วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
“ยศชนัน”ลุยสวนลำไยลำพูน ฟังปัญหาต้นทุน-ราคาตก ย้ำเดินหน้า พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย คืนอธิปไตยล้งให้คนไทย
9 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. คณะแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่สวนลำไย ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นพื้นที่เขตเลือกตั้ง นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้สมัคร สส. จ.ลำพูน เขต 2 เบอร์ 6 เพื่อพบเกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่ รับฟังปัญหาอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ราคาผลผลิตที่มีความผันผวน

สำหรับสถานการณ์ลำไยฤดูกาลผลิตปี 2568 ภาพรวมใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน คาดว่าจะมีผลผลิตรวมกว่า 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 117 ล้านกิโลกรัม จากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการออกดอกติดผล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกลไกราคา หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
พรรคเพื่อไทยย้ำถึงบทบาทในการผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย” เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรกรชาวสวนลำไย โดยร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีนายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยในการยกระดับลำไยให้เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ผ่านการดูแลราคาที่เป็นธรรม การวิจัยนวัตกรรม การแปรรูป และการหาตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ

ภายหลังรับฟังข้อร้องเรียนจากเกษตรกร นายยศชนัน กล่าวเป็นภาษาเหนือ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ขายฝัน แต่พร้อมลงมือทำทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาล โดยระบุว่าลำดับแรกคือการเดินหน้า พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไย ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Cold Chain และห้องเย็นที่ครบวงจร ตั้งแต่พื้นที่ผลิตจนถึงการขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถชะลอการขาย ไม่ถูกกดราคา พร้อมประกาศแนวคิด “คืนอธิปไตยล้งลำไยให้คนไทย” และย้ำว่า “ข้าวภาคกลาง ยางภาคใต้ และลำไยต้องเป็นของภาคเหนือ”
นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังผลักดันการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าลำไย ไม่จำกัดเพียงการจำหน่ายผลสด แต่ต่อยอดสู่เวชสำอาง ยา และผลิตภัณฑ์จากเมล็ดลำไย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัว โดยภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทสนับสนุนอย่างจริงจัง

ในด้านการบรรเทาภาระเกษตรกร พรรคเพื่อไทยมีนโยบายพักหนี้เกษตรกรทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย สานต่อโครงการ SML พัฒนาหมู่บ้าน และเสนอให้หน่วยงานรัฐเป็นผู้นำในการรับซื้อลำไย เช่น โรงเรียน เรือนจำ และหน่วยงานราชการ เพื่อช่วยพยุงราคา รวมถึงใช้ลำไยเป็น “สินค้าทางการทูต” ในการเจรจาการค้ากับต่างประเทศ
นายยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมยืนยันนโยบาย “เติมเงินให้เต็ม 3,000 บาท” สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
นายยศชนัน ระบุว่า ตนทำงานในพื้นที่ลำพูนและภาคเหนือมานาน เข้าใจหัวอกคนทำงานและชาวสวนลำไยอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า วันแรกที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเดินหน้าขับเคลื่อน พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ลำไยอย่างเป็นรูปธรรม และร่วมกันสร้างอนาคตที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยทั้งระบบ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี