมัยปะชุมแล้ว จะพบว่าจะปิดสมัยประชุม ในเดือนก.ค.ดังนั้นเหลือเวลาไม่กี่ครั้ง หากเรียกตัว สส.ตามกระบวนการสอบสวนระหว่างสมัยประชุมย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่สส.และกระทบต่อการทำงานนของสภาโดยรวม

“ตระหนักดีว่าประชาชนเรียกร้องความโปร่งใสและมาตรฐานจริยธรรมที่สูง หาก สส.สละความคุ้มกันเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์เป็นเรื่องดี แต่หากพิจารณาในมิติระดับสถาบันต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ทำลายหลักประกันทางรัฐธรรมนูญระยะยาว เพราะเมื่อสิ้นสุดสมัยประชุมกระบวนการทางกฎหมายดำเนินการได้ปกติ จึงไม่ใช่การตัดสิทธิ์ หรือขัดขวางกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นกาคุ้มครองการทำหน้าที่ช่วงเวลาที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรองรับ” นางนันทนา อภิปราย

ด้านนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ต้องักษาหลักการและมาตรฐานที่สภาฯ ถือปฏิบัติโดยตลาด คือ ไม่อนุญาตให้ สส.ไปรับทราบข้อกล่าวหาของดีเอสไอในสมัยประชุม อย่างไรก็ดีขอให้ นายชนนพัฒน์ ชี้แจงและพูดว่า จะใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่ด้วย

เรียกร้องให้สละเอกสิทธิ์คุ้มครอง

ส่วนนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่าตนขอปกป้องหลักการคุ้มครองสส.ในสมัยประชุม เพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหากมีประเด็นที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ตรวจสอบรัฐบาลแล้วถูกกลั่นแกล้ง ดำเนินคดีอาจถูกโหวตให้ไปดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ดีขอเรียกร้องสปีริตของ นายชนนพัฒฐ์ ต่อการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ต้องให้สภาปกป้อง

เจ้าตัวพร้อมเข้าสู่กระบวนการ

จากนั้นนายชนนพัฒฐ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า ยืนยันพร้อมรับการโหวต ตนเป็นคนหนึ่งที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันกับเพื่อนสมาชิกที่ขึ้นคัดค้านว่าตนพร้อมและยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ก็ยังคงต้องยึดหลักการ เพราะการเข้าสู่กระบวนการ หากปิดสมัยประชุม ตนหลีกหนีไม่พ้น ยืนยันว่าตนพร้อม แต่หลักการการเป็นสมาชิกสภาฯต้องยึดประเด็นนี้

มติสภาฯ308เสียงอุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’

ทั้งนี้ ภายหลังที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางที่ประชุมจึงมีมติไม่เห็นด้วย 308 เสียงต่อ126 เสียง งดออกเสียง2 ไม่ลงคะแนน 3 ซึ่งมติที่ประชุมไม่อนุญาตให้มีการส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำต่อดีเอสไอ ในระหว่างสมัยประชุม

DSIจ่อหมายเรียกตัวหลังสภาปิด

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติไม่เห็นชอบให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาระหว่างที่มีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครองนั้น เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ ต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน แล้วจึงดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหา ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หากผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จะมีในเรื่องของการควบคุมตัวไว้หรือไม่นั้น ตนต้องเรียนว่ากรณีดังกล่าวเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการนำตัวนายชนนพัฒน์ ยื่นฝากขังต่อศาลไปแล้ว และศาลได้ให้ประกันตัวชั่วคราว จึงเป็นคนละส่วนกับของดีเอสไอ ทำให้ผู้ต้องหามีหน้าที่เพียงเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเท่านั้น เมื่อถามว่า แม้ยังไม่หมดสมัยประชุมสภา หากผู้ต้องหาขอสละสิทธิ์เอกสิทธิ์และเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาสามารถทำได้ใช่หรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์เฉพาะตัวที่สามารถดำเนินการได้

ปชป.ชง2ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เวลา 13.00น.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ แถลงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าจากที่มีการลงประชามติวันที่ 8 ก.พ. โดยประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หมายถึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เพิ่มมาตรา 256/1 เพื่อที่จะทำให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ หลายท่านทราบดีว่าการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 100 เสียง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีจำนวน สส.ไม่เพียงพอ ดังนั้นสิ่งที่เราได้ดำเนินการ คือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับพรรคการเมืองอื่นในฐานะเดียวกัน คือไม่สามารถเสนอแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยลำพัง และไม่เห็นด้วยกับร่างหลักที่มีเสียงเกิน 100 เสียงเสนอเข้าไปแล้ว ดังนั้นก็จะมีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยได้รวบรวมรายชื่อเรียบร้อย

วางกรอบรายละเอียดที่มาสสร.

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 2 ฉบับ โดยฉบับแรกคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งเป็นแนวคิดที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของพรรคต้องคำนึงถึง 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพราะความตั้งใจเดิมในเรื่องการจัดทำรัฐฉบับใหม่ ที่มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าไม่สามารถที่จะให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงได้ และ 2.พรรคคำนึงถึงประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความห่วงใยในเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ

“ผมอยากทำความเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่าหมวด 1 และหมวด 2 แก้ไขไม่ได้ แต่เราเห็นว่าถ้าจะมีใครเสนอแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ขอให้มีการนำเสนอเฉพาะประเด็นนั้น เพื่อให้เกิดการพิจารณาที่ชัดเจน ไม่ใช่เอาเรื่องการแก้ไขหมวดดังกล่าวไปรวมกับมาตราอื่น ดังนั้นในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เราจึงมีข้อจำกัดว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องคงไว้ซึ่งสาระของหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ผ่านหยั่งเสียงปชช.ทางอิเล็กทรอนิกส์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ประกอบไปด้วยสมาชิก 100คน โดย 80คน มาจากการหยั่งเสียงของประชาชนผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ในแต่ละจังหวัด แล้วแต่ละจังหวัดก็จะส่งมา3ชื่อ แล้วส่งเข้ามาให้สภาเป็นผู้คัดเลือกเลือก 80คน โดยหลักการ1 คนออกเสียงได้1เสียง ป้องกันกลุ่มการเมือง พรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดเลือกส.ร.ร.เสมือนว่า เลือกได้เป็นเสียงข้างมาก ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้คะแนนมากสุด 80คนแรก เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ถ้ายังไม่ครบก็ลงคะแนนรอบที่ 2 หรือถ้าคะแนนเท่ากันก็เลือกระหว่างผู้ที่มีคะแนนเท่ากันจนครบ 80คน ส่วนอีก 20คน เป็นผู้เชี่ยวชาญ ตุลาการศาลฎีกาคัดเลือกกันเอง 5คน ตุลาการศาลปกครอง 5คนและอีก 10คน แบ่งเป็น 5คน คือผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ กฎหมายมหาชน อีก 5คน มาจากนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีเป็นผู้ออกแบบในการคัดเลือกเข้ามา

ขีดเส้นตายเสร็จภายใน240วัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ด้วยวิธีนี้ ก็จะได้ ส.ส.ร.ครบ 100คน เราจะค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ไปเขียนรายละเอียดว่า ส.ส.ร.จะต้องตั้งกรรมาธิการอะไร อย่างไร โดยให้เป็นสิทธิ์ของท่านจัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 240วัน โดยที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามวิธีการที่ ส.ส.ร.จะไปกำหนดเอง จากนั้นก็เสนอร่างกลับเข้ามาให้สภาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หรืออยากจะมีข้อสังเกตให้แก้ไข ถ้ามีข้อสังเกต ส.ส.ร.ก็จะกลับไปทบทวนว่าจะเอาตามที่สภาเสนอ หรือจะยืนยันความเห็นเดิม สุดท้ายสภาก็ต้องให้ความเห็นชอบโดยใช้เสียง3ใน5

ฉบับที่2ใช้เสียงสภา3ใน5แก้รธน.

“ตรงนี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งที่นำมาสู่การยุบสภาเหมือนครั้งที่แล้ว ว่าวุฒิสภายังควรจะมีสิทธิ์ในการวีโต้ หรือว่าต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง หรือฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งหรือไม่ แต่เราคงหลักการว่าไม่ได้ให้ผ่านโดยเสียงข้างมากอย่างเดียว เราจึงเพิ่มเป็น 3 ใน 5 คิดว่าการได้เสียง 3 ใน 5 น่าจะเพียงพอในการยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐสภาในการที่จะเห็นชอบ จากนั้นก็ไปทำประชามติ ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับที่2 เสนอว่า ต่อไปการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใช้กติกา3ใน5ไม่ต้องระบุจำนวน สว.จำนวนฝ่ายค้านที่ต้องเห็นชอบ ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่เราได้ดำเนินการไป ซึ่งเราถือว่าตรงกับจุดยืนของพรรคปชป.ที่ประกาศเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญปี60มาโดยตลอด’นายอภิสิทธิ์ กล่าว

‘หนู’จ่อตั้งชุดสอบอธิบดีปกครอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีแชทไลน์บทสนทนากับ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่อ้างว่า ถูกย้ายไปช่วยราชการไม่เป็นธรรม เพราะไม่สนองงานการเมือง รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย”ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่า วันนี้เห็น นายนฤชา ออกแถลงการณ์ ตนต้องไปอ่านอย่างละเอียด เพราะตอนนั้นอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ เพิ่งกลับจาก จ.เพชรบุรี อย่างไรก็ตามถ้าดูว่า มันทําไม่ถูก ตนก็ต้องตั้งชุดขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง แต่ยืนยันได้ว่า ไม่ได้ช่วย ไม่เคยช่วย เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะบานปลายเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทย ด้วยหรือไม่ กรณีการย้ายปลัดจังหวัดภูเก็ต นายกฯ ตอบว่า ไม่มี ให้ดู มท.1ไว้อย่างเดียว กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปดูคนอื่น

‘ชัชชาติ’เดินหาเสียงบางกอกน้อย

เวลา 08.00น.ที่วัดโพธิ์เรียง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เบอร์9 ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนวัดโพธิ์เรียง เขตบางกอกน้อย พบปะพี่น้องประชาชนในชุมชน พูดคุยแลกเปลี่ยนถึงปัญหาในพื้นที่ ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มีเข้ามาขอถ่ายรูป ขับรถผ่านบีบโบกมือทักทาย และมีวินมอไซค์ กล่าวทักทายในชัชชาติว่า “จะไม่ให้เลือกได้อย่างไร ต้องเลือกอยู่แล้ว เพราะดูจากนโยบายก็ต้องเลือกอยู่แล้วเพราะเบอร์ 9 คือเบอร์ในดวงใจ”นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญที่ต้องดูแล คือผู้สูงอายุในพื้นที่บางกอกน้อย ที่ต้องมีการกระจายดูแลเรื่องสาธารณสุข ผู้ป่วยติดเตียงอัคคีภัยเพราะการเข้าถึงในพื้นที่ชุมชนค่อนข้างลำบาก ดังนั้นจึงต้องมีเครื่องดับเพลิงที่สามารถพกพาได้ แต่ปัญหาหลักของเขตบางกอกน้อยในขณะนี้คือ ตัวระบบบำบัดน้ำเสีย โดยต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว

‘มัลลิกา’เล็งใช้AIคุมจราจรกทม.

เวลา 10.30น.นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เบอร์ 14 เดินหน้าลงพื้นที่มักกะสัน จุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ เพื่อนำเสนอระบบAi Traffic กลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะการใช้ระบบนี้เชื่อมต่อเพื่อทั้งแจ้งเตือนทุกฝ่ายอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยกลไกของสมองกลของAI เจน เข้ากับระบบที่กรุงเทพฯ มีอยู่แล้ว และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุต่างๆ มีอยู่แล้ว เรื่องนี้จะทั้งการแก้ไขปัญหาและลดอุบัติเหตุ ก็จะเป็นการใช้ระบบรองรับการแก้ปัญหาจราจรทั้ง 500กว่าจุดสำคัญในกรุงเทพมหานครด้วย นางมัลลิกา ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งตำรวจ วินมอเตอร์ไซค์ เจ้าหน้าที่รถไฟและเจ้าหน้าที่ขนส่งมวลชนกรุงเทพฯที่ประจำจุด ซึ่งตอนนี้ใช้คนประมาณไม่ต่ำกว่า 10คนในจุดเดียว ในการแก้ไขปัญหาเห็นได้ชัดเจนว่า เรื่องนี้กรุงเทพฯสามารถเป็นเจ้าภาพได้ ไม่ใช่โยนไปให้หน่วยงานอื่น

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top