‘พิธา’โอดเสียใจ ขอโทษด้อยค่าทหารอ้างพูดไม่ชัด พท.โวกวาดสส.เชียงใหม่-ลำพูน

‘พิธา’โอดเสียใจ ขอโทษด้อยค่าทหารอ้างพูดไม่ชัด พท.โวกวาดสส.เชียงใหม่-ลำพูน

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘พิธา’โอดเสียใจ

ขอโทษด้อยค่าทหารอ้างพูดไม่ชัด

พท.โวกวาดสส.เชียงใหม่-ลำพูน

 

“พิธา” โอดเสียใจ “ทหารมีไว้ทำไม” พูดไม่ชัด ขอโทษ “ทหารสนามรบ” ด้าน “ศิริกัญญา”ลั่นปักธงส้ม กทม.33 เขต ชี้ไม่ใช่พื้นที่ใครล่วงหน้า ไม่กังวลกับคู่แข่ง ยันจะทำงานอย่างเต็มที่เรียกความไว้วางใจกลับคืนมาย้ำเราเจ็บแล้วจำ จัดตั้งรัฐบาลประชาชนต้องโปร่งใสไร้ดีลลับบนโต๊ะจีน ไม่ปิดทาง “อนุทิน” ร่วมวง แต่ต้องยอมรับเงื่อนไข-นโยบายพรรคได้ ชวนเลือกแลนด์สไลด์ตัดปัญหาถูกหลอกซ้ำซ้อน


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 (ตามเวลาท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา) ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรม Pita US Tour ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส เพื่อเป็นวงพบปะแลกเปลี่ยนกับคนไทยในสหรัฐฯ เกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ร่วมพูดคุยในครั้งนี้ด้วย

‘พิธา’ขอโทษทหาร-อ้างพูดไม่ชัด

นายพิธา ยังกล่าวถึงกรณีกล่าววาทกรรม“ทหารมีไว้ทำไม” ขณะปราศรัยเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ว่า ตอนที่ตนพูด ตนนึกถึงทหารสนามกอล์ฟ ไม่ได้นึกถึงทหารสนามรบ มันเป็นความผิดของผมเอง จนถึงทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจ อยากจะขอโทษทหารสนามรบ ทหารชั้นผู้น้อย ทหารมืออาชีพจริงๆ ที่เขาเสียสละเพื่อจะปกป้องแผ่นดินของเรา เพราะตอนที่พูด พูดในช่วงที่ทหารมีนาฬิกาแพงๆ ทหารที่ทำการรัฐประหาร ทหารสนามกอล์ฟ แต่ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดว่า ผมเคารพทหารสนามรบ แต่ทหารที่ปกครองประเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่พูดไปตอนนั้นมันเอาท์เดตมากกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน

‘ศิริกัญญา’ลั่นปักธงส้มกทม.33 เขต ชี้

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงใน กทม.ตลาดประชานิเวศน์ โดยเป็นเขตเลือกตั้งที่นายชยพล สท้อนดี ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 10 ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ว่า ในการลงพื้นที่พยายามพบประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายหาเสียงของพรรคประชาชน เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าหากเลือกพรรคประชาชน ได้พรรคประชาชนมาบริหารประเทศ จะเต็มไปด้วยมืออาชีพที่พร้อมทำงาน และมีมั่นใจเพื่อมอบความไว้วางใจให้แก่พรรคประชาชนอีกครั้ง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงเสียงตอบรับในพื้นที่ กทม.ว่า ก่อนหน้านี้ลงพื้นที่หาเสียงในหลายเขตเลือกตั้ง ยังคงดีมากและเหนียวแน่น ยอมรับภาพที่ปรากฏอาจมีดราม่าเยอะ แต่ในข้อเท็จจริงประชาชนยังให้การสนับสนุนเหมือนเดิม ส่วนข้อโต้แย้งหรือความเห็นต่างมีน้อยมาก เจอหลัก10 ไม่ได้ถูกนำเสนอในหน้าสื่อเยอะ แต่การสนับสนุนจากประชาชนต่อพรรคประชาชนยังคงดีอยู่ ฝากความหวังและคาดหวังทำให้ความหวังของประชาชนให้เป็นจริง ถ้าเลือกพรรคประชาชนแล้วได้รัฐบาลประชาชนมาบริหารประเทศ

เมื่อถามว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล แนะนำว่ากรณีเจอคนที่เห็นต่างกันมา ให้มองข้ามเพราะอาจกลายเป็นภาพจำให้ประชาชนตั้งคำถาม น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังไม่ย่อท้อ เพราะในบางครั้งประชาชนเข้ามาถามด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ใจที่อยากได้คำตอบ ซึ่งยินดีให้คำอธิบาย ไม่ได้จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงหรือหลบหน้า พร้อมที่จะให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงแก่ประชาชน เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้พื้นที่ กทม. มีพรรคประชาธิปัตย์มาแบ่งด้วยกังวลหรือไม่ อาจทำให้ไม่ได้ สส. เหมือนสมัยที่แล้ว น.ส.ศิริกัญญาระบุว่า ไม่ได้กังวล เพราะว่าประชาชนไม่ได้มีเจ้าของ ไม่มีหรอกที่ว่าเป็นพื้นที่ของใครมาก่อน แล้วจะต้องเป็นพื้นที่แบบนั้นตลอดไป เราคงต้องทำงานอย่างเต็มที่ในช่วง 1 เดือนที่เหลือ เพื่อให้ประชาชนไว้วางใจพวกเรากลับมาอีกครั้งหนึ่งแบบเต็มๆ ทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ไม่ได้กังวลที่คู่แข่งเพราะว่าการแข่งขัน เท่ากับเป็นการเปิดทางเลือกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น ในการที่จะพิจารณาผู้แทนราษฎรของพวกเขา อย่างไรก็สู้เต็มที่เพื่อที่จะส่งมอบนโยบายดีๆ ให้แก่พี่น้องประชาชนให้ได้

ไม่ปิดทาง’หนู’ถ้ารับเงื่อนไขได้

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเคยพูดว่า จะไม่โหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มาตลอด อีกแต่หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่ง จะสามารถให้ นายอนุทิน มาร่วมรัฐบาลได้หรือไม่  น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยืนยันคำเดิมว่า ถึงวันนั้นจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกัน จะเป็นรัฐบาลพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง อย่างไรเราก็คงจะเป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาล คงจะไม่ได้โหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีนอกจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เมื่อถามว่า แต่จะมีโอกาสที่จะให้เขามาโหวตเราหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับวันนั้นว่า สถานการณ์จะเป็นอย่างไร แล้วยินดีที่ทำตามเงื่อนไข วิธีการทำงานต่างๆ นโยบายของพรรคประชาชนหรือไม่

ตั้งรบ.โปร่งใส-ไม่มีเจรจาโต๊ะจีน

เมื่อถามว่า ต้องมี MOAอีกฉบับหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พูดแล้วมันก็สะท้อนใจ แต่เราก็ยังยืนยันว่าคงต้องมีการจัดทำอย่างโปร่งใส เปิดเผยต่อประชาชนอยู่แล้ว ว่าจะตกลงกันอย่างไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล “เราเจ็บแล้วจำ คงไม่มีไปเจรจาลับ ๆ ล่อ ๆ หรือไปคุยกันบนโต๊ะจีนแน่นอน จะมีการเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าไม่อยากให้เราต้องถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เลือกพรรคประชาชนให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

‘ยศชนัน’ลุยเชียงใหม่ช่วยเกษตรกร

ด้าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นำ นพ.เพทาย เตโซฬาร ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 2 และทีมงาน พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่จ่ายตลาดสุขาภิบาล (ยางเนิ้ง) อ.สารภี จ.เชียงใหม่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้ามามอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง และพวงมาลัยแคบหมู นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่จะทำให้คนเชียงใหม่ ว่า มีเรื่องคมนาคม การแก้ไขปัญหาน้ำ การขุดลอกแม่น้ำปิง การทำถนน และเรื่องการท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องสินค้าเกษตรเรื่องลำไย ซึ่งตนอยากให้เชียงใหม่เป็นที่ที่ทุกคนอยากมา เราพยายามทำเรื่อง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด อากาศต้องสะอาด ซึ่ง สส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเราจะมาพลิกฟื้น จ.เชียงใหม่ ขอพี่น้องทุกคนให้โอกาสพรรคเพื่อไทย เราจะทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มจากเชียงใหม่ ก่อนที่ นายยศชนัน และคณะ จะร่วมรับประทานอาหารเช้าและกาแฟโบราณ ณ ร้านข้าวต้มหน้าอำเภอสารภี

โวกวาดหมด2จว./เชียงใหม่-ลำพูน

นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลนายยศชนันที่มีคะแนนนิยมความเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับ 1 จะต้องเสริมความนิยมของพรรคอย่างไรว่า เท่าที่ดูขณะนี้มีความใกล้เคียงกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือแสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว เราดำเนินนโยบายในการที่เราเป็นผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงทุกคนได้ และพยายามสื่อสารเรื่องนโยบายใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ และสื่อสารนโยบายให้ลึกลงไป เพื่อให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เราทำเป็นสิ่งที่ประเทศฝากความหวังไว้ได้ ตนคิดว่ายังพอมีเวลาอีกประมาณ 1เดือน และคิดว่ากระแสดีขึ้นเกินกว่าความคาดหมาย ขณะเดียวกันเห็นหนทางว่าเรายังสามารถที่จะปรับปรุงเพิ่มเติมได้ การลงพื้นที่ของเรายังเพิ่งเริ่มต้น คิดว่าถ้าได้สื่อสารนโยบายเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่ได้ ทุกคนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะดึงคะแนนเพื่อไทยกลับมาได้หรือไม่ ทั้งในพื้นที่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ ที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง นายยศชนัน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่มั่นใจมากขึ้น ตนพยายามสื่อสารในสายตาของคนเหนือด้วยกันว่าเราลงพื้นที่นี้มานาน เรามองเห็นว่า สส.ครั้งที่แล้วอาจจะหายไปบ้าง แต่ไม่ได้ขาดหายไปจากพื้นที่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนกลับมา และให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี เมื่อเช้าตนไปลงพื้นที่ก็ครึกครื้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนเห็นความตั้งใจ และคิดว่าเราจะสามารถที่จะเหมาทั้ง จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่กลับมาเป็นของพรรคเพื่อไทยได้อีกครั้ง แต่ก็ประมาทไม่ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสานต่อความเข้าใจในนโยบายที่เปิดออกไป และยังมีนโยบายที่พร้อมเปิดในช่วงท้ายด้วย

อ้อนคนลำพูนขอเป็นนายกฯปท.ไทย

เวลา 10.40น.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางมายังกาดลำพูนจตุจักร อ.เมืองลำพูน เพื่อพบปะประชาชนและขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อช่วยนายชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ ผู้สมัคร สส. ลำพูนเขต 1 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย และ นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้สมัคร สส.ลำพูน เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย หาเสียง

โดยทันทีที่ นายยศชนัน เดินทางมาถึงได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนที่รอถ่ายรูป มอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง รวมถึงมีพวงมาลัยข้าวเหนียว แคบหมูและน้ำพริกหนุ่ม จากนั้น นายยศชนัน ได้ปราศรัยเป็นภาษาเหนือ ว่า วันนี้มาแบบใหม่ มีคนถามว่า อู้เมืองได้ก่อ ความจริงแล้วตนเกิดที่เชียงใหม่ 46 ปีที่แล้ว แม่เกิดที่เชียงใหม่ พ่อเป็นคนใต้ เพราะฉะนั้นหัวใจผมคือประชาชน วันนี้อยากจะขอเสียงดังๆว่าประเทศไทยเปลี่ยนได้ ”ถ้าลำพูนวันนี้พรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขตได้ไหมครับ เอายศชนันเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยได้ไหมครับ ขอคนเหนือเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบได้ไหมครับ”

แจงดูแลสวัสดิการ’อสม.’เต็มที่

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ตนมาจังหวัดลำพูนกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหลายคนบอกว่าถ้าเจ็บป่วยไม่ได้รับความเท่าเทียมกันในการรักษา พรรคไทยรักไทยไม่ฟังใคร ใครบอกทำไม่ได้ ไม่รู้ ไม่ฟัง ฟังประชาชนอย่างเดียว 30 บาทรักษาทุกโรค พรรคเพื่อไทย 30 บาทรักษาทุกที่ พอมาถึง ยศชนัน 30 บาท AI เมื่อวาน (8 ม.ค.) พอเปิดนโยบายตนตื่นเต้นไปหน่อยยังอธิบายไม่ครบ ซึ่งนโยบายนี้ หากใครอยู่บนเขาบนดอย หมอสามารถวีดีโอคอลได้ สามารถส่งยาขึ้นไปข้างบนดอยได้ นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายสนับสนุนสวัสดิการ อสม เต็มรูปแบบ อสม ต้องได้รับการดูแล พร้อมจะผลักดันกฎหมายให้อยู่อย่างยั่งยืน มีกินมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี อยู่อย่างมีความสุขตลอดไป และ จ.ลำพูนเป็นที่แรก เมื่อโพลขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง ตนก็เดินทางมาที่นี่เลย

ไม่มีเลือดไหลมีแต่‘ไทยรักไทย’ปิ๊กบ้าน

นายยศชนัน ยังย้ำถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย เติมเงิน 3,000บาท ให้คนกลุ่มที่รายได้ไม่ถึงวันละ 100 บาท หรือ 3,000 บาทต่อเดือน และ ปลดหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ทั้งนี้ นายรังสรรค์ ผลักดัน พ.ร.บ.ลำไยใกล้จะเสร็จแล้ว ขอให้เลือกเข้าไปอีกครั้งได้หรือไม่ วันนี้ ยศชนันเข้าไปคนเดียวไม่ได้ ขอนายรังสรรค์กับนายชัยณรงค์ เข้าไปด้วย ได้หรือไม่ แต่สองคนไม่พอขอยศชนัน เบอร์9 เข้าไปด้วย วันนี้หลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยเลือดไหล แต่ผมมองว่าไทยรักไทยปิ๊กบ้าน มาที่พรรคเพื่อไทยหมดแล้ว คนในพรรคเพื่อไทยยังอยู่เหมือนเดิม คนรุ่นใหม่เข้ามา ขอโอกาสเลือกทั้งคนทั้งพรรคได้ ยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี

เปิดสูตรรบ.จ่าย70-ปชช.จ่าย30

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพท.กล่าวถึงนโยบายเติมเงินโดยรัฐช่วย 70% ประชาชนออกเอง30% มีข้อแตกต่างหรือเหมือนกับโครงการคนละครึ่งอย่างไร ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส แต่สภาพปัจจุบันรู้อยู่ว่าการท่องเที่ยวลดน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทำให้ร้านค้าหรือโรงแรม ได้รับผลกระทบ หากจะหวังพึ่งคนไทยไปเที่ยวตอนนี้เศรษฐกิจรัดตัว จะหาเงินมาเติมอีก 50% ก็แทบจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าอาจให้รัฐเพิ่มเป็น 70% แต่เงื่อนไขอื่นยังคงเหมือนเดิม ทั้งเรื่องคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการ เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามีตัวเลขแล้วใช่หรือไม่ว่าการจ่ายแบบรัฐ50% ประชาชน50 % ยังไม่ประสบความสำเร็จ นายสุริยะ กล่าวว่า คนที่จะไปท่องเที่ยว หรืออยากจะไปจับจ่าย ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ ให้จ่าย 50% เขาบอกว่าอาจจะอยู่บ้านดีกว่า แล้วจะไปช่วยร้านค้า หรือโรงแรมได้อย่างไร นี่จึงเป็นแนวคิคของพรรคเพื่อไทย

ปชป.ชูตั๋วร่วม5-30บ.-รถไฟฟ้า-รถเมล์

ที่ตลาดประชานิเวศน์1 เขตจตุจักร กทม.นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสกลธีภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ลงพื้นที่ เพื่อช่วย นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต8 และ น.ส.พิมชนก เก่าเจริญ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต12 หาเสียงเลือกตั้งกับผู้ค้าตลาดประชานิเวศน์ นางการดี เปิดเผยว่า ในประเด็นเรื่องนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้าบวกรถเมล์ จ่ายตามระยะ เริ่มต้น 5 บาทสูงสุด 30 บาทนั้น เรื่องนี้สิ่งที่สำคัญเวลาเราทำนโยบายประเด็นที่หนึ่งเราต้องมองว่าวันนี้เราจะต้องเปลี่ยนในเรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายเนื่องจากค่าใช้จ่ายการเดินทางของคนกรุงเทพฯ จะเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถือเป็นรายจ่ายที่ลดลงไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสามารถทำได้ เรามองในแง่ของระบบการเดินทางที่จะสามารถ ลดค่าใช้จ่าย กลายเป็นโซนนิ่งระยะใกล้อาจจะใช้ราคา 5 บาท หรือในระยะไกลเชื่อมต่อไปไม่เกิน 30 บาท โดยเน้นเรื่องความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทางและก็มุ่งเน้นในการลดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพ

ชี้’จตุจักร’เคยแลนด์สไลด์3พรรค

ด้าน นายสกลธี ให้สัมภาษณ์ว่า โดยพื้นฐานของเขตจตุจักรเป็นเขตที่ประชาชนให้ความไว้วางใจกับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด ในครั้งนี้ก็หวังเช่นกัน เพราะหลังจากลงพื้นที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากจากประชาชน หากถามตนเรื่องตัวเลข สส.กทม.ที่จะได้ ในฐานะที่คลุกคลีกับพื้นที่กรุงเทพฯ มีโอกาส 10 คนบวก ลบ แต่พื้นที่ กทม. มีความไม่แน่นอน เพราะช่วง 1-2สัปดาห์สุดท้าย อาจจะมีกระแส หรือเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนี้ก็ได้ เพราะพื้นที่กรุงเทพฯ ถือเป็นพื้นที่เปราะบางและไวต่อกระแสมาก โดยพื้นที่เขตจตุจักร มีการสวิงค่อนข้างสูง เคยเลือกประชาธิปัตย์แบบถล่มทลาย เคยเลือกเพื่อไทยถล่มทลาย เลือกประชาชนถล่มทลาย เป็นเหมือนกับพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงขึ้นอยู่กับบริบทของกระแสเป็นตัวชี้ เราสบายใจอยู่ที่ว่าเขตจตุจักรเคยสร้าง สส.ของพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว

รทสช.ไม่แตะม.112-มุ่งลดค่าครองชีพ

วันเดียวกัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชน ณ หมู่บ้านพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.นนทบุรี ได้แก่ ร.ท.ภาคย์ธนณิศ นุชน้อย เขต 1 เบอร์ 7, นายปราโมทย์ พันธุ์เกตุ เขต 2 เบอร์ 10, นายประชา มีเหม็ง เขต 3 เบอร์ 4, น.ส.ณัฐปัณฑ์ ดาวเรือง เขต 4 เบอร์ 10, นายสุวิศิษฏ์ พงศ์ภรณ์ปภาณ เขต 5 เบอร์ 9, นายปรีชา ฉอสุวรรณชาติ เขต 7 เบอร์ 9 และนายสุธี ทองสวัสดิ์ เขต 8 เบอร์ 1 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยผู้นำชุมชนได้เข้าหารือในประเด็นค่าพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของนายพีระพันธุ์ จะสามารถแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนได้ หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

จากนั้น นายพีระพันธุ์ ได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง ซึ่งกลุ่มแม่ค้าได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ทั้งปัญหายาเสพติด ลักขโมย และการทะเลาะวิวาท พร้อมเรียกร้องให้นักการเมืองทำงานอย่างต่อเนื่องจริงจัง ไม่ใช่เฉพาะในช่วงหาเสียง นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังได้ย้ำจุดยืนสนับสนุนแนวทางที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา112 พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top