วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "พรรคประชาชน - People's Party" เปิดตัว “เพียงพนอ บุญกล่ำ”ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ พร้อมโพสต์ข้อความ ระบุว่า ปฏิรูปภาครัฐและกฎหมาย ด้วยเจตจำนงการเมือง (Political Will) และเจตจำนงมืออาชีพ (Professional Will)
.
เพิ่งเกษียณจากการทำงานประจำเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เร็วกว่ากำหนดเวลาปกติเก้าเดือน และถือเป็นการจบการทำงานประจำที่รู้สึกดีกับผลงานที่มีส่วนร่วมสร้างขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนานักกฎหมายรุ่นหลัง ทั้งสมัยที่อยู่ Law Firm และองค์กรธุรกิจที่เป็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของไทย มีกิจการครอบคลุมทั่วโลก
.
แผนหลังเกษียณที่วางไว้คือจะเดินทางมากขึ้น ยังคงรับบรรยายเรื่องบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ที่ทำมาตลอด รับเป็นเจ้าของวิชาในคณะนิติศาสตร์ เพื่อสร้างและพัฒนาทักษะทางการปฏิบัติงานนักกฎหมายภาคเอกชนให้น้องๆ จะมีงานเขียนเพื่อแชร์กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะในตลาดทุน รวมถึงโครงการทำ Academy อบรมนักกฎหมายกลุ่มเล็กๆ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา รวมทั้งคาดว่าจะรับเป็นกรรมการในบริษัทจดทะเบียน 2-3 แห่ง
.
ทั้งหมด ยังคงเป็นคำตอบให้ชีวิตว่า เราจะใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมาให้ดีที่สุด เกิดผลที่เป็นประโยชน์ในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้อย่างไร เหมือนกับเมื่อเก้าปีก่อนที่ตัดสินใจออกจาก Law Firm ที่อยู่มา 23 ปี เพื่อรับบทบาทหัวหน้าทีมกฎหมายให้กับบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่
.
การตัดสินใจเข้าร่วมเป็นทีมบริหารของพรรคประชาชน หากพรรคได้รับโอกาสเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ยากมากที่สุด เมื่อเทียบกับการต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ที่ผ่านมา แม้จะใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน เพราะไม่ต้องการให้เรื่องค้างอยู่ในสมองนานเกินไป และเพราะต้องรีบแจ้งบริษัทที่ทำกระบวนการอนุมัติรับเราเข้าเป็นกรรมการ ฯลฯ
.
ที่ว่ายากเนื่องจากตระหนักดีว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีต้นทุนที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจยอมรับ โดยเฉพาะในแง่มุมความสัมพันธ์กับใครหลายคน บางคนก็เป็นที่เคารพนับถือกันมายาวนาน ส่วนสมาชิกในบ้านบางส่วน ที่อยากให้เราใช้เวลาพักผ่อนและท่องเที่ยวมากขึ้น แม้จะไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเราตัดสินใจแล้ว ก็สนับสนุนและให้กำลังใจเต็มที่ เช่นเดียวกับหลายคนที่อยู่ในวงในที่ใกล้ชิด
.
แต่เมื่อสังเคราะห์และใคร่ครวญถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ที่อย่างไรเสียเราก็ต้องรับผลนั้น กับสิ่งที่ตั้งใจจะทำ ถ้ามีโอกาสนั้นแล้ว ก็ตัดสินใจตอบรับ ด้วยเหตุผลคล้ายๆ กับท่านอื่นที่ได้ตอบตกลงเป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชน
.
ประการแรก คงเหมือนกับท่านอื่นๆ ในทีมบริหาร คือต้องการส่งมอบสังคมที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป
จากการทำงานมายาวนาน 38 ปีครึ่ง นับจากปี 2529 เราได้ผ่านทุกช่วงเวลา ทั้งช่วงรุ่งเรืองและช่วงวิกฤต ของประเทศและของโลก แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและอันตรายของประเทศเท่ากับตอนนี้อีกแล้ว และหากไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
.
หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า สัญญาณถดถอยของประเทศมีมาตั้งแต่ก่อนสถานการณ์โรคระบาดโควิด แต่ก็ไม่มีสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมถึงความพยายามแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ในขณะที่ปัจจัยภายนอกก็รุมเร้า หลายปัญหาเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และความสามารถในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคก็ดูจะลดถอยลงเป็นลำดับ
.
ประโยคหนึ่งที่ได้ยินแล้วก็อึ้งไป มาจากที่ตัวเองได้ถามผู้บริหารกองทุน Venture Capital ที่สิงคโปร์ เมื่อ 2 ปีก่อนว่า ทำไมไม่มีการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยอยู่ในพอร์ตเลย (เขามีทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย จนถึงเมียนมา) เขาตอบว่า Your country is too complicated. ประเทศไทยซับซ้อนเกินไป และคงไม่คุ้มค่าสำหรับเขาที่จะพยายามทำความเข้าใจ ไม่คุ้มกับความเสี่ยง กับความไม่แน่นอน
.
ดัชนีชี้วัดแทบทุกรายการของประเทศ ตั้งแต่ดัชนีการรับรู้เรื่องคอร์รัปชั่น หลักนิติธรรม (Rule of Law Index) ความสามารถในการแข่งขัน หรือการศึกษา มีแต่จะแย่ลงทุกๆ ปี
จากปัญหาในภาครัฐก็ลามเข้าสู่ตลาดทุน ทั้งเรื่องปั่นหุ้น ฉ้อโกง ทุจริต ฉ้อฉล เอาเปรียบนักลงทุน ฯลฯ เสน่ห์ที่เคยมี ก็หายไปหมด คดีต่างๆ และการติดตามทรัพย์สินมาชดใช้ให้นักลงทุนที่เสียหาย ก็ดูจะไม่ตอบสนองกับความเสียหายที่นักลงทุนต้องแบกรับ
.
ด้านการท่องเที่ยวก็มีประเด็นเรื่องความปลอดภัย สแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีไทยเป็นทางผ่านสำคัญ ก็ลุกลามใหญ่โต จนกระทบภาคบริการอันสำคัญนี้
.
การถือครองที่ดินของต่างชาติ หรือกิจการต่างชาติที่มีข้อสงสัยว่าผู้ถือหุ้นไทยที่เป็นหุ้นส่วนนั้นเป็นนอมินีหรือไม่ ก็ทำกิจการต้องห้าม และได้เป็นคู่สัญญาของรัฐจำนวนมาก มีอาคารของรัฐ องค์กรอิสระ และองค์กรกำกับดูแลที่สร้างทิ้งค้าง-ร้างไว้หลายแห่ง เมื่ออาคารไม่ได้ใช้นั้นมีมูลค่ารวมกันกว่าแสนล้านบาท แปลว่าเงินภาษีของเราที่ควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ กลายเป็นศูนย์ และ ติดลบ หากต้องรื้อถอน
.
การบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) เป็นปัญหาใหญ่ของไทยมาตลอด เป็นต้นทุนต่อความเชื่อมั่น
.
เรียกว่า โยนก้อนหินเข้าประเด็นไหนก็เจอปัญหาทั้งสิ้น
.
ประการที่สอง หากนับเวลาที่เหลืออยู่ของเราตามสถิติอายุคนไทย กับวิทยาการการแพทย์สมัยใหม่ ก็อาจจะทนๆ และปลงๆ ลืมๆ ไปได้อีก 20 ปี แต่เด็กๆ ยุคนี้ (รวมถึงหลานๆ ของเราที่อายุหลากหลายด้วย) น่าจะอยู่ต่อไปอีก 40-70 ปี งานดีๆ มีคุณค่า ค่าตอบแทนเหมาะสม ก็หายากขึ้นทุกวัน ความเหลื่อมล้ำยิ่งมากขึ้นไปอีก
.
โอกาสที่คนจะเปลี่ยนย้ายสถานะด้วยการศึกษา ความขยันขันแข็ง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ต่างจากยุคที่เราเติบโตมา คนอายุ 50-85 ปี ที่ทันมีประสบการณ์มาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง 2540 จนมาถึงเหตุการณ์รัฐประหาร และความขัดแย้ง แตกแยกทางการเมืองตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีที่สุด
.
ประการที่สาม เรื่องที่อยากมีส่วนร่วมทำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย คือการปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ (efficiency) และมีผลิตภาพ (productivity) ผ่านเรื่องหลักๆ ได้แก่
- กิโยตินกฎหมาย เวียดนามเป็นประเทศล่าสุดในเอเชียที่เป็นตัวอย่าง (หลังจากเกาหลีใต้) จากข้อมูลของ TDRI หลายปีก่อนพบว่า ถ้าทำได้ ก็จะช่วย GDP ถึง 0.8% ประหยัดเงินได้ 1.3 แสนล้านบาท
- การปรับปรุงกฎหมายตามข้อคิดเห็นของ OECD ที่ไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิก
- การออกกฎหมายที่สำคัญทั้งต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต เช่น กฎหมายสตาร์ทอัพ (ที่ควรเป็น Fast Track จนตลาดจะวายแล้ว) การทำให้ EEC สามารถเดินหน้าได้ตามวัตถุประสงค์ (นักลงทุนที่สนใจก็เริ่มถอยไปหลายรายแล้ว) การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่มีปัญหาทางปฏิบัติ จนกระทบหนักในสถานการณ์ภัยพิบัติและฉุกเฉิน ข้าราชการกลัวความรับผิดตามมาตรา 157 จนไม่กล้าตัดสินใจ (เรื่องนี้ต้องทำงานร่วมกับอาจารย์มุนินทร์ พงศาปาน แน่นอน) รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีปัญหาเสียหาย ไม่คุ้มค่า ไม่ได้ใช้งาน ใช้งานไม่ได้ ฯลฯ กับคำตอบมาตรฐานว่า การจัดจ้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ซึ่งยังไม่น่าพอใจ ในเชิงของ Governance ต้องถามหาความรับผิดรับชอบ (accountability) ให้ได้
.
เราเห็นว่าเจตจำนงทางการเมือง หรือ Political Will ที่จะแก้ปัญหาที่ยากมากๆ นี้ ต้องแน่วแน่ชัดเจน เราได้เห็นสิ่งนี้ในข้อบังคับและนโยบายของพรรคประชาชน รวมถึงการแสดงออกถึงเจตจำนงนั้นผ่านการทำงานตลอดแปดปีที่ผ่านมา
.
นอกจาก Political Will แล้ว สิ่งที่เราจะนำมาประสานกันคือ เจตจำนงอันแน่วแน่ในฐานะของมืออาชีพ นั่นคือ Professional Will
.
หากมีโอกาสได้ลงมือทำ งานนี้จะเป็นงานที่ยากที่สุดและท้าทายที่สุดในชีวิตการทำงานเลยทีเดียว ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการรวมพลังทั้งสอง และอีกหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เป็น One Team for Thailand ที่แท้จริง
.
ประสบการณ์การทำงานเกือบ 40 ปี ที่ผ่านมา ที่ต้องมีการทำงานกับภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานตรวจสอบ เอกชน และผู้มีส่วนได้เสียที่หลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ ได้ช่วยให้เห็นปัญหา อุปสรรค ทางแก้ไข และได้ข้อสรุปว่า การแก้ไขปัญหาที่ยากอย่างนี้ แค่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้า และความกล้าหาญ (Courage) ในการตัดสินใจ ในการลงมือทำอีกด้วย ที่สำคัญคือต้องมีความเป็นมืออาชีพ ยึดถือประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่มีประโยชน์ขัดแย้งส่วนตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง สิ่งของ หรือการยึดติดกับอำนาจ
.
ประการสุดท้ายคือ การทำงานร่วมกันของทีมต่างกระทรวง ต่างหน่วยงาน
ได้เห็นข้อมูลทีมงาน ทีมบริหารของพรรค ที่มีผู้เชี่ยวชาญสายเทคโนโลยีและข้อมูลหลายท่าน การจะทำเรื่องที่กล่าวไปทั้งหมด จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วนและมีคุณภาพ เพราะหลักการของธรรมาภิบาลหรือบรรษัทภิบาลล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยมีสาระสำคัญเหนือรูปแบบ (Substance over Form)
.
คำตอบสำหรับการตัดสินใจในวันนี้ จึงเหมือนกับเมื่อเก้าปีก่อนที่ย้ายงาน คือ ต้องการใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในฐานะเป็นมืออาชีพ ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากที่สุด ภายใต้เวลาและข้อจำกัดที่มีอยู่
.
สุดท้าย เราเคารพความเห็น ความชอบ ความพึงพอใจทางการเมืองและพรรคการเมืองที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลเสมอ และหากเรายอมรับความจริงว่า ประเทศมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่แก้ไขในตอนนี้ ไม่ได้แล้ว ประโยชน์ของการแก้ไขปัญหาก็จะเกิดกับส่วนรวม กับประเทศ
.
สังคมที่ดีขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อทุกคน
.
เพียงพนอ บุญกล่ำ
ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการปฏิรูปรัฐ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี